วิศวกรวงโคจรกับผู้บัญชาการไร้เงา•ตอนที่ 3

วิสัยทัศน์ที่สวนทาง

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
กลิ่นฉุนของโอโซนที่เกิดจากการลัดวงจรของแผงควบคุมระบบระบายอากาศเซกเตอร์สี่ ยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศยามที่เอเลียส วอห์น ใช้ประแจหกเหลี่ยมขันน็อตตัวสุดท้ายเข้ากับโครงสร้างไทเทเนียม เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ก* สั้นๆ ท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องเครื่องยนต์หลัก บนหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอ่อนตรงหน้า ข้อมูลอัตราการไหลของออกซิเจนกระพริบเตือนเป็นสีอำพัน ตัวเลขสามร้อยเจ็ดสิบชีวิตในเขตที่พักอาศัยระดับล่างกำลังหายใจเอาอากาศที่ผ่านการรีไซเคิลอย่างจำกัดจำเขี่ย และเขารู้ดีว่าความผิดพลาดเพียงมิลลิเมตรเดียวในตอนนี้ อาจหมายถึงการปิดตายลมหายใจของคนครึ่งสถานี "คุณกำลังใช้เวลาสามชั่วโมงเต็มไปกับระบบระบายอากาศชั้นสาม ทั้งที่ปัญหาคอขาดบาดตายกำลังรออยู่บนโต๊ะทำงานของผม" เสียงฝีเท้าหนักแน่นบนพื้นตะแกรงเหล็กดังขึ้นก่อนที่เจ้าของร่างจะปรากฏกาย ผู้บัญชาการเซราฟิน่า คอร์ท ยืนกอดอกอยู่ตรงทางเข้า แสงไฟนีออนสีขาวนวลจากเพดานสะท้อนกับอินทรธนูบนบ่าและดวงตาสสีเทาคู่คมที่มองตรงมาอย่างประเมินค่า เธอไม่ได้สวมหมวกและชุดอวกาศเต็มยศเช่นเคย แต่มันกลับทำให้เธอดูอันตรายยิ่งกว่าเดิมในฐานะผู้ควบคุมอำนาจเบ็ดเสร็จบนสถานีวงโคจรแห่งนี้ เอเลียสไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากแผงวงจร เขาใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบน้ำมันเครื่องออกจากมืออย่างใจเย็น ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากับผู้บัญชาการหญิงที่มีระยะห่างระหว่างกันไม่ถึงสองก้าว "ถ้าผมไม่ซ่อมท่อส่งออกซิเจนนี้ให้เสร็จก่อนเที่ยง ผู้คนสามร้อยกว่าชีวิตในเซกเตอร์นั้นจะไม่ได้หายใจด้วยซ้ำครับ ผู้การเซราฟิน่า... เรื่องบนโต๊ะของคุณคงหมดความหมายไปโดยปริยาย ถ้าไม่มีใครมีชีวิตอยู่พอที่จะอ่านมัน" น้ำเสียงของเอเลียสเรียบสนทนา แต่แฝงรอยเย้ยหยันไว้อย่างแนบเนียน เซราฟิน่าย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ช่องว่างระหว่างวิศวกรผู้ยึดมั่นในชีวิตปัจเจกกับผู้บัญชาการผู้มองภาพรวมระดับมหภาคแคบลงจนสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกาย กลิ่นน้ำหอมเจือจางกลิ่นสนและโลหะเย็นชาจากตัวเธอปะปนกับกลิ่นอับของห้องเครื่อง "คุณมองเห็นแต่ 'คน' เป็นรายหัว วอห์น" เซราฟิน่าเอ่ยเสียงต่ำ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังผ่าตัดความคิดของเขา "แต่บนสถานีอวกาศที่กำลังจะขาดแคลนเชื้อเพลิงขับเคลื่อนในอีกสัปดาห์หน้า ถ้าฉันมัวแต่เอาใจใส่ลมหายใจของคนสามร้อยคนในเซกเตอร์สี่ เราจะไม่มีเชื้อเพลิงเหลือพอที่จะพยุงวงโคจรของสถานีให้พ้นจากการถูกแรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์ดึงดูดลงไปเผาไหม้... นั่นหมายถึงความตายของคนแปดหมื่นคน รวมถึงตัวคุณด้วย" เอเลียสหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ท่าทีสุขุม "คุณพูดถึง 'การเสียสละเพื่อส่วนรวม' ได้อย่างไหลลื่นดีนี่ครับ... เหมือนกับที่กระทรวงอวกาศเคยพูดกับครอบครัวของผมเมื่อสิบปีก่อน ก่อนที่พวกเขากล่าวโทษว่าความประมาทของวิศวกรคือต้นเหตุของหายนะ ทั้งที่ความจริงแล้ว พวกเขาแค่คำนวณงบประมาณผิดพลาดแล้วเลือกที่จะตัดงบระบบความปลอดภัยทิ้งเพื่อรักษาหน้าตาของรัฐบาล" บรรยากาศในห้องเครื่องพลันเย็นเยียบลงทันที ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมต่ำของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชั่นที่ดังสะท้อนอยู่ในผนัง เซราฟิน่าจ้องมองเขา นัยน์ตาสีเทาคู่นั้นไหววับชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม เธอยกมือขึ้นแตะปกเสื้อเครื่องแบบอย่างถือดี "ฉันไม่ใช่ข้าราชการกระทรวงที่นั่งจิบกาแฟอยู่ในตึกกระจกบนโลกนะ วอห์น และคุณก็ไม่ใช่เด็กน้อยที่กำลังเรียกร้องความยุติธรรมจากระบบ โลกภายนอกโดมกระจกนั่นมันไร้ความปรานี และคนที่นั่งตรงเก้าอี้บัญชาการอย่างฉัน ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะลังเลที่จะกดปุ่มสละส่วนน้อยเพื่อรักษาingส่วนใหญ่... ถ้าคุณฉลาดพอ อย่างน้อยคุณก็น่าจะเข้าใจคณิตศาสตร์พื้นฐานข้อนี้" "คณิตศาสตร์เหรอครับ?" เอเลียส้าวเข้าประชิดเธออีกก้าวหนึ่ง จนเซราฟิน่าต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตาเขา "บางครั้ง... ตัวเลขทางคณิตศาสตร์ที่คุณใช้มันก็ถูกปัดเศษด้วยชีวิตคนมากเกินไป จนผมสงสัยว่าหัวใจที่คุณใช้สูบฉีดเลือดเนี่ย มันทำมาจากโลหะผสมเกรดเดียวกับตัวสถานีนี้หรือเปล่า" คมคำเชือดเฉือนพุ่งเข้าใส่กันโดยไม่มีใครยอมถอย สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างดุเดือด แรงดึงดูดประหลาดบางอย่าง—ที่เกิดจากการปะทะกันระหว่างอุดมการณ์ที่แตกต่างสุดขั้วกับความฉลาดเฉลียวที่เท่าทันกัน—แผ่ซ่านออกมาราวกับสนามแม่เหล็กไฟฟ้าแรงสูง เซราฟิน่าไม่ได้ถอยหนี เธอกลับยกยมุมปากขึ้นน้อยๆ รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง ซึ่งไม่ได้บ่งบอกถึงความพ่ายแพ้ แต่คือความท้าทาย "ถ้าหัวใจฉันเป็นโลหะ วอห์น... คุณก็คงเป็นไวรัสตัวฉกาจที่พยายามจะเจาะเข้าระบบเพื่อเปลี่ยนโค้ดคำสั่งทั้งหมดสินะ" เธอเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา ชิดริมฝีปากจนเกือบจะเป็นการท้าทาย ก่อนที่เอเลียสจะทันได้ตอบโต้วาจาอันตรายนั้น สัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสามก็ดังสนั่นลั่นห้องเครื่อง แสงไฟสีแดงสลับขาวกะพริบวาบไปทั่วบริเวณ หน้าจอโฮโลแกรมหลักที่เคยแสดงสถานะของระบบระบายอากาศ พลันดับวูบลง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยข้อความรหัสลับสีแดงฉานที่วิ่งวนเป็นลูป *[System Override: Sector 9 - Unauthorized Access Detected]* เซราฟิน่าหันขวับไปมองหน้าจอทันที สีหน้าที่เคยเยือกเย็นและควบคุมสถานการณ์ได้เสมอ กลับเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกชั่วขณะ "เซกเตอร์เก้า... นั่นไม่ใช่โซนที่พักอาศัย แต่มันคือห้องนิรภัยเก็บข้อมูลลับทางยุทธศาสตร์ของสภาอาณานิคม" เธอกวาดสายตากลับมามองวิศวกรหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า สีหน้าของเอเลียสในตอนนี้ไม่ได้แสดงความตกใจ แต่เป็นความตระหนักรู้บางอย่างที่ฉายชัดผ่านแววตา นิ้วเรียวยาวของเอเลียสแตะลงบนคีย์บอร์ดสำรองอย่างรวดเร็วเพื่อดึงข้อมูลดิบจากเซิร์ฟเวอร์กลาง และสิ่งที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอขนาดจิ๋วในมือถือของเขากลับทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกุน "ไม่ใช่การบุกรุกจากภายนอกหรอครับ ผู้การ..." เอเลียสเงยหน้าขึ้นมองเธอ ชายหนุ่มส่งยิ้มเย็นเยียบที่สะท้อนเงาไฟสีแดงฉาน "แต่มีคนกำลังดาวน์โหลดบันทึกการสื่อสารลับระหว่างสถานีนี้กับกองยานรบวงโคจรนอกระบบ... และรหัสผ่านที่ใช้ปลดล็อกประตูห้องนิรภัยเมื่อสามวินาทีที่แล้ว..." เขาเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบงันบีบคั้นหัวใจคนฟัง "...ใช้รหัสส่วนตัวระดับผู้บัญชาการของคุณเองครับ" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู่วงโคจรแห่งความระทึกนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวงโคจรกับผู้บัญชาการไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%