วิศวกรวงโคจรกับผู้บัญชาการไร้เงา•ตอนที่ 2

การเผชิญหน้าในห้องนิรภัย

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
เสียงโลหะหนักหน่วงของล็อกเกอร์นิรภัยระดับห้ากระทบเข้ากับพื้นผิวไทเทเนียม สะท้อนก้องกังวานในความเงียบสงบของห้องควบคุมแรงดันย่อย เอเลียส วอห์น ไม่ได้ขัดขืน เขารู้ดีว่าแรงโน้มถ่วงจำียมระดับ 0.8 G บนสถานีอวกาศเซนทอรี ไพรม์แห่งนี้ ไม่เอื้ออำนวยให้มีการต่อสู้เชิงกายภาพใดๆ ทั้งสิ้น ข้อมือทั้งสองข้างถูกรัดด้วยกุญแจสนามแม่เหล็กไฟฟ้าแรงสูง แสงสีฟ้าอ่อนกะพริบเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ย้ำเตือนถึงสถานะนักโทษชั่วคราวที่ถูกพิพากษาด้วยคำสั่งเร่งด่วน เบื้องหน้าของเขาคือโต๊ะทำงานโลหะเรียบสนิท ไร้รอยขีดข่วน ซึ่งสะท้อนเงาใบหน้าอันนิ่งสงบของผู้บัญชาการเซราฟิน่า คอร์ท ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มองมาที่เขา แต่มันกำลังจดจ่ออยู่กับข้อมูลดิจิทัลสามมิติที่ลอยเคคว้างกลางอากาศ ข้อมูลเหล่านั้นคือบันทึกการใช้พลังงานในเขตปฏิกรณ์หมายเลขสาม ซึ่งเอเลียสเพิ่งเข้าไปตรวจสอบเมื่อสองชั่วโมงก่อน บรรยากาศภายในห้องอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายของโอโซนจางๆ และความกดดันที่เกือบจะทำให้โมเลกุลในอากาศหยุดเคลื่อนไหว "คุณประเมินเวลาของตัวเองต่ำไปเจ็ดนาที วอห์น" เซราฟิน่าเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง เสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าเยือกเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลก "ในบันทึกการซ่อมบำรุง คุณควรจะออกจากเขตปฏิกรณ์ตั้งแต่ก่อนที่ระบบระบายความร้อนฉุกเฉินจะทำงาน แต่คุณกลับใช้เวลาอยู่ที่นั่น... เพื่อทำอะไรบางอย่างที่อยู่นอกเหนือจากข้อตกลง" เอเลียสขยับตัวเล็กน้อย แรงเสียดทานจากรองเท้าบูitกับพื้นเหล็กส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ดเบาๆ เขาไม่ได้แสดงความหวาดกลัว หรือแม้แต่ความหงุดหงิด มีเพียงรอยยิ้มมุมปากที่เจือด้วยความเย้ยหยันจางๆ ซึ่งสะท้อนผ่านแว่นตาอัจฉริยะของเขา "ถ้าผมมัวแต่ทำตามเวลามาตรฐานที่คุณขีดเส้นไว้ ผู้บัญชาการ สถานีอวกาศแห่งนี้คงกลายเป็นเศษเหล็กหลอมละลายไปตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วล่ะครับ" เอเลียสตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคง "ความจริงเชิงประจักษ์มักไม่ใส่ใจตารางเวลาของฝ่ายบริหาร... โดยเฉพาะฝ่ายบริหารที่นั่งอยู่แต่ในห้องกระจกใสและมองไม่เห็นรอยร้าวที่ฐานราก" เซราฟิน่าเงยหน้าขึ้น ช้าๆ สายตาของเธอคมกริบราวนิดคุ้นที่พร้อมจะเฉือนทุกคำพูดให้ขาดวิ่น เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดเครื่องแบบผู้บัญชาการสีดำสนิทไร้รอยยับขับเน้นบุคลิกที่เด็ดขาดและไร้ความปรานี ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงโต๊ะทำงานคั่นกลาง แต่แรงดึงดูดทางจิตวิญญาณระหว่างคนทั้งสองกลับรุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวคล้ายจะบิดเบี้ยว "คุณคิดว่าตัวเองเป็นฮีโร่ผู้แบกโลกไว้อย่างนั้นสินะ วอห์น" เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แววตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "คุณคิดว่าความลับที่คุณพยายามซ่อนไว้ในหน่วยความจำสำรองของเครื่องมือวัด จะรอดพ้นจากการตรวจสอบระดับห้าของฉันได้หรือไง?" หัวใจของเอเลียสกระตุกวูบไปชั่วเสี้ยววินาที แต่ทักษะการควบคุมสีหน้าของวิศวกรสนามทำให้เขาซ่อนมันไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชาได้อย่างแนบเนียน เขารู้ดีว่าเซราฟิน่าฉลาดเป็นกรด เธอไม่ใช่ทหารรับจ้างทั่วไปที่จะถูกหลอกด้วยคำแก้ตัวสวยหรู เธอคือผู้หญิงที่พร้อมจะเสียสละคนนับร้อยเพื่อให้คนนับแสนรอดชีวิต และนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับเขา "ผมไม่ได้ซ่อนความลับอะไรทั้งนั้น ผู้การ" เอเลียสตอบ น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ "ผมแค่บันทึก 'ความจริง' ที่ระบบอัตโนมัติของคุณจงใจมองข้าม... ความจริงที่ว่าแรงดันในท่อส่งความร้อนไม่ได้ลดลงเพราะความผิดพลาดของมนุษย์ แต่มันลดลงเพราะมีบางคน... หรือบางระบบ... กำลังสูบถ่ายพลังงานออกไปจากสถานีแห่งนี้" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของระบบระบายอากาศหลักที่ดังลอดเข้ามาในโสตประสาท เซราฟิน่าไม่ได้โต้แย้งทันที เธอนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความครุ่นคิด—ร่องรอยแห่งความลังเลที่ปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีบนใบหน้าของเธอบ่งบอกว่า สิ่งที่เอเลียสพูดไปนั้นไปสะกิดเข้ากับข้อมูลบางอย่างที่เธอเองก็กำลังสงสัยอยู่เช่นกัน แต่ทว่า ก่อนที่บทสนทนาเชิงจิตวิทยาจะดำเนินไปลึกซึ้งกว่านั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับฉุกเฉินสีแดงฉานก็พลันสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งห้อง *ปี๊ب! ปี๊บ! ปี๊ب!* หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดบนโต๊ะดับวูบลงพร้อมกัน ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยข้อความรหัสลับจากศูนย์ควบคุมส่วนกลางที่กะพริบถี่รัว เซราฟิน่าขมวดคิ้วมุ่น หันขวับไปมองหน้าจอหลักทันที ร่างกายของเธอตึงเครียดขึ้นในทันทีเมื่อเห็นสัญญาณชีพจรของสถานีที่ตกลงอย่างฮวบฮาบ "เกิดอะไรขึ้น?" เธอกระซิบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่แฝงไปด้วยความตื่นตระหนกเล็กน้อย เอเลียสเองก็กวาดสายตามองไปที่หน้าจอที่เหลือรอด รอยยิ้มจางๆ บนมุมปากของเขาหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาที่เบิกกว้างขึ้นด้วยความตระหนักรู้ "ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ... และไม่ใช่ฝีมือผมด้วย ผู้การ" ประตูล็อกเกอร์นิรภัยด้านหลังห้องส่งเสียงปลดล็อกดัง *คลิก* ยาวนาน ท่ามกลางความมืดมิดที่ค่อยๆ คลืบคลานเข้ามาหลังจากระบบไฟสำรองถูกตัดขาด เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากความมืด พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและคุ้นเคยอย่างประหลาด... ร่างของบุคคลที่ควรจะอยู่ในห้องกักกันความปลอดภัยสูงสุดเมื่อสามชั่วโมงก่อน ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู่วงโคจรแห่งความระทึกนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวงโคจรกับผู้บัญชาการไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%