"แรงดันในระบบหล่อเย็นโซนสามลดลงอีกแปดเปอร์เซ็นต์ครับ ผู้บัญชาการ"
เสียงรายงานของเอเลียส วอห์น ดังลอดผ่านหน้ากากสื่อสารที่เต็มไปด้วยเสียงคลื่นวิทยุรบกวน ภายในห้องควบคุมแรงดันย่อยของสถานีอวกาศเอย์เรส (Aires Station) ที่ตอนนี้กลายเป็นห้องนิรภัยชั่วคราว อุณหภูมิรอบตัวดิ่งฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวขุ่น
เซราฟิน่า คอร์ท ไม่ได้หันกลับมามองเขาทันที เธอยังคงจดจ้องอยู่กับหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอมเขียวที่สะท้อนอยู่ในดวงตาสีเทาเข้มของเธอ นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือผ้าใยสังเคราะห์กำลังป้อนชุดคำสั่งฉุกเฉินด้วยความเร็วสูง เสียงเคาะแป้นพิมพ์ดิจิทัลดัง *แกร็กๆ* แข่งกับเสียงคำรามต่ำๆ ของโครงสร้างเหล็กกล้าที่กำลังแบกรับแรงดันสุญญากาศภายนอก
"ฉันเห็นแล้ว วอห์น" สุ้มเสียงของเธอยังคงราบเรียบและควบคุมได้ดีเยี่ยม แม้ว่าสถานการณ์เบื้องหน้าจะหมายถึงความตายอันไร้เสียงของทุกคนบนสถานีนี้ "และถ้าคุณยังมัวแต่รายงานตัวเลขที่ฉันเห็นบนจอ คุณน่าจะเอาเวลาไปขันน็อตไฮดรอลิกตัวนั้นให้แน่นอีกครึ่งรอบดีกว่า ไม่อย่างนั้นเราคงได้กลายเป็นเศษดาวตกสีแดงฉานก่อนจะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นเหนือขอบฟ้าดาวอังคาร"
เอเลียสแค่นหัวเราะในลำคออย่างขื่นๆ เขากวาดประแจเลื่อนในมือลงกระเป๋าข้างเครื่องแบบวิศวกร ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นจากพื้นเหล็กแรงโน้มถ่วงต่ำ ร่างสูงโปร่งของเขาขยับเข้าไปประชิดด้านข้างของแผงควบคุมที่เซราฟิน่ายืนอยู่ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนไหล่แทบจะชนกัน กลิ่นอับชื้นของเหงื่อ โลหะสนิม และกลิ่นหอมจางๆ ของสบู่แลคโตสที่ติดตัวเธอมาตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุฉุกเฉิน โชยปะทะนาสิกของเขาในพื้นที่จำกัดนี้
ความตึงเครียดไม่ได้มาจากความตายที่อยู่ห่างออกไปเพียงแค่ผนังโลหะบางๆ เท่านั้น แต่มันมาจากความใกล้ชิดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกเขาเปรียบเสมือนฟันเฟืองสองตัวที่หมุนสวนทางกัน เอเลียสเชื่อมั่นในความเป็นจริงเชิงประจักษ์และชีวิตของปัจเจกบุคคล ทุกชีวิตบนสถานีนี้มีค่าเท่ากันในเชิงโครงสร้าง แต่นโยบายของเซราฟิน่ากลับมองภาพรวม — การสละส่วนน้อยเพื่อรักษาฐานที่มั่นสำคัญของมนุษยชาติ มันคือความโหดเหี้ยมที่สวมชุดเครื่องแบบผู้บัญชาการทหาร
แต่ในยามที่ระบบชีวิตกำลังล่มสลาย อุดมการณ์อันสวยงามและหลักการอันแข็งกร้าวต่างก็ไร้ความหมาย เหลือเพียงลมหายใจอุ่นๆ และการพึ่งพาซึ่งกันและกัน
"คุณรู้วิธีผลักไสคนอื่นให้ทำงานหนักได้น่าประทับใจเสมอเลยนะครับ ผู้บัญชาการ" เอเลียสเอ่ยเบาๆ ขณะเอื้อมมือข้ามไหล่เธอไปกดรีเซ็ตระบบจ่ายพลังงานสำรอง มือของเขาสัมผัสกับขอบแผงควบคุมใกล้กับมือของเธอเพียงคืบเดียว เซราฟิน่าชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาของเธอตวัดกลับมามองเขา
ระยะประชิดนี้ทำให้เขาเห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาของเธออย่างชัดเจน รวมถึงรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากด้านซ้าย—ร่องรอยจากสงครามการเมืองข้ามดวงดาวที่เธอไม่เคยเล่าให้ใครฟัง
"ความประทับใจไม่ใช่สิ่งที่ฉันบรรจุไว้ในคู่มือปฏิบัติงานหรอกนะ วอห์น" เธอกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย Subtext ในคำพูดของเธอซ่อนความเหนื่อยล้าที่ปิดไม่มิด "โดยเฉพาะกับวิศวกรหัวรั้นที่ชอบตั้งคำถามกับทุกคำสั่งของฉัน... แต่ก็นั่นแหละ ถ้าไม่มีคุณคอยแก้โค้ดระบบระบายความร้อนเมื่อสิบนาทีមុน ป่านนี้เราคงสลายกลายเป็นละอองน้ำแข็งไปแล้ว"
นี่คือคำชมที่หาได้ยากยิ่งจากผู้บัญชาการหญิงผู้ไร้ความปรานี เอเลียสมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น เขารับรู้ได้ถึงความโดดเดี่ยวที่เธอแบกรับไว้บนบ่า มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะต้องตัดสินใจว่าใครควรอยู่และใครควรตายเพื่อความอยู่รอดของส่วนรวม เขารู้ดีว่าเธอเกลียดชังหน้าที่นี้ไม่แพ้Aความเกลียดชังที่เขามีต่อระบบรัฐบาลที่เคยคร่าชีวิตครอบครัวของเขา
ความเกลียดชังและบาดแผลทางใจ... คือสิ่งที่เชื่อมโยงพวกเขาทั้งสองเข้าด้วยกันอย่างประหลาด
"ผมไม่ได้ทำเพื่อคุณ หรือเพื่อระเบียบของสภาอวกาศหรอกนะครับ เซราฟิน่า" เอเลียสจงใจเรียกชื่อต้นของเธอเป็นครั้งแรก น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและทุ้มต่ำลง "ผมทำเพราะผมไม่อยากเห็นใครต้องตายต่อหน้าต่อตาอีก... และนั่นรวมถึงคุณด้วย"
บรรยากาศภายในห้องควบคุมพลMันเปลี่ยนไป แรงดึงดูดระหว่างมวลสารทางอุดมการณ์ที่เคยผลักไสกันอย่างรุนแรง บัดนี้กลับถูกบีบอัดด้วยแรงโน้มถ่วงทางจิตวิญญาณจนหลอมรวมเข้าหากัน เสียงคำรามของเครื่องจักรภายนอกราวกับเลือนหายไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่สอดประสานกันในความเงียบ
เซราฟิน่าเม้มริมฝีปากแน่น เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างเกราะป้องกันตัวตนที่เธอสวมมาตลอดชีวิต กับความเปราะบางที่กำลังถูกเปิดเปลือยผ่านสายตาของชายหนุ่มตรงหน้า
มือของเธอที่วางอยู่บนแผงควบคุมค่อยๆ เคลื่อนมาสัมผัสกับข้อมือของเอเลียสที่กำลังค้ำยันอยู่ ความเย็นยะเยือกของถุงมือโลหะไม่สามารถกลบความอุ่นร้อนที่ส่งผ่านผิวเนื้อได้เลย มันเป็นการยอมจำนนโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดๆ เป็นภาษากายของคนที่ยืนอยู่บนขอบเหวแห่งความตาย และเลือกที่จะไขว่คว้าหาความหมายของการมีชีวิตอยู่ผ่านอีกฝ่าย
"คุณนี่มัน... อันตรายกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะ วอห์น" เซราฟิน่ากระซิบ แววตาที่เคยแข็งกร้าวฉายประกายความอ่อนไหวที่หาดูได้ยาก
ก่อนที่เอเลียสจะได้กล่าวตอบ ทันใดนั้น ไฟฉุกเฉินสีแดงเพลิงทั่วทั้งห้องก็ดับวูบลง เหลือเพียงแสงเรืองรองสีส้มอ่อนจากแผงควบคุมหลักที่กะพริบถี่ๆ ตามด้วยเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตที่ไม่ได้มาจากระบบหล่อเย็น แต่มาจาก *ระบบล็อกเกอร์นิรภัยชั้นใต้ดิน* ที่ควรจะถูกปิดตาย
*คลิก... โครม!*
เสียงกลไกประตูนิรภัยหนักสามตันเลื่อนเปิดออกเองอย่างช้าๆ ทั้งที่ไม่มีใครป้อนคำสั่ง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงคู่หนึ่งกำลังก้าวเดินสม่ำเสมอผ่านทางเดินมืดทึบเข้ามาใกล้ห้องควบคุมทีละน้อย เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของลูกเรือคนใดที่พวกเขารู้จัก มันเชื่องช้า เยือกเย็น และเต็มไปด้วยเจตนาคุกคามที่ถูกเก็บงำไว้เป็นอย่างดี
เซราฟิน่าชักมือกลับทันสัญชาตญาณ มืออีกข้างเอื้อมไปปลดล็อกซองปืนพลาสม่าที่ต้นขาอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเธอกลับคืนสู่ความเฉียบขาดดั่งเหล็กกล้าในเสี้ยววินาที
"stay behind me" เธอกระซิบเสียงต่ำ พลางใช้สายตาจ้องเขม็งไปยังประตูห้องที่ค่อยๆ แยกตัวออก
เอเลียสไม่ถอยหลัง แต่กลับก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างเธอ พร้อมกับกระชับประแจเลื่อนในมือแน่น ดวงตาของเขาหรี่ลงเมื่อเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นภายใต้แสงไฟกะพริบสลัวที่กรอบประตู และสิ่งที่ก้าวออกมาจากความมืดนั้น... ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ต้องสะดุดกรามค้างไปพร้อมกัน
ไม่ใช่ผู้รอดชีวิต ไม่ใช่หน่วยกู้ภัย และไม่ใช่ระบบอัตโนมัติของสถานี—แต่มันคือร่างของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงที่ควรจะเสียชีวิตไปตั้งแต่สามวันก่อน พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ประดับอยู่บนใบหน้าไร้สีเลือด และรหัสลับบนหน้าจอแสดงผลที่ถูกแฮกเข้าควบคุมสถานีจาก *ภายใน*
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าห้วงอวกาศอันมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
วิศวกรวงโคจรกับผู้บัญชาการไร้เงา•ตอนที่ 21
แรงดึงดูดใจข้ามอุดมการณ์
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวงโคจรกับผู้บัญชาการไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!