เสียงโลหะกระทบกันแผ่วเบาดั่งเสียงปีกแมลงปอแตะผิวน้ำ คือสัญญาณเดียวที่หลี่จวินหรงไม่เคยต้องใช้ดวงตารับรู้
ในความมืดมิดสนิทของเรือนพักยามวิกาล ซึ่งถูกปกคลุมด้วยกลิ่นอายจางๆ ของชาผู่เอ่อร์ชงค้างคืนและหมึกจีนคุณภาพดี ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทของท่านอ๋องแห่งกองทัพเหนือยังคงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะหนังสือ เปลวเทียนเล่มสุดท้ายเพิ่งมอดดับลงด้วยหยาดน้ำตาเทียนที่ไหลริน แต่ผัสสะของบุรุษผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนหาได้พร่าเลือนตามแสงสว่างไม่
ปลายกระบี่ "อัคคีผลาญโลกันตร์" ที่วางพาดอยู่บนตักสั่นระริกน้อยๆ ตามแรงลมกดอากาศที่เปลี่ยนไป ราวกับมันรับรู้ถึงจิตสังหารอันเย็นเยียบที่กำลังคืบคลานผ่านกรอบหน้าต่างกระดาษสา
ซูเหม่ยหลิน ซึ่งนั่งอยู่ ณ มุมห้องอีกด้านบนตั่งไม้แกะสลักลวดลายเมฆมงคล ไม่ได้ส่งเสียงตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางกำลังจรดพู่กันเขียนตัวอักษรลงบนกระดาษซวนจื่อด้วยความนิ่งสงบ ทว่าข้อมือเรียวระหงที่หยุดชะงักไปชั่วเสี้ยวลมหายใจ กลับฟ้องชัดว่านางล่วงรู้ถึงแขกผู้ไม่ได้รับเชิญในยามวิกาลนี้เช่นกัน
"ดูท่า... ฝ่าบาทจะทรงร้อนรนกว่าที่คาดการณ์ไว้นะครับ" เสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนน้ำแข็งกระทบกันดังขึ้นแผ่วเบาในความมืด หลี่จวินหรงเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับไปมอง
"ฮ่องเต้ทรงตระหนักดีว่า หากปล่อยให้ตำราโบราณของตระกูลข้าตกอยู่ในมือท่านอ๋องผู้กุมกำลังพลครึ่งแผ่นดิน บัลลังก์มังกรของพระองค์ย่อมสั่นคลอนดั่งปักอยู่บนกองฟืน" ซูเหม่ยหลินตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นางวางพู่กันลงอย่างประณีต ดึงด้ายไข่มุกเส้นเล็กที่ซ่อนไว้ใต้อ่างล้างหน้าเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณเตือนโครงสร้างกลไกรับแขกภายนอกเรือน
*ฉับ!*
เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะลุกรอบหน้าต่างเข้ามาอย่างไร้เสียง ลมพายุที่พัดพาเข้ามาพร้อมกับร่างนั้นหอบเอาไอสังหารและกลิ่นคาวเลือดจางๆ เข้ามาอบอวลทั่วห้อง ร่างนั้นสวมชุดนักฆ่าสีนิลสนิท ใบหน้าถูกอำพรางด้วยผ้าคลุมหน้า คงเหลือเพียงดวงตาคู่คมกริบที่สะท้อนแสงจันทร์รำไรจากภายนอก เป้าหมายของมันไม่ใช่ใครอื่น—คือชีวิตของแม่ทัพผู้เยือกเย็นแห่งแดนเหนือ
มือสังหารไม่เอื้อMวจาแม้แต่ครึ่งคำ คมดาบอาบยาพิษสีเขียวมรกตพุ่งตรงเข้าสู่จุดตายบริเวณลำคอของหลี่จวินหรงในพริบตา ความเร็วและท่วงท่านี้เป็นวิชาตัวเบาสำนักลับในวังหลวงอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่หลี่จวินหรงหาใช่เหยื่อที่จะถูกล่าได้โดยง่าย ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับเสียงกระบี่ออกจากฝักที่ดังสะท้านเยือกเย็นบาดแก้วหู ประกายไฟสว่างวาบขึ้นชั่วพริบตาเมื่อคมกระบี่เหล็กกล้าปะทะเข้ากับดาบของมือสังหาร แรงปะทะทำให้ข้าวของบนโต๊ะหนังสือกระจัดกระจาย กระดาษสมุดรายชื่อแม่ทัพหัวเมืองปลิวว่อนดั่งหิมะโปรยปราย
"ฝีมือไม่เลว... แต่ยังอ่อนหัดเรื่องการคำนวณจังหวะก้าว" หลี่จวินหรงเอ่ยด้วยน้ำพักน้ำแรงที่เยือกเย็นไร้ความระส่ำระสาย ปลายกระบี่ในมือตวัดเป็นวงโค้งงดงามดั่งจันทร์เสี้ยว บังคับให้มือสังหารต้องถอยร่นไปสามก้าว
ทว่า ในจังหวะที่มือสังหารคนแรกกำลังเสียหลัก ซูเหม่ยหลินกลับขยับตัว นางดีดลูกคิดทองเหลืองในมือเบาๆ เสียง "กริ๊บ" อันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้น พร้อมกับกลไกใต้พื้นไม้ที่ทำงานอย่างเงียบเชียบ พื้นเรือนเบื้องล่างมือสังหารคนที่สองที่แอบซ่อนอยู่ใต้ระเบียงจู่ๆ ก็เปิดออก ร่างของมือสังหารอีกนายถูกลูกศรอาบยาชาพุ่งเข้าใส่จนล้มลงหมดสติทันทีโดยยังไม่ทันได้ลงมือ
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องโถงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของหลี่จวินหรง และเสียงหยดน้ำจากชายผ้าคลุมของมือสังหารที่ยังคงยืนหยัดเผชิญหน้า
หลี่จวินหรงก้าวเข้าไปใกล้เงาดำนั้นช้าๆ ฝ่ามือหนากำด้ามกระบี่แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาคมกราบกวาดมองรอยสักรูปมังกรไร้เกล็ดที่ข้อมือซ้ายของอีกฝ่าย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เฉพาะของหน่วยองครักษ์ลับขึ้นตรงต่อพระองค์ฮ่องเต้
"กลับไปทูลผู้เป็นนายของเจ้าเสีย... ว่ากระบี่ของหลี่จวินหรงผู้นี้ ยังคงจงรักภักดีต่อแผ่นดินและราษฎรเสมอมา แต่มิใช่สุนัขรับใช้ที่ยอมให้ใครมาจูงจมูกตามอำเภอใจ" ท่านอ๋องเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ กดดันจนมือสังหารรู้สึกราวกับมีภูเขาหินผาทั้งลูกมาทับถมอยู่บนอก
มือสังหารแค่นหัวเราะด้วยความหยันเหยียด แม้จะตกเป็นรอง "ท่านอ๋อง... พระองค์ทรงคิดว่าพระองค์กำชัยชนะไว้ได้กระนั้นหรือ? ความจริงแล้ว..."
ยังไม่ทันที่มือสังหารจะเอ่ยจบประโยค ประตูห้องรับรองด้านนอกก็ถูกถีบกระเด็นออกด้วยพลังภายในอันรุนแรง กลิ่นหอมประหลาดของกำยานพันปีลอยฟุ้งเข้ามาพร้อมกับร่างของขันทีเฒ่าผู้หนึ่ง นามว่า "เว่ยตง" ขันทีคนสนิทข้างกายฮ่องเต้ ซึ่งก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัว ในมือถือราชโองการม้วนสีทองอร่ามที่สะท้อนแสงไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าดอย่างเยือกเย็น
"ประกาศพระราชโองการ..." ขันทีเว่ยตงเอ่ยด้วยเสียงแหลมสูงบาดหู "ด้วยเหตุที่ท่านอ๋องหลี่จวินหรง สะสมกำลังพลนอกเหนือคำสั่ง และมีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่าจะเป็นกบฏ บัดนี้... มีรับสั่งให้ปลดจากตำแหน่งแม่ทัพแดนเหนือทันที พร้อมทั้งให้คุมตัวซูเหม่ยหลินเข้าสู่คุกหลวงเพื่อไต่สวนข้อหาคบคิดกับแดนศัตรู!"
สิ้นเสียงประกาศอันน่าตกใจ มือสังหารที่เคยจนมุมกลับแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียมขึ้นที่มุมปาก ขณะที่ซูเหม่ยหลินหันมาสบตากับหลี่จวินหรง นัยน์ตาดำขลับของนางฉายแววประกายความเฉียบคมระคนห่วงใย โดยไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เพราะนางคำนวณเวลานี้ไว้ในหมากกระดานล่วงหน้าสามวันแล้ว...
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์บทนี้ไปด้วยกันนะครับ — พงศาวดารมีชีวิต
แม่ทัพผู้เยือกเย็นกับบัณฑิตหญิงผู้ล่วงรู้ชะตาฟ้า•ตอนที่ 8
เสียงกระซิบจากความมืด
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เยือกเย็นกับบัณฑิตหญิงผู้ล่วงรู้ชะตาฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!