กลิ่นหอมกรุ่นของชาไป๋ฮ่าวอิ่นเจินที่ลอยกรุ่นอยู่เหนือถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ มิได้ช่วยให้บรรยากาศภายในกระโจมบัญชาการศึกอบอุ่นขึ้นแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความหนาแน่นของไอร้อนกลับขับเน้นให้ความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างของบุรุษผู้ประทับอยู่เบื้องบนเด่นชัดยิ่งขึ้น
หลี่จวินหรงมิได้เอ่ยสิ่งใดมาเนิ่นนานนับชั่วยาม ดวงเนตรคมปลาบดุจพญาอินทรีมองทอดออกไปนอกผืนผ้าใบกระโจม สู่ความเวิ้งว้างของหุบเขาผาจันทราที่เวลานี้ถูกความมืดมิดและหมอกทึบเข้าโอบล้อม
ค่ายกล "อัคคีผลาญโลกันตร์" ของกองทัพหลวง หาได้ถูกกางขึ้นเพื่อขับไล่ข้าศึกนอกด่านตามพระราชโองการไม่ หากแต่เป้าหมายที่แท้จริงคือการปิดตายทุกเส้นทางลำเลียงเสบียงและเส้นทางถอยทัพของกองกำลังพิทักษ์ชายแดนอุดร เพื่อบีบให้สตรีและบุรุษผู้กุมชะตาเมืองเหนือต้องมอดไหม้ไปพร้อมกับกองเพลิงที่ฮ่องเต้ห่าวเทียนทรงบันดาลขึ้นจากเมืองหลวง
"รายงานจากหน่วยลาดตระเวนยืนยันแล้วพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง กองกำลังของราชสำนักนับหมื่นนายเคลื่อนพลปิดปากหุบเขาด้านหลังเรียบร้อยแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น..." นายกองทหารรักษาการณ์ผู้หนึ่งกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "พวกมันจุดไฟเผาป่าสนรอบแนวเขา ทิศทางลมกำลังโหมกระหน่ำเข้าหาค่ายของเรา..."
ซูเหม่ยหลินซึ่งยืนอยู่เบื้องหน้าแผนที่ภูมิประเทศขนาดใหญ่บนโต๊ะไม้ทึบ มิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวบางภายใต้แขนเสื้อผ้าไหมปักลายเมฆาขยับลากผ่านแนวหุบเขาจำลองอย่างเชื่องช้า สติปัญญาอันเฉียบคมของนางกำลังคำนวณทิศทางกระแสลมและตำแหน่งดวงดาวที่ปรากฏผ่านช่องแคบของหน้าผา
"ฮ่องเต้ห่าวเทียนทรงเดิมพันครั้งใหญ่ ทรงยอมแลกหัวเมืองเหนือเพื่อกำจัดท่านอ๋อง" สุ้มเสียงของนางราบเรียบ ทว่าก้องกังวานและหนักแน่นราวกับค้อนโลหะที่ตอกลงบนทั่ง "ค่ายกลนี้มิใช่ค่ายกลสำหรับทำสงคราม แต่มันคือ 'สุสาน' ที่ถูกออกแบบมาเพื่อฝังกลบพวกเราทั้งกองทัพ"
หลี่จวินหรงละสายตาจากความมืดภายนอก เขากวาดสายตาคมกริบมายังดวงหน้าอันงดงามที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยวของสตรีตรงหน้า ความรู้สึกบางเบาดั่งสายลมหนาวที่พัดผ่านหัวใจอันด้านชาทำให้มุมปากของแม่ทัพหนุ่มยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตา
"เจ้ากลัวหรือไม่ เหม่ยหลิน" สุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างแผ่วเบา ทว่าเปี่ยมด้วยความอาทรลึกล้ำที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุร้าย
"ความตายหาใช่สิ่งที่น่าหวาดกลัวไม่เพคะท่านอ๋อง" ซูเหม่ยหลินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาดำขลับคู่นั้นสะท้อนภาพเปลวเพลิงที่กำลังลุกลามเข้ามาใกล้ "สิ่งที่น่าเศร้าคือการที่คนโง่เขลาผู้หนึ่งยอมทำลายรากฐานของแผ่นดินเพียงเพื่อความระแวงในพระราชอำนาจของตนเอง... แต่ท่านอ๋องวางใจเถอะเพคะ ในเมื่อข้าผู้ล่วงรู้ชะตาฟ้าก้าวเข้ามาสู่สนามหมากนี้แล้ว ชะตากรรมย่อมมิได้เป็นไปตามที่พระองค์ทรงลิขิตไว้ทั้งหมด"
นางหยิบแท่งหยกสีขาวขึ้นมาวางทับลงบนจุดอับที่สุดของแผนที่ ซึ่งเป็นจุดที่กองกำลังทหารหลวงหนาแน่นที่สุด
"พวกมันคิดว่าเราติดอยู่ในกรงเล็บพยัคฆ์ ทว่าพวกมันหลงลืมไปว่า... หน้าผาผาจันทราในยามวิกาลนี้ มีกระแสน้ำใต้ดินที่เชื่อมต่อกับลำธารสายเก่า ซึ่งบรรพบุรุษของข้าเคยบันทึกไว้ในตำราลับตระกูลซู"
ก่อนที่หลี่จวินหรงจะได้เอ่ยคำใดต่อ เสียงระฆังเตือนภัยจากหอคอยสูงก็ดังสนั่นหวั่นไหว!
*ตูม!*
แรงระเบิดมหาศาลสั่นสะเทือนไปทั่วผืนปฐพี เปลวเพลิงสีแดงฉานพวยพุ่งทะลักเข้ามาถึงแนวรั้วไม้ของค่ายทหาร ควันไฟหนาทึบกลิ่นดินปืนคละคลุ้งตลบอบอวล ทหารฝ่ายศัตรูภายใต้หน้ากากเหล็กนับร้อยนายพุ่งทะยานผ่านม่านหมอกควันเข้าประชิดกระโจมบัญชาการอย่างรวดเร็วดุจพายุหมุน
ดาบยาวในมือของหลี่จวินหรงถูกชักออกจากฝักในพริบตาเดียว ประกายแสงสีเงินวาบผ่านความมืดพร้อมกับหยาดโลหิตที่กระเซ็นต้องผนังกระโจม ความเยือกเย็นดุจปีศาจสงครามปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาที่ไร้ซึ่งความปรานี
"คุ้มกันกุนซือซู!" สุ้มเสียงคำรามก้องดั่งอสนีบาตของท่านอ๋องสั่นสะเทือนขวัญศัตรูที่ดาหน้าเข้ามา
การต่อสู้ตะลุมบอนกลางกองเพลิงระเบิดขึ้นอย่างดุเดือดเลือดพล่าน เหล็กกระทบเหล็กดังสนั่นหวั่นไหว ทว่าในขณะที่สถานการณ์กำลังคับขันและเสียงฝีเท้าของกองกำลังเสริมฝ่ายศัตรูกำลังใกล้เข้ามาทุกที...
เงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิท ปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบที่ด้านหลังสุดของกระโจม พร้อมกับลูกธนูอาบยาพิษที่พุ่งแหวกอากาศตรงดิ่งเข้าแผ่นหลังของซูเหม่ยหลินโดยที่นางยังไม่ทันรู้ตัว!
— ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์บทนี้ไปด้วยกันนะครับ — พงศาวดารมีชีวิต
แม่ทัพผู้เยือกเย็นกับบัณฑิตหญิงผู้ล่วงรู้ชะตาฟ้า•ตอนที่ 17
ค่ายกลที่พังทลาย
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เยือกเย็นกับบัณฑิตหญิงผู้ล่วงรู้ชะตาฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!