วิศวกรวงโคจรกับผู้บัญชาการไร้เงา•ตอนที่ 7

ความลับใต้ฐานบัญชาการ

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
แสงสีฟ้าจากจอโฮโลแกรมพกพาสาดกระทบใบหน้าด้านข้างของ เอเลียส วอห์น จนเห็นเงาโครงกระดูกใต้ผิวหนังชัดเจน นิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มกำลังวิ่งผ่านโค้ดชุดคำสั่งระดับเจาะลึกด้วยความเร็วสูง เสียง "คลิック... คลิก..." ของแป้นพิมพ์สัมผัสกลกลายเป็นจังหวะเดียวกับเสียงลมหายใจที่พยายามควบคุมให้สม่ำเสมอที่สุดในความเงียบสงัดระดับสามของฐานวิจัยใต้ดิน เซกเตอร์ C-9 ไม่มีเสียงเตือนภัย ไม่มีสัญญาณไฟกระพริบสีแดง ความเงียบของที่นี่คืออาวุธที่อันตรายที่สุด เพราะมันหมายความว่าระบบรักษาความปลอดภัยไม่ได้ถูกปิดตาย... แต่มันถูก "ยินยอม" ให้เข้าถึงได้ตั้งแต่แรกต่างหาก เอเลียสหยุดนิ้วที่กำลังจะเคาะคำสั่งเอ็กซ์คิวต์ (Execute) ดวงตาสสีเทาเข้มสะท้อนภาพผังโครงสร้างสามมิติของสถานีอวกาศที่บิดเบี้ยวผิดรูป ผังที่เขาถืออยู่ในมือจากทะเบียนราษฎร์หลวงเป็นเพียงภาพลวงตา ท่อระบายความร้อนหลักของสถานีไม่ได้วางตัวตามแนวดิ่งอย่างที่วิศวกรทุกคนถูกสอนมาตั้งแต่หลักสูตรพื้นฐาน หากแต่มันถูกเบี่ยงเบนหักมุมเข้าสู่ห้องใต้ดินลึกสามร้อยเมตรใต้ฐานบัญชาการ—สถานที่ซึ่งถูกเรียกว่า "เขตปลอดการบำรุงรักษา" ในเอกสารราชการ "ฉลาดมาก ผู้การเซราฟิน่า... คุณซ่อนเตาปฏิกรณ์พลังงานมืดไว้ใต้ห้องทำงานของตัวเอง เพื่อที่ต่อให้เกิดการตรวจสอบจากสภาสูง แรงสั่นสะเทือนก็จะไม่ไปถึงเครื่องวัดระดับบนผิวสถานี" เอเลียสพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าในความกดอากาศต่ำ เขาย่อตัวลงต่ำเมื่อได้ยินเสียงโลหะลั่นเอี๊ยดจากท่อส่งลมด้านบน กลิ่นอับชื้นของน้ำมันเครื่องและโอโซนผสมปนเปกันจนแสบจมูก ในฐานะวิศวกรผู้เคยสูญเสียครอบครัวไปกับคำโกหกเรื่อง "อุบัติเหตุโครงสร้างขัดข้อง" ของรัฐบาล เอเลียสรู้ดีว่าความผิดพลาดของระบบไม่มีอยู่จริง ทุกอย่างล้วนเกิดจาก "เจตจำนง" ของมนุษย์ที่เลือกจะเมินเฉยต่อชีวิตผู้อื่นเพื่อแลกกับความอยู่รอดของกลุ่มก้อน เครื่องมือถอดรหัสคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในมือสั่นเตือนเบาๆ หน้าจอแสดงผลปลดล็อกประตูนิรภัยชั้นสุดท้าย ประตูเหล็กกล้าหนาแปดนิ้วเลื่อนเปิดออกอย่างไร้เสียง เผยให้เห็นแสงสีฟ้าอมม่วงเรืองรองที่ลอดออกมาจากรอยแยก ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้ลมหายใจของเอเลียสสะดุดกึกไปชั่วขณะ มันไม่ใช่ห้องเครื่องยนต์ ไม่ใช่ห้องควบคุมระบบระบายอากาศ แต่เป็นห้องโถงขนาดมหึมาที่บรรจุแคпซูลมนุษย์นับร้อยเรียงรายเป็นระเบียบในแนวดิ่ง ของเหลวสีเขียวมรกตภายในแคปซูลไหลเวียนด้วยอัตราเร็วสูง ท่อระบายพลังงานนับร้อยเส้นต่อเชื่อมเข้ากับร่างไร้สติของผู้คนที่สวมชุดนักบินอวกาศรุ่นเก่า... เครื่องหมายบนอกเสื้อของพวกเขายังคงเป็นสัญลักษณ์ของกองยานสำรวจที่ประกาศว่า "สูญหายในพายุสุริยะ" เมื่อสามปีก่อน "พวกเขายังไม่ตาย..." เอเลียสพึมพำ ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงเชิงประจักษ์ "พวกเขากำลังถูกใช้เป็น... แหล่งพลังงานชีวภาพ" สมองของเอเลียสประมวลผลอย่างรวดเร็วราวกับระบบคอมพิวเตอร์ควอนตัม พลังงานมืดที่ขับเคลื่อนสถานีอวกาศแห่งนี้ ไม่ได้ถูกสังเคราะห์มาจากสสารภายนอกตามทฤษฎีที่เขาเคยเชื่อมั่น แต่มันถูกรีดเค้นมาจาก "จิตสำนึก" และกระแสประสาทของมนุษย์ที่ถูกเชื่อมต่อเข้ากับระบบแกนกลางโดยตรง นี่คือคำตอบว่าทำไมสถานีนี้จึงยังคงลอยตัวอยู่ในเขตแรงโน้มถ่วงวิกฤตได้โดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิง... และนี่คือความจริงที่ผู้บัญชาการเซราฟิน่า คอร์ท ต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อของเพื่อนร่วมงานตัวเอง เอเลียสยกแท็บเล็ตขึ้นบันทึกภาพและข้อมูลดิบทั้งหมดเข้าสู่ระบบคลาวด์ส่วนตัวเพื่อส่งออกนอกสถานี แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะอย่างสมบูรณ์แบบก็ดังขึ้นจากทางเข้าด้านหลัง "ฉันสงสัยมาตลอดว่า คุณเป็นแมลงสาบประเภทไหน ถึงได้อดทนคลานมาได้ไกลขนาดนี้... คุณวอห์น" เสียงเรียบ นิ่ง เย็นเยียบ และทรงอำนาจจนอากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลดลงทันที เอเลียสไม่จำเป็นต้องหันกลับไปมอง เขารับรู้ถึงเงาร่างที่ทาบทับลงมาบนแผงควบคุมได้ทันที เขานิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม นิ้วยังคงค้างอยู่เหนือปุ่มส่งข้อมูลสำคัญ มืออีกข้างเอื้อมไปแตะด้ามประแจเลเซอร์ในกระเป๋าเสื้อโดยสัญชาตญาณแห่งการเอาตัวรอด เขาสูดหายใจเข้าลึก รวบรวมความนิ่งสงบทั้งหมดก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้า ผู้บัญชาการเซราฟิน่า คอร์ท ยืนอยู่ตรงนั้น แสงสีฟ้าอมม่วงจากแคปซูลพลังงานสาดกระทบดวงตาสีฟ้าใสที่ไร้ซึ่งความปรานี ชุดเครื่องแบบสีดำสนิทไร้รอยยับ ปืนพลาสม่ารุ่นล่าสุดในมือของเธอยกขึ้นเล็งมาที่กึ่งกลางหน้าผากของเขาอย่างไร้ความลังเล ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยกว่าสามเมตร—ระยะที่ต่อให้เป็นยอดฝีมือก็ไม่มีทางหลบกระสุนแสงทัน ทว่า บนใบหน้าคมคายของหญิงสาว กลับไม่มีร่องรอยของความตกใจ มีเพียงความเหนื่อยล้าเจือประกายความผิดหวังลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ความเฉียบขาด "คุณล้ำเส้นเกินไปแล้ว เอเลียส" เซราฟิน่ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนแทบเป็นกระซิบ แต่ทุกคำพูดกลับบาดลึกราวกับคมมีด "ความจริงที่คุณกำลังถืออยู่ในมือ... มันไม่ใช่แค่เรื่องของจริยธรรม แต่มันคือสิ่งเดียวที่ค้ำจุนลมหายใจของคนอีกสองหมื่นชีวิตบนสถานีนี้ รวมถึงตัวคุณด้วย" เอเลียสยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่ออุดมการณ์อันบิดเบี้ยวของผู้หญิงตรงหน้า เขามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น มองเห็นความขัดแย้งที่ถูกกดทับไว้ภายใต้หน้าที่อันหนักอึ้ง "สองหมื่นชีวิตที่แลกมาด้วยการดูดกลืนวิญญาณคนบริสุทธิ์เนี่ยนะ ผู้การ?" เอเลียสสวนกลับ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคมราวกรรไกรตัดเพชร "คุณเรียกสิ่งนี้ว่าการปกป้อง... แต่ผมเรียกว่าการฆาตกรรมหมู่ที่รอเวลาเสื่อมสลายต่างหาก" เซราฟิน่าหรี่ตาลงเล็กน้อย นิ้วชี้ที่เหนี่ยวไกกระชับแน่นขึ้น เสียงระบบชาร์จพลังงานของปืนพลาสม่าส่งเสียง "ฮัม..." ดังขึ้นเบาๆ ในความเงียบ เป็นสัญญาณเตือนครั้งสุดท้ายว่าเธอพร้อมจะลั่นไกได้ทุกเมื่อหากเขาขยับตัว "ถ้าคุณเลือกจะกดปุ่มส่งข้อมูลนั้นออกไป... ประตูฉุกเฉินทั้งหมดจะปิดตาย และระบบออกซิเจนในเซกเตอร์นี้จะถูกตัดขาดภายในสิบวินาที" เซราฟิน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว ไม่มีแม้แต่ความลังเลในน้ำเสียงนั้น "คุณจะตายที่นี่ พร้อมกับความลับที่คุณอยากรู้นักหนา" เอเลียสจ้องมองเธอ หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นอันตราย เขารู้ว่าผู้หญิงคนนี้พูดจริงและทำจริง เธอกล้าที่จะสละเขาได้ในพริบตาเพื่อรักษาความลับของสถานี แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เห็นมือข้างที่ถือปืนของเธอกำลังสั่นน้อยๆ... สั่นด้วยความกดดันที่เธอแบกรับไว้เพียงลำพังมานานแสนนาน "งั้นเรามาลองดูกันไหมครับ ผู้การ..." เอเลียสกระซิบ ดวงตาเป็นประกายท้าทายท่ามกลางความตายที่อยู่ห่างเพียงปลายนิ้ว "ว่าระหว่างนิ้วของคุณกับระบบส่งข้อมูลของผม... อะไรจะเร็วกว่ากัน" นิ้วของวิศวกรหนุ่มกดลงบนหน้าจอโฮโลแกรมพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นห้องโถงทันที! หน้าจอสีแดงฉานขึ้นพร้อมข้อความ **"TRANSMISSION IN PROGRESS: 10%... 20%..."** เซราฟิน่าเบิกตากว้าง วินาทีที่เธอตัดสินใจเหนี่ยวไกเพื่อหยุดยั้งการกระทำบ้าบิ่นนั้น แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานทั่วทั้งฐานก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ! ความมืดสนิทกลืนกินทุกสิ่งในชั่วพริบตา เหลือเพียงเสียงกระซิบปริศนาที่ดังขึ้นจากลำโพงฉุกเฉินตัวสุดท้ายที่ยังใช้งานได้—เสียงของใครบางคนที่ไม่ได้อยู่ในทำเนียบกำลังพลของสถานี *"ยินดีต้อนรับสู่ความจริง... คุณวอห์น และผู้การคอร์ท เกมกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงแล้ว"* ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสู่วงโคจรแห่งความระทึกนี้ด้วยกันนะครับ ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวงโคจรกับผู้บัญชาการไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%