วิศวกรวงโคจรกับผู้บัญชาการไร้เงา•ตอนที่ 18

เงาจากโลกแม่

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
เสียงฮัมต่ำของเครื่องฟอกอากาศระบบปิดในห้องควบคุมสำรองดังระคนกับเสียงจังหวะหัวใจที่เต้นกระหน่ำในอกของเอเลียส วอห์น แสงไฟนีออนสีส้มอมแดงสลัวจากหน้าจอคอนโซลหลักสะท้อนลงบนใบหน้าด้านข้างของเขา เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนตามแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาสสีเทาเข้มกลับจ้องเขม็งไปยังแฟลชไดรฟ์สีดำด้านขนาดเท่าปลายนิ้วที่นอนนิ่งอยู่บนโต๊ะโลหะเย็นเฉียบ มันไม่ใช่แค่หน่วยความจำธรรมดา... แต่มันคือระเบิดเวลาที่พร้อมจะสั่นคลอนรากฐานทั้งหมดของสภาโลกแม่ "คุณกำลังเล่นกับไฟ, ผู้การ" เอเลียสเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดันมาร่วมนาที เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยแต่หนักแน่นพอที่จะสะท้อนก้องในห้องแคบๆ นี้ ผู้บัญชาการเซราฟิน่า คอร์ท ยืนกอดอกพิงแผงควบคุมระบบระบายความร้อน เสื้อคลุมเครื่องแบบทหารอวกาศของเธอมีรอยยับเล็กน้อยจากการปฏิบัติภารกิจตลอดคืน ใบหน้าคมคายไร้เครื่องสำอางแต่งแต้มดูซีดเซียวลงถนัดตา แต่แววตาสีมรกตคู่นั้นยังคงความเฉียบคมและดุดันราวกับเหยี่ยวล่าเหยื่อ เธอมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเด, ไม่มีรอยยิหวาดหวั่น มีเพียงความเหนื่อยล้าของคนที่แบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า "ไฟกำลังจะเผาเราทุกคนอยู่แล้วต่างหาก, วอห์น" เซราฟิน่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "คุณคิดว่าอาเทมิสเป็นสถานีอวกาศอิสระจริงๆ งั้นหรือ? คุณคิดว่าโครงการวิจัยวงโคจรนี้ตั้งขึ้นเพื่อสำรวจดาวเคราะห์น้อยเพื่อมวลมนุษยชาติจริงหรือไง" วิศวกรหนุ่มกัดกรามแน่น เขาไม่อาจปฏิเสธความจริงข้อนั้นในใจได้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของโครงสร้างระบบ ข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสลับอย่างแน่นหนา และคำสั่งจากศูนย์บัญชาการภาคพื้นโลกที่มักจะเน้นย้ำเรื่อง 'การรักษาความมั่นคง' มากกว่า 'ความปลอดภัยของลูกเรือ' เอเลียสเอื้อมมือไปหยิบแฟลชไดรฟ์ชิ้นนั้นขึ้นมา นิ้วหัวแม่มือสัมผัสกับพื้นผิวโลหะเย็นเยือก เขาเสียบมันเข้ากับพอร์ตเชื่อมต่อสำรองของคอมพิวเตอร์ส่วนตัว หน้าจอตรงหน้ากะพริบไหวสามครั้ง ก่อนที่รหัสผ่านระดับสูงสุดจะปรากฏขึ้นเรียกร้องการยืนยันตัวตน "รหัสผ่านชั้นที่สี่... ถูกเข้ารหัสด้วยคีย์ส่วนตัวของประธานสภาโลกแม่" เอเลียสพึมพำด้วยความตกตะลึง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อระบบแสดงผลลัพธ์บางส่วนออกมา "คุณเอาสิ่งนี้มาจากไหน, เซราฟิน่า? คีย์ระดับนี้... มีแค่คนระดับบริหารสูงสุดไม่เกินสามคนเท่านั้นที่มีสิทธิ์ถือครอง" "มาจากคนที่คุณคิดไม่ถึงที่สุด" เซราฟิน่าถอนหายใจยาวนาน เธอก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น กลิ่นอายจางๆ ของโอโซนและกาแฟดำเข้มข้นลอยมาแตะจมูก "และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม เซราฟิน่าคนเดิมที่คุณรู้จักถึงยอมเสี่ยงเอาคอขึ้นไปพาดเขียง... แผนการทำลายอาเทมิสไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของระบบระบายความร้อนเมื่อสามเดือนก่อนอย่างที่รายงานทางการระบุ แต่มันคือ 'การทำลายทิ้งอย่างจงใจ' เพื่อกลบเกลื่อนหลักฐานบางอย่าง" เอเลียสเงยหน้าขึ้นขวับ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ พยายามค้นหาคำโกหกในแววตานั้น ทว่าสิ่งที่เขาพบมีเพียงความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่สะท้อนออกมา "กลบเกลื่อนอะไร?" เขาเค้นเสียงถาม "โครงการโปรเจกต์ 'โอไรออน รีเซ็ต'..." เซราฟิน่าเอ่ยชื่อรหัสลับที่ทำให้เลือดในกายของวิศวกรหนุ่มเย็นเฉียบลงทันที "สภาโลกแม่ไม่ได้ต้องการให้อาเทมิสเป็นสถานีวิจัย แต่พวกเขาตั้งใจให้มันเป็น 'อาวุธวงโคจร' ที่สามารถยิงลำแสงพลังงานสูงลงสู่พื้นโลกเพื่อควบคุมประเทศมหาอำนาจที่ไม่ยอมจำนน และเมื่อพวกเขารู้ว่าพวกเรากำลังเข้าใกล้ความลับนี้เข้าทุกที... คำสั่งทำลายล้างจึงถูกส่งลงมาจากเบื้องบนโดยตรง โดยไม่สนว่าชีวิตลูกเรือนับพันบนสถานีนี้จะจบลงอย่างไร" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องควบคุมอีกครั้ง หนักหน่วงเสียยิ่งกว่าแรงโน้มถ่วงที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เอเลียสรู้สึกเหมือนมีก้อนหินอัดแน่นอยู่ในลำคอ ภาพความทรงจำในวัยเด็กที่สูญเสียครอบครัวไปจากเหตุการณ์ 'อุบัติเหตุ' ของโรงงานพลังงานรัฐบาลผุดขึ้นมาซ้อนทับกับสถานการณ์ปัจจุบัน รัฐบาลโลกไม่เคยเปลี่ยนแปลง พวกมันยังคงเป็นฆาตกรที่ใช้ข้ออ้างเรื่องส่วนรวมเพื่อสังหารผู้บริสุทธิ์ "แล้วเราจะทำอะไรได้?" เอเลียสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ความโกรธแค้นผสมผสานกับความสิ้นหวังประเดประดอนเข้ามาในจิตใจ "เราเป็นแค่ตัวมดปลวกในจักรวาล พวกเขาคือกฎหมาย คืออำนาจสูงสุด" เซราฟิน่ายื่นมือเรียวของเธอมาวางทับลงบนหลังมือของเอเลียสที่กำลังกำแน่นอยู่บนขอบโต๊ะ สัมผัสอุ่นจากเธอนั้นแผ่ซ่านเข้ามาตัดผ่านความเย็นเยือกของบรรยากาศรอบตัว ดวงตาสสีมรกตมองตรงมาที่เขาด้วยประกายความเด็ดเดี่ยวที่ไม่เคยจางหาย "เราไม่ใช่แค่มดปลวก, วอห์น" เธอกระซิบเสียงต่ำแต่มั่นคง "เพราะเรามีรหัสเข้าถึงระบบถ่าย3มิติของสภา และเรามีหลักฐานชิ้นนี้ที่จะอัปโหลดกระจายสัญญาณไปยังเครือข่ายดาวเคราะห์ทุกดวงพร้อมกัน... ในอีกสามสิบนาทีข้างหน้า" ก่อนที่เอเลียสจะได้กล่าวตอบสนองต่อคำพูดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็สว่างวาบไปทั่วทั้งห้อง พร้อมกับเสียงระบบป้องกันอัตโนมัติที่ประกาศก้องด้วยน้ำเสียงไร้ชีวิตชีวา *[แจ้งเตือน: ตรวจพบการเข้าถึงระบบควบคุมหลักโดยไม่ได้รับอนุญาต... สถานะความปลอดภัยเปลี่ยนเป็นระดับวิกฤต... ปิดกั้นเส้นทางหลบหนีทั้งหมดในภาคผนวก C]* เซราฟิน่าชะงัก สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในเสี้ยววินาที "พวกมันรู้เร็วกว่าที่เราคาดไว้..." เอเลียสลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปที่จอภาพมอนิเตอร์ด้านข้าง ซึ่งแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณทางเดินด้านนอก ร่างของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในชุดเกราะหนักไม่ต่ำกว่าสิบนายกำลังเคลื่อนพลเข้าประชิดประตูห้องควบคุมสำรอง พร้อมกับอาวุธครบมือ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเอเลียสหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม... ไม่ใช่กองกำลังติดอาวุธเหล่านั้น บนหน้าจอแสดงภาพโฮโลแกรมของชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐาน ผู้ซึ่งยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของห้องบัญชาการใหญ่บนโลกแม่ รอยยิ้มเย็นชาที่มุมปากของชายคนนั้นผ่านสัญญาณภาพคมชัด ส่งตรงมายังพวกเขาโดยตรง "สวัสดี, ผู้บัญชาการคอร์ท... และคุณวอห์น" เสียงทุ้มต่ำผ่านระบบสื่อสารดังขึ้น ทะลุผ่านลำโพงของห้องควบคุมสำรองเข้ามาอย่างชัดเจน "น่าเสียดายจริงๆ ที่หนูทดลองตัวน้อยอย่างพวกคุณ ดันพยายามปีกกล้าขาแข็งปีนออกจากกรงเร็วกว่ากำหนด..." เอเลียสเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อตระหนักได้ว่าเสียงนั้นคือใคร ร่างกายของเขานิ่งค้างราวกับถูกแช่แข็งในอุณหภูมิศูนย์สัมบูรณ์ ขณะที่เซราฟิน่ากำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลนด้วยความโกรธแค้นสุดขีด และในวินาทีที่หน้าจอด้านนอกกะพริบดับลงพร้อมกับเสียงระเบิดทำลายประตูกลไกเบื้องหน้า— "ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของโลกพวกคุณ... ลูกชายของฉัน" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าห้วงอวกาศอันมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวงโคจรกับผู้บัญชาการไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%