เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงกะพริบวابวาบ สาดแสงสีเลือดอาบไล้ร่องรอยความเหนื่อยล้าบนใบหน้าของเอเลียส วอห์น ประโยคสุดท้ายจากปลายสายยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *“ลูกชายของคุณยังปลอดภัยดี บนสถานีที่กำลังจะตกวงโคจรในอีกสามชั่วโมงข้างหน้า”*
สามชั่วโมง... เวลาสามชั่วโมงกับมวลมหาศาลของสถานีอวกาศ 'โอเอซิส-7' ที่กำลังสูญเสียแรงขับเคลื่อนหลัก มันไม่ใช่แค่ตัวเลขทางคณิตศาสตร์ แต่มันคือลมหายใจของเด็กชายวัยเจ็ดขวบที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง
"ระบบนำทางสำรองถูกตัดขาดจากศูนย์ควบคุมหลักแล้วครับ วอห์น"
เสียงของเซราฟิน่า คอร์ท ดังขึ้นท่ามกลางความโกลาหลในห้องควบคุมยุทธการ เธอไม่ได้หันมามองเขา ดวงตาสสีเทาเข้มคู่นั้นยังคงจดจ้องอยู่บนจอโฮโลแกรมสามมิติที่แสดงเส้นทางการตกของสถานี เธอยืนตรงในชุดยูแบบผู้บัญชาการที่แม้จะมีรอยขาดบริเวณหัวไหล่จากการปะทะเบื้องต้น แต่วินัยและความเยือกเย็นของเธอยังคงตั้งตรงราวกำแพงเหล็ก
เอเลียสสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นอับของโอโซนและควันจางๆ จากแผงวงจรที่ลัดวงจรตีรวนอยู่ในจมูก เขากำมือแน่นจนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว ความโกรธแค้นแผดเผาอยู่ในอก แต่สัญชาตญาณของวิศวกรอวกาศสอนให้เขาแยกแยะความรู้สึกออกจากความเป็นจริงเชิงประจักษ์
"พวกมันไม่ได้ต้องการทำลายสถานีตั้งแต่แรก" เอเลียสเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่ชัดถ้อยชัดคำ ทอดสายตามองไปยังแผนผังโครงสร้างสถานีที่ปรากฏบนจอ "ถ้าเป้าหมายคือการทำลายล้าง พวกมันคงระเบิดแกนปฏิกรณ์ฟิวชันไปนานแล้ว แต่การตัดระบบขับเคลื่อนแล้วปล่อยให้สถานีค่อยๆ ดิ่งลงแรงโน้มถ่วง... มันคือการบีบให้เราต้องเลือกระหว่างสละสถานีเพื่อรักษาชีวิต หรือรักษาโครงสร้างแล้วยอมตายไปพร้อมกัน"
เซราฟิน่าหันขวับมามองเขา มุมปากของเธอหยักขึ้นเล็กน้อยในแบบที่ยากจะคาดเดaะว่าเป็นรอยยิ้มเยาะหรือการยอมรับ
"คุณฉลาดกว่าที่ฉันคิด, วอห์น" เธอก้าวเข้ามาประชิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่ประจุไฟฟ้าสถิตรอบตัว "แต่คุณกำลังมองข้ามตัวแปรสำคัญไปหนึ่งอย่าง... กองกำลังกบฏไม่ได้สนใจโครงสร้างสถานี พวกเขาต้องการรหัสผ่านห้องนิรภัย 'ดิอาสโปรา' รหัสที่อยู่ในความดูแลของคุณ และอาจรวมถึงชีวิตลูกชายของคุณด้วย"
ดวงตาของทั้งสองสบประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ระหว่างผู้บัญชาการที่ยึดมั่นในกฎเหล็กเพื่อความอยู่รอดส่วนรวม กับวิศวกรผู้พร้อมจะแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องสายเลือดของตัวเอง พุ่งชนกันอย่างรุนแรงในพื้นที่แคบๆ แห่งนี้ แต่ทว่า ในความขัดแย้งนั้นกลับมีความเข้าใจอันลึกซึ้งเกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบ—พวกเขาต่างเป็นมืออาชีพที่ถูกบีบให้ยืนอยู่ปากเหวแห่งความหายนะ
*ปัง! ตูม!*
แรงสั่นสะเทือนมหาศาลเขย่าโครงสร้างสถานีจนพื้นโลหะใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือน เสียงโลหะฉีกขาดดังสนั่นมาจากทางเทียบยานด้านทิศตะวันออก ระบบไฟฉุกเฉินเปลี่ยนเป็นสีส้มสลัวทันที กลิ่นไหม้ของดินปืนและแก๊สไฮดรอลิกโชยคละคลุ้งเข้ามาในห้องควบคุม
"พวกมันมาถึงแล้ว" เซราฟิน่าชักปืนพกเลเซอร์ออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็ว ความคล่องแคล่วของเธอไร้ที่ติ "หน่วยจู่โจมเงา... กองกำลังนอกระบบที่รัฐบาลประกาศให้เป็นอาชญากร แต่ดูเหมือนพวกมันจะมีรหัสผ่านระดับเดียวกับฉัน"
เอเลียสไม่รอช้า มือเรียวยาวของวิศวกรพลิกแป้นพิมพ์ควบคุมหลักเพื่อตัดสัญญาณสื่อสารทั้งหมด ป้องกันไม่ให้ศัตรูเจาะเข้ามาในระบบซอฟต์แวร์ภายในได้อีก เขามองหน้าผู้บัญชาการหญิง ปลดล็อกสลักประแจเลเซอร์อเนกประสงค์ที่เหน็บไว้ด้านหลัง
"คุณวางแผนจะสู้กับพวกมันด้วยกระสุนสองแม็กกาซีนกับสถานีที่เหลือเวลาอีกไม่ถึงสามชั่วโมงงั้นหรือครับ, ผู้การ" เอเลียสถาม น้ำเสียงเจือความประชดประชันเล็กน้อยตามนิสัย
"ถ้าทางเลือกคือการตายอย่างสุนัขในห้องควบคุมนี้ หรือตายในฐานะทหารที่สู้จนหยดสุดท้าย... ฉันเลือกอย่างหลัง" เซราฟิน่าตอบกลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบสะท้อนแสงไฟสีส้ม "เว้นแต่ว่าคุณจะมีแผนที่ดีกว่า ที่ไม่ต้องทำให้สถานีพังพินาศไปเสียก่อนที่คุณจะไปช่วยลูกชาย"
วิศวกรหนุ่มนิ่งไปชั่วอัศดร สมองของเขาประมวลผลความน่าจะเป็นนับพันรูปแบบในเสี้ยววินาที ระบบระบายอากาศชั้นสาม... จุดอับสัญญาณเรดาร์... และแรงดันอากาศที่สามารถใช้เป็นอาวุธได้
"ตามผมมาครับ" เอเลียสคว้าแขนเสื้อของเซราฟิน่าโดยสัญชาตญาณ "ผมรู้ทางลัดที่จะพาเราไปที่บล็อกควบคุมแรงดัน... เราจะต้อนพวกมันเข้าไปในเขตสูญญากาศ แล้วกดปุ่มลอยตัวพวกมันออกสู่อวกาศพร้อมกันทีเดียว"
เซราฟิน่ามองมือของเขาที่จับอยู่บนแขนยูนิฟอร์มครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเด็ดเดี่ยว "นำทางไป, วอห์น"
ทั้งสองเคลื่อนตัวผ่านทางเดินมืดทึบที่เต็มไปด้วยควันไฟ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของกองกำลังกบฏดังสะท้อนก้องมาจากโถงทางเดินด้านบน พร้อมกับเสียงระเบิดทำลายประตูทางเข้าที่ใกล้เข้ามาทุกที เอเลียสใช้ปลายนิ้วกดรหัสลับเปิดแผงซ่อมบำรุงใต้พื้นทางเดิน ช่องแคบที่อึดอัดและมีกลิ่นสนิมเหล็กคือเส้นทางเดียวที่เหลืออยู่
ขณะที่เซราฟิน่ากำลังจะหย่อนตัวลงไปในช่องระบายอากาศ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบนหน้าจอพกพาที่หล่นอยู่ใกล้กองซากปรักหักพัง หน้าจอแสดงภาพวิดีโอวงจรปิดจากห้องนิรภัยดิอาสโปราที่ควรจะปิดตาย
ภาพบนจอนั้นทำให้ลมหายใจของเซราฟิน่าสะดุดกึก ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งและเยือกเย็นกลับชะงักค้างไปชั่วขณะ
เอเลียสสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงรีบชะโงกหน้าเข้าไปดู ภาพที่ปรากฏบนจอไม่ใช่ภาพของกลุ่มกบฏกำลังพยายามงัดแงะห้องนิรภัยอย่างที่ควรจะเป็น... แต่เป็นภาพของเด็กชายตัวน้อยกำลังนั่งวาดรูปอยู่บนพื้นห้อง โดยมีชายในชุดสูทสีดำสนิทผู้หนึ่งยืนหันหลังให้กล้อง—ชายผู้มีรอยสักรูปงูพิษพันรอบต้นคอ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของหน่วยสืบราชการลับสูงสุดของรัฐบาล ไม่ใช่กองกำลังกบฏอย่างที่ใครเข้าใจ
และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น... ชายในชุดสูทคนนั้นกำลังถือเครื่องควบคุมวงโคจรหลักในมือ พร้อมกับหันมามองตรงมาที่เลนส์กล้องด้วยรอยยิ้มเยnชา พร้อมกับเสียงกระซิบผ่านระบบสื่อสารที่ดังขึ้นในหูของเอเลียสโดยตรง
*"ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบสุดท้ายครับ, วอห์น... ลูกชายของคุณปลอดภัยดี แต่คนที่จะต้องตายในอีกสิบนาทีข้างหน้า... คือผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างคุณต่างหาก"*
--------------------------------------------------
ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "ไฮเปอร์ไดรฟ์" ครับ
วิศวกรวงโคจรกับผู้บัญชาการไร้เงา•ตอนที่ 14
จังหวะปะทะ
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวงโคจรกับผู้บัญชาการไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!