เสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์ควอนตัมที่ถูกกดทับด้วยแรงดันสุญญากาศระดับเจ็ด บ่งบอกถึงความเปราะบางของเปลือกสถานีอวกาศที่กำลังจะไปถึงขีดจำกัด
เอเลียส วอห์น ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองสัญญาณเตือนสีแดงกะพริบที่สะท้อนบนกระจกหมวกนิกรของเขา นิ้วมือทั้งส้านที่สวมถุงมือไนลอนเสริมใยคาร์บอนยังคงบรรจงขันน็อตไทเทเนียมตัวสุดท้ายบนแผงวงจรควบคุมหลักของระบบ LIFE-SUPPORT ประสาทสัมผัสของเขาถูกครอบงำด้วยกลิ่นอับชื้นของโอโซนและเหงื่อกาฬที่ซึมอยู่ตามไรผม ความเงียบงันภายในห้องควบคุมระบบปิดแห่งนี้มีความกดดันยิ่งกว่าแรงจี (G-force) ที่กดทับกระดูกสันหลังของเขาเสียอีก
"คุณกำลังเล่นกับความตาย, เอเลียส"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งคมมีดผ่าตัดดังขึ้นจากเบื้องหลัง ผู้บัญชาการเซราฟิน่า คอร์ท ยืนกอดอกพิงกรอบประตูโลหะ ชุดรบทางการของเธอมีรอยเขม่าคราบควันจากการปะทะเมื่อสองชั่วโมงก่อน ดวงตาสีเทาเข้มภายใต้แสงไฟนีออนสลัวจ้องมองแผ่นหลังของเขาอย่างไม่กะพริบ เธอไม่ได้พกปืนเลเซอร์ในเวลานี้ แต่วิธีที่เธอยืนและน้ำเสียงที่ใช้ก็เพียงพอที่จะทำให้ทหารรับจ้างมือฉกาจยังต้องถอยร่น
เอเลียสหยุดมือที่กำลังไขน็อต เขาถอนหายใจยาวผ่านหน้ากากกรองอากาศ เสียงลมหายใจที่พ่นออกมาสะท้อนก้องในหูฟัง
"ถ้าผมไม่ทำแบบนี้ ระบบระบายอากาศในเซกเตอร์ C จะล่มสลายภายในสิบสองนาทีข้างหน้า และลูกเรือของคุณ... รวมถึงตัวคุณเอง ก็จะกลายเป็นก้อนน้ำแข็งแห้งลอยเค្វ้งอยู่ในแถบดาวเคราะห์น้อยนั่นแหละครับ, ผู้การ" เขากล่าวตอบโดยไม่หันกลับไป น้ำเสียงของเขาราบเรียบและเจือความเย้ยหยันเล็กน้อยตามวิสัยของวิศวกรผู้มองโลกผ่านตัวเลขทางสถิติ
"เรากำลังพูดถึงเส้นทางรอด ไม่ใช่การต่ออายุให้คนตายไปทีละวัน" เซราฟิน่าก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นเหล็กดังเป็นจังหวะหนักแน่น เธอหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเขาในระยะที่ใกล้จนเขาสามารถรับรู้ถึงความร้อนจากร่างกายของเธอ "ข้อมูลการเดินเรือที่คุณซ่อนไว้ในแคชหน่วยความจำสำรอง... มันไม่ได้มีไว้เพื่อซ่อมแซมสถานีนี้ตั้งแต่แรกใช่ไหม?"
เอเลียสชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที—เสี้ยววินาทีเดียวที่ผู้หญิงคนนี้อ่านออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
เขาค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ระยะห่างระหว่างพวกเขานั้นแคบเกินกว่าจะเรียกว่าระยะห่างทางวิชาชีพ ความสูงของเอเลียสทำให้เขาต้องก้มมองเธอเล็กน้อย แต่ดวงตาของเซราฟิน่ากลับไม่มีร่องรอยของความเกรงกลัว มีเพียงประกายความดื้อรั้นและความฉลาดเฉียบแหลมที่ท้าทายสติปัญญาของเขาอยู่เสมอ
"คุณนี่มัน... น่ารำคาญเป็นบ้าเลยนะ, เซราฟิน่า" เอเลียสหัวנסในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไม่มีความขบขันอยู่เลย "ผมอุตส่าห์เข้ารหัสระดับสามชั้นแล้วเชียว"
"คุณลืมไปหรือเปล่าว่าฉันเป็นคนอนุมัติงบประมาณสร้างแผงวงจรพวกนั้นด้วยซ้ำ" เซราฟิน่าหรี่ตาลงเล็กน้อย "เลิกเล่นเกมวิศวกรกับฉันสักที เอเลียส เบาะแสเส้นทางหลบหนีออกจากระบบสุริยะนี้... ที่คุณอ้างว่ามันสูญหายไปพร้อมกับยานสำรวจโพรมีธีอุสเมื่อสิบปีก่อน จริงๆ แล้วมันอยู่ที่ไหน?"
บรรยากาศภายในห้องแคบๆ นั้นราวกับถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก แรงดึงดูดเทียมเริ่มสั่นไหวเล็กน้อยตามจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ที่เอเลียสเพิ่งปรับแต่ง ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ระหว่างพวกเขาสองคน—คนหนึ่งที่ต้องการใช้ความจริงเพื่อหลบหนีและสร้างโลกใหม่ กับอีกคนที่ต้องรักษาโครงสร้างอำนาจที่ผุพังเพื่อความอยู่รอดร่วม—กำลังปะทะกันอย่างเงียบเชียบในสายตาที่จ้องมองกัน
เอเลียสจ้องลึกลงไปในดวงตาสีเทาคู่นั้น เขามองเห็นเงาสะท้อนของตัวเขาเองในแววตาคู่นั้น... ชายผู้สูญเสียทุกอย่างให้แก่ระบบ และหญิงสาวผู้เป็นตัวแทนของระบบนั้น แต่น่าแปลกที่ในความต่างสุดขั้วนี้ กลับมีแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณบางอย่างที่ทำให้พวกเขาไม่เคยหันหลังให้กันได้อย่างเด็ดขาด
"คุณอยากรู้จริงๆ หรือครับ?" เอเลียสโน้มตัวเข้าไปใกล้เธออีกนิด กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนแทบกลืนหายไปกับเสียงเครื่องยนต์ "เพราะถ้าผมบอกคุณตอนนี้... เราทั้งคู่จะไม่มีทางหันหลังกลับได้อีกต่อไป"
เซราฟิน่าไม่ถอยหนี เธอยังคงสบตากลมกลืนกับเขาอย่างไร้ความหวาดหวั่น ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยว
"ฉันไม่เคยคิดจะหันหลังกลับตั้งแต่แรกแล้ว... พูดมา"
เอเลียสยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งแบบนักวิทยาศาสตร์และเสน่ห์ของชายผู้ไม่มีอะไรจะเสีย เขาเอื้อมมือไปปลดล็อกช่องเก็บข้อมูลลับที่ซ่อนอยู่ใต้แผงควบคุมหลัก เสียงกลไกไฮดรอลิกดังคลิเบาๆ พร้อมกับแผ่นโลหะบางเฉียบที่เลื่อนออกมา
แต่มันไม่ใช่แฟลชไดรฟ์ หรือหน่วยความจำควอนตัมแบบที่เซราฟิน่าคาดคิด...
มันคือแผ่นฟิล์มโลหะโบราณที่สลักด้วยรหัสแสงเลเซอร์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ถูกยกเลิกไปตั้งแต่ก่อนยุคสงครามดวงดาวจะเริ่มขึ้นเสียอีก
เซราฟิน่าขมวดคิ้วด้วยความฉงน เธอยื่นมือออกไปหยิบแผ่นฟิล์มนั้นขึ้นมาส่องกับแสงไฟนีออน ลวดลายบนแผ่นโลหะสะท้อนประกายระยิบระยับเป็นภาพแผนที่ดวงดาวที่ไม่เคยปรากฏอยู่ในระบบฐานข้อมูลใดๆ ของสภาสหพันธ์
"นี่มัน... แผนที่เขตแดนเข็มขัดไคเปอร์รุ่นเก่า?" เซราฟิน่าเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความไม่เชื่อสายตา "แต่มันเป็นไปไม่ได้ ระบบนำทางทั้งหมดถูกลบไปหมดแล้วตั้งแต่วันที่อาณานิคมล่มสลาย ทำไมมันถึงมาอยู่--เซราฟิน่าชะงักคำพูดเมื่อเธอสังเกตเห็นตัวเลขพิกัดที่สลักอยู่ตรงมุมล่างสุดของแผ่นโลหะ"
มันไม่ใช่พิกัดของอวกาศภายนอก... แต่มันคือพิกัดใจกลางสถานีอวกาศแห่งนี้ จุดที่เธอยืนอยู่ ณ เวลานี้
ฉับพลัน เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับฉุกเฉินที่ดังลั่นตลอดสัปดาห์ก็เงียบลงอย่างกะทันหัน เสียงเครื่องยนต์ควอนตัมดับวูบลงเหลือเพียงเสียงฮัมต่ำของระบบสำรอง
ไฟส่องสว่างภายในห้องดับสนิท เหลือเพียงแสงสีแดงจากหลอดไฟฉุกเฉินที่กะพริบเป็นจังหวะเชื่องช้า และในความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังเดินตรงมาที่หน้าประตูห้องควบคุม พร้อมกับเสียงเคาะโลหะสามครั้งตามด้วยเสียงล็อกประตูอัตโนมัติจากภายนอกที่ถูกสั่งการด้วยรหัสผ่านระดับผู้บัญชาการสูงสุด
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าแรงโน้มถ่วงและไขปริศนาแห่งโชคชะตานี้ร่วมกันนะครับ ไฮเปอร์ไดรฟ์
วิศวกรวงโคจรกับผู้บัญชาการไร้เงา•ตอนที่ 26
แผนที่ดาวที่หายไป
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวงโคจรกับผู้บัญชาการไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!