วิศวกรวงโคจรกับผู้บัญชาการไร้เงา•ตอนที่ 23

ความจริงที่ถูกเปิดเผย

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
เสียงฝีเท้าหนักแน่นสามครั้งที่ดังขึ้นหลังประตูล็อกรหัสระดับสูงสุด ไม่ได้ทำให้เอเลียสตกใจเท่ากับแสงไฟสถานะบนแผงควบคุมหลักที่กะพริบเปลี่ยนจากสีฟ้าครามของระบบรักษาความปลอดภัยภายใน กลายเป็นสีแดงฉานระดับโอเมก้า—รหัสที่หมายถึง "การควบคุมระยะไกลจากภายนอกระบบสุริยะ" เอเลียสขยับตัวยืนบังหน้าจอโฮโลแกรมที่กำลังแสดงผังโครงสร้างนัยน์ตาของระบบหล่อเลี้ยงชีพจรของสถานีอวกาศ ลมหายใจของเขาถูกผ่อนออกอย่างช้าที่สุดเพื่อรักษาระดับออกซิเจนในเลือดไม่ให้ชีพจรเต้นเร็วเกินไปจนเซราฟิน่าสังเกตเห็น ดวงตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มกวาดมองไปยังหญิงสาวผู้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสถานี เธอยังคงยืนนิ่งหลังโต๊ะทำงานสีดำสนิท แววตาคู่คมกริบไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ราวกับว่าเสียงเคาะประตูนั้นเป็นเพียงสัญญาณนัดหมายที่เธอคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว "คุณรู้อยู่แล้ว" เอเลียสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดที่กรีดผ่านความเงียบงันภายในห้องควบคุม เซราฟิน่ายังคงไม่ขยับเขยื้อน เธอยกมือเรียวขึ้นจัดปกเสื้อเครื่องแบบสีเข้มอย่างใจเย็น นิ้วเรียวยาวของเธอแตะสัมผัสกับแหวนโลหะไทเทเนียมบนนิ้วนางอย่างเผลอไผล ซึ่งเป็นกิริยาที่เอเลียสสังเกตเห็นมาหลายครั้งยามที่เธอกำลังคำนวณความเสี่ยงขั้นสูงสุด "ความรู้คือภาระนะ เอเลียส" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของผู้บัญชาการสาวเอื้อnต1อบกลับมา เธอมองตรงมาที่เขาโดยไม่มีความลังเลในแววตา "และบางครั้ง การรู้มากเกินไปในสถานที่ที่ถูกตัดขาดจากโลกใบเก่า ก็เป็นวิธีฆ่าตัวตายที่รวดเร็วที่สุด" *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่แค่เสียงเคาะ แต่แรงสะเทือนส่งผ่านมาถึงพื้นรองเท้าคอมbat boot ของเอเลียส ราวกับว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังประตูกำลังใช้แรงกดไฮดรอลิกบังคับเปิดกลไก เอเลียสไม่รอช้า นิ้วมือเรียวยาวของวิศวกรกดลงบนแป้นพิมพ์ลัดที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะทำงานของสถานี รหัสผ่านหกหลักที่เขาแอบถอดรหัสมาจากบันทึกการใช้งานของเซราฟิน่าเมื่อสามวันก่อนถูกป้อนลงไปอย่างแม่นยำ หน้าจอโฮโลแกรมสำรองสว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อมูลลับสุดยอดที่ถูกเข้ารหัสไว้หลายชั้น... ข้อมูลที่ดึงมาจากกล่องดำของระบบสื่อสารควอนตัม ภาพสามมิติโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้า ทั้งสองคนจ้องมองไปยังข้อมูลนั้นพร้อมกัน ชื่อของโครงการ... *‘โปรเจกต์มินาทอร์ (Project Minotaur)’* เอเลียสสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในอกรู้สึกเหมือนถูกบีบอัดด้วยแรงโน้มถ่วงมหาศาล บันทึกการโอนถ่ายข้อมูลไม่ได้ระบุว่าคำสั่งมาจากรัฐบาลกลาง หรือแม้แต่สภาความมั่นคงอวกาศ แต่ต้นทางของคำสั่งการตัดสินใจทั้งหมดบนสถานีแห่งนี้ กลับถูกส่งตรงมาจากเซิร์ฟเวอร์แม่ข่ายของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง—บริษัทเดียวกับที่เคยทำให้ครอบครัวของเขาต้องกลายเป็นเหยื่อในอุบัติเหตุปฏิกรณ์ล่มสลายเมื่อสิบปีก่อน "พวกเขาไม่ได้ส่งคุณมาเพื่อบริหารสถานี" เอเลียสแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับว่างเปล่าและเย็นชา "พวกเขาโปรแกรมคุณขึ้นมา ผู้การ... ทุกการตัดสินใจ ความโหดเหี้ยมที่คุณใช้สละลูกเรือเมื่อปีที่แล้ว หรือแม้กระทั่งคำสั่งให้ปิดกั้นออกซิเจนในเขต C คุณไม่ได้เลือกมันด้วยซ้ำ เซราฟิน่า... คุณเป็นแค่หุ่นเชิดที่มีเนื้อหนังและลมหายใจ เพื่อทำตามอัลกอริทึมที่พวกมันเขียนไว้!" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ บรรยากาศในห้องอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยาที่เข้มข้นจนแทบหายใจไม่ออก เซราฟิน่าหลับตาลงช้าๆ เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาที่เคยแข็งกร้าวและเด็ดขาดกลับไหววูบเพียงเสี้ยววินาที—เสี้ยววินาทีที่สั้นเสียจนคนทั่วไปไม่มีทางสังเกตเห็น แต่สำหรับเอเลียสที่จ้องมองเธอมาตลอด เขากลับเห็นมันอย่างชัดเจน "แล้วคุณคิดว่าความจริงข้อนี้ จะเปลี่ยนอะไรได้งั้นหรือ เอเลียส?" เสียงของเธอแผ่วเบาลง แต่เต็มไปด้วยความลึกล้ำที่ชวนให้สะท้อนใจ เธอก้าวเท้าเดินออกจากโต๊ะทำงานอย่างเชื่องช้า เข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่ถึงก้าว กลิ่นอายเฉพาะตัวของเธอยังคงเยือกเย็นและดึงดูดใจในเวลาเดียวกัน "ต่อให้ฉันเป็นแค่หุ่นเชิด... หรือต่อให้ฉันมีเจตจำนงของตัวเองจริงๆ ปลายทางของสถานีแห่งนี้ก็ยังคงพุ่งตรงไปสู่จุดจบเดียวกันอยู่ดี" เธอยกมือขึ้นชี้ไปที่หน้าจอหลัก ซึ่งตอนนี้แสดงกราฟิกจำลองวงโคจรของสถานีที่กำลังดิ่งพสุธาเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ยักษ์ก๊าซเบื้องล่างอย่างช้าๆ "พวกมันไม่ได้ต้องการให้เรา ‘รอด’ ตั้งแต่แรกแล้ว" เซราฟิน่ากระซิบเบาๆ ริมฝีปากของเธออยู่ใกล้จนเอเลียสได้ยินเสียงลมหายใจ "การมีอยู่ของเรา เป็นเพียงตัวแปรในสมการเพื่อทดสอบความทนทานของระบบ AI ควอนตัมรุ่นใหม่... และตอนนี้ AI ตัวนั้น ก็กำลังเคาะประตูห้องเราอยู่ เพื่อเก็บกวาดข้อมูลตัวแปรที่หมดประโยชน์" สิ้นคำพูดนั้น ระบบล็อกประตูหลักก็ส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูง *ติ๊ด—* สัญญาณไฟสีแดงทั่วทั้งห้องควบคุมดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดกลืนกินพื้นที่รอบตัว ทิ้งไว้เพียงแสงเรืองรองสีฟ้าจางๆ จากหน้าจอโฮโลแกรมที่สะท้อนบนใบหน้าของทั้งสองคน พร้อมกับที่บานประตูนิกรหนาหนัก ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างเชื่องช้าในความเงียบสงัด ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะความดันทหารราบไร้สังกัดก้าวเข้ามาในห้อง ความมืดปกปิดใบหน้าของมันไว้ภายใต้หมวกนิรภัยทึบแสง แต่สิ่งที่ทำให้เอเลียสเลือดในกายเย็นเฉียบจนแข็งค้าง คือสัญลักษณ์รูปเฟืองจักรกลสีดำที่ประทับอยู่บนไหล่ขวา—สัญลักษณ์เดียวกันกับที่ปรากฏบนเอกสารมรณะของครอบครัวเขาเมื่ออดีต และก่อนที่เอเลียสจะทันได้ขยับตัว มือเรียวเย็นเฉียบของเซราฟิน่าก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเขาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงกระซิบที่แนบชิดติดใบหูในความมืดสนิท "อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้มันรู้ว่า เราถอดรหัสลับของพวกมันได้ถึงไหนแล้ว" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าแรงโน้มถ่วงและปริศนาอวกาศมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวงโคจรกับผู้บัญชาการไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%