กลิ่นไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์เจือจางในอากาศระบบปิด ผสมผสานเข้ากับกลิ่นไหม้จางๆ ของแผงวงจรไมโครโปรเซสเซอร์ที่เพิ่งผ่านการโอเวอร์คล็อกเกินพิกัด เอเลียส วอห์น ขยับประแจแรงบิดในมือขวา ปลายโลหะเย็นเฉียบกระทบเข้ากับน็อตไทเทเนียมเกรดอุตสาหกรรมเบอร์สิบสอง เสียง *กริ๊ก* เบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องเครื่องยนต์หมายเลขเจ็ด ม่านตาสีน้ำตาลเข้มของเขาหรี่ลงเล็กน้อย เพ่งมองจอภาพโฮโลแกรมสีฟ้าครามที่สะท้อนอยู่บนกระจกตา ค่าความดันไฮดรอลิกของท่อส่งเชื้อเพลิงหลักกำลังแกว่งตัวในระดับทศนิยมตำแหน่งที่สี่—ความผิดปกติที่เล็กน้อยเสียจนระบบ AI อัตโนมัติของสถานีอวกาศ 'โอเอซิส-เก้า' ปัดตกให้เป็นเพียง "สัญญาณรบกวนพื้นหลัง"
แต่สำหรับวิศวกรผู้ใช้ชีวิตอยู่กับการคำนวณโครงสร้างมาร่วมทศวรรษ ไม่มีสิ่งใดเรียกว่า "ความบังเอิญ" ในวงโคจรระดับความสูงห้าแสนกิโลเมตร
"นายกำลังเล่นกับไฟ, เอเลียส"
เสียงทุ้มต่ำผ่านระบบสื่อสารภายในดังขึ้น แทรกแซงสมาธิของเขาพร้อมกับร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มลูกมือที่ก้าวเข้ามาในห้องเครื่องยนต์ แดเนียลส์ วางแท็บเล็ตตรวจเช็กสภาพแวดล้อมลงบนลังสินค้าอลูมิเนียม เสียงโลหะกระทบกันดังสะท้อนก้อง "ผู้บัญชาการเพิ่งอนุมัติคำสั่งจัดสรรพลังงานใหม่เมื่อสิบนาทีที่แล้ว เขตที่พักอาศัยระดับสามถูกตัดไฟเพื่อสำรองไว้ให้ระบบ life support ของภาคผนวก... ถ้าเธอตรวจสอบท่อส่งเชื้อเพลิงตอนนี้แล้วพบปัญหา เธอกำลังบังคับให้เซราฟิน่าต้องเลือกรูดบัตรเครดิตความน่าเชื่อถือของตัวเองกับสภาใหญ่อีกรอบนะ"
เอเลียสไม่เงยหน้าขึ้นจากแผงวงจร นิ้วเรียวยาวบรรจงถอดชิปประมวลผลตัวเก่าออกจากแผงแม่ข่ายอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังผ่าตัดหัวใจมนุษย์
"ถ้าฉันไม่ตรวจสอบตอนนี้ อีกสัปดาห์เดียว แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางของสถานีจะทำให้ข้อต่อตรงนี้ฉีกขาด และพวกเราทุกคนในสถานีนี้จะกลายเป็นขยะอวกาศชิ้นใหม่ที่โคจรรอบโลกโดยไม่ต้องรอสภาอนุมัติ" เสียงของเขาเรียบสนิท ไร้ซึ่งความลังเล "ผู้การคอร์ทฉลาดพอที่จะรู้เรื่องนั้น แดเนียลส์... เธอกลัวการสูญเสียอำนาจการควบคุม มากกว่ากลัวการสูญเสียชีวิตคนอยู่แล้ว"
"เธอกำลังทำสงครามประสาทกับผู้หญิงที่กุมอำนาจชี้เป็นชี้ตายของนายนะ เอเลียส" แดเนียลส์ถอนหายใจยาวนาน พิงสะโพกกับขอบโต๊ะทำงาน "อย่าลืมสิว่าใบอนุญาตทำงานในวงโคจรของนายไม่ได้ต่ออายุแบบอัตโนมัติ และประวัติครอบครัวของนาย... เอ่อ... มันไม่ได้ช่วยให้ผู้การเอ็นดูนายเท่าไหร่หรอก"
มือที่กำลังถือชิปประมวลผลชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ความทรงจำสีเทาหม่น—ภาพเปลวไฟสีส้มวาบขึ้นในสุญญากาศเมื่อสิบปีก่อน วันที่สถานีทดลองอาณานิคมของรัฐบาลกลางระเบิดเป็นจุลเพราะความผิดพลาดในการคำนวณโครงสร้างที่ถูกสั่งให้ปกปิด—พุ่งวาบเข้ามาในห้วงความคิด เอเลียสขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขากลืนก้อนความขมขื่นลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะบังคับให้ตัวเองกลับมาโฟกัสกับปัจจุบัน
"ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อหาความเอ็นดูจากใคร" เอเลียสกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นยิ่งกว่าเดิม "ฉันมาที่นี่เพื่อซ่อมแซมเหล็กกล้าที่กำลังจะพังทลาย ส่งชิปสำรองมาให้ฉันที"
แดเนียลส์ยอมส่งแผ่นซิลิคอนสีดำสนิทให้อย่างจำยอม แต่ก่อนที่ปลายนิ้วของเอเลียสจะสัมผัสกับตัวชิป หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าก็เกิดอาการกะพริบถี่ๆ สีฟ้าครามเปลี่ยนเป็นสีแดงชาดพร้อมกับเสียงเตือนความถี่ต่ำที่ถูกบล็อกไว้ไม่ให้ดังออกไปสู่ระบบกระจายเสียงส่วนกลาง
*เตือนภัยระดับสาม: ตรวจพบการเข้าถึงไฟล์ระบบลับ*
เอเลียสขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาคมกริบกวาดมองชุดคำสั่งที่กำลังรันตัวเองอัตโนมัติบนหน้าจอ บันทึกการซ่อมบำรุงประจำเดือนของภาคผนวกทิศใต้—จุดที่เกิดเพลิงไหม้ปริศนาเมื่อสามวันก่อน—กำลังถูกเขียนทับ ข้อมูลดิบเกี่ยวกับอุณหภูมิห้องเครื่องและปริมาณออกซิเจนที่หายไปถูกลบเลือนออกจากฐานข้อมูลหลักอย่างไร้ร่องรอย
ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ... นี่คือการ "ลบหลักฐาน"
"เฮ้ แดเนียลส์..." เอเลียสเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเย็นชาถูกแทนที่ด้วยความตื่นตัวระดับสูงสุด "นายเป็นคนสั่งรีเซต logs ของภาคผนวกทิศใต้เมื่อกี้รึเปล่า?"
แดเนียลส์ชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นงงงวย "บ้าหรือไง? ฉันเพิ่งเดินเข้ามาในห้องนี้เมื่อกี้เอง ระบบความปลอดภัยระดับนั้นมีแค่หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมกับ... ผู้บัญชาการสถานีเท่านั้นที่มีสิทธิ์แตะ"
ดวงตาของเอเลียสเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ปลายนิ้วที่ถือชิปสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังปะติดปะต่อเข้าหากันในหัว
คำสั่งลบข้อมูลถูกส่งมาจากศูนย์บัญชาการหลัก... ห้องทำงานส่วนตัวของเซราฟิน่า คอร์ท
ในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องเครื่องยนต์ระบบสุญญากาศก็เลื่อนเปิดออกอย่างเงียบเชียบ ร่างเพรียวระหงในชุดเครื่องแบบผู้บัญชาการสีดำสนิท ประดับอินทรธนูทองคำบ่งบอกยศระดับสูงก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง รองเท้าบูทหนAพื้นแม่เหล็กกระทบพื้นโลหะเกิดเสียง *ก๊อก-ก๊อก* เป็นจังหวะที่หนักแน่นและควบคุมได้ดีเยี่ยม เรือนผมสีบลอนด์เข้มถูกรวบตึงไว้ด้านหลังอย่างไร้ที่ติ ดวงตาสีฟ้าคมปลาบราวกับใบมีดน้ำแข็งกวาดมองวิศวกรหนุ่มทั้งสองคนด้วยความนิ่งสงบจนน่าขนลุก
ไม่มีร่องรอยของความตกใจ ไม่มีร่องรอยของการถูกจับได้ มีเพียงความเย่อหยิ่งอันทรงอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ
"ดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้ คุณยังไม่ยอมนอนอีกหรือครับ, คุณวอห์น"
เสียงหวานกังสดาลแต่แฝงไปด้วยอำนาจเด็ดขาดเอ่ยขึ้น รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเซราฟิน่าไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยนั้นเลยแม้แต่น้อย เธอก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงานเพียงสองก้าว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมสนิมเหล็กจางๆ ลอยมาแตะจมูก
เอเลียสค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีฟ้าของเธอโดยไม่หลบสายตา ความตึงเครียดในอากาศพุ่งสูงขึ้นจนแทบจะได้ยินเสียงประจุไฟฟ้าสถิต
"ผมคงนอนไม่หลับแน่ๆ ครับ ผู้บัญชาการ..." เอเลียสเว้นจังหวะเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาต่ำทุ้มและคมกริบราวกับคมมีดที่พร้อมกรีดแทง "ถ้าผมรู้ว่าสถานีอวกาศที่ผมกำลังเอาชีวิตรอดอยู่ด้วยนี้... กำลังถูกสั่งให้ปกปิดความตายของคนนับสิบชีวิตด้วยการลบไฟล์ข้อมูลทิ้งอย่างเงียบเชียบ"
เซราฟิน่าหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไป กลายเป็นความว่างเปล่าที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอีกก้าวหนึ่ง จนระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเหลือเพียงแค่คืบเดียว—ใกล้เสียจนเอเลียสได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วเบาของเธอ
"ระวังคำพูดของคุณให้ดี, คุณวอห์น..." เซราฟิน่ากระซิบด้วยน้ำเสียงกระด้างเย็นชาที่แฝงไว้ด้วยคำเตือนขั้นเด็ดขาด "บางครั้ง... การรู้มากเกินไปในที่ที่ออกซิเจนจำกัดแบบนี้ อาจทำให้คุณหมดสิทธิ์หายใจเร็วกว่าที่คิด"
เอเลียสไม่ถอยหลังแม้แต่เซนติเมตรเดียว เขาก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อสบตากับเธอในระยะประชิด หัวใจเต้นระรัวด้วยความโกรธและแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้
"ถ้าผมต้องตายที่นี่..." เอเลียสกระซิบตอบกลับด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก "ผมก็อยากรู้เหมือนกันครับว่า... มือของผู้บัญชาการคนเก่งเคยเปื้อนเลือดมามากแค่ไหน ก่อนจะมาเหยียบย่างอยู่ที่นี่"
เซราฟิน่าไม่ตอบ เธอยกมือเรียวขึ้นกดปุ่มฉุกเฉินบนแผงควบคุมข้างตัว ทันใดนั้น หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดในห้องก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดกลืนกินทั้งสองคนไว้ชั่วขณะ ก่อนที่แสงไฟสีแดงฉานจากระบบสำรองฉุกเฉินจะสว่างวาบขึ้น อาบไล้ใบหน้าคมคายของวิศวกรหนุ่มและใบหน้านิ่งเรียบของผู้บัญชาการสาวให้กลายเป็นสีเลือด
และในความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตจากภายนอกสถานีก็ดังสนั่นขึ้นพร้อมกัน—ไม่ใช่ความผิดพลาดของท่อเชื้อเพลิง... แต่เป็นแรงกระแทกมหาศาลจากภายนอกที่กำลังฉีกกระชากเกราะป้องกันของสถานีอวกาศให้ขาดออกจากกันต่อหน้าต่อตา!
---
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู่วงโคจรแห่งความระทึกนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรวงโคจรกับผู้บัญชาการไร้เงา•ตอนที่ 1
รอยร้าวในวงโคจร
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวงโคจรกับผู้บัญชาการไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!