แม่ทัพผู้เยือกเย็นกับบัณฑิตหญิงผู้ล่วงรู้ชะตาฟ้า•ตอนที่ 12

หลักฐานชิ้นสำคัญ

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
กลิ่นอายจางๆ ของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับความอับชื้นของหินผาใต้พื้นเรือนปีกตะวันตก ทำให้บรรยากาศภายในห้องลับของขันทีเฒ่าจ้าวเหวินซานชวนอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แสงจากคบเพลิงวับแวมสาดกระทบโครงกระดูกจำลองและตำราโบราณที่กองระเกะระกะ ซูเหม่ยหลินก้าวเท้าอย่างเงียบเชียบดั่งเงาพราย ปิ่นหยกขาวบนมวยผมของนางแทบไม่ไหวติ่ง ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งลำหญ้าคาบรรจงเปิดหีบไม้จันทน์หอมที่ซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือลอยตัว "รอบคอบนัก... แต่ยังรอบคอบไม่พอ" น้ำเสียงนุ่มทุศหากทว่าเย็นเยียบราวกับสายน้ำใต้ธารน้ำแข็งเอ่ยขึ้นเบาๆ นางเหลือบสายตาไปมองบุรุษผู้ยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตู หลี่จวินหรงในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรห้ากรงเล็บกลมกลืนไปกับความมืดมิด ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทศทิศกวาดมองไปรอบห้องเพื่อระวังภัยให้ดรุณีผู้เป็นดั่งดวงใจ ความตายรายล้อมพวกเขาทุกคืบคลาน หากขันทีจ้าวเหวินซานล่วงรู้ว่าห้องลับแห่งนี้ถูกบุกรุก หัวของพวกเขาทั้งคู่คงประดับอยู่บนกำแพงเมืองหลวงก่อนตะวันรุ่ง เหม่ยหลินไม่รอช้า นางซุกมือลงไปใต้ชั้นผ้าแพรเก่าคร่ำคร่า สัมผัสได้ถึงวัตถุโลหะเย็นเฉียบชิ้นหนึ่ง เมื่อดึงมันออกมาสู่แสงไฟ สีหน้าของยอดกุนซือหญิงก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในทันที มันคือตราประทับทองคำแท้สลักลายพยัคฆ์เหินหาว—ตราประทับประจำกองทัพพิทักษ์อุดรของหลี่จวินหรงเอง หาใช่ของปลอมตามท้องตลาดไม่ แต่มันเป็นของปลอมที่ถูกหล่อขึ้นด้วยฝีมือช่างหลวงขั้นสูง รอยตำหนิและร่องรอยการแกะสลักถูกเลียนแบบได้อย่างแนบเนียนจนแม้แต่แม่ทัพผู้ใช้มันมาแรมปี หากไม่พิจารณาด้วยแว่นขยายและทักษะดาราศาสตร์คำนวณเนื้อโลหะ ก็ไม่มีทางแยกแยะออกเลยว่านี่คืออาวุธร้ายที่จะถูกนำมาใช้ใส่ร้ายป้ายสีว่าท่านอ๋องคิดกบฏต่อราชสำนัก "จ้าวเหวินซาน... เจ้ากล้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ" เสียงทุ้มต่ำของหลี่จวินหรงดังขึ้นลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลังนาง กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยและไอร้อนจากร่างกายของเขาช่วยบรรเทาความหนาวเยือกในห้องใต้ดินนี้ได้เพียงเล็กน้อย มือหนาเอื้อมมาสัมผัสปลายนิ้วของนางที่กำลังสั่นระริกด้วยความโกรธ เหม่ยหลินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของนางสะท้อนประกายความเฉียบคมดั่งเพชรน้ำหนึ่ง "ไม่ใช่แค่จ้าวเหวินซานคนเดียวหเพคะ... อภัยด้วย ข้าเผลอตัวเรียกยศท่านยามส่วนตัวอีกแล้ว" นางชะงักเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้คำพูดสามัญ หลี่จวินหรงระบายยิ้มบางเบาที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่มีเพียงนางเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้เห็น มันทั้งอบอุ่นและดุดันในคราเดียวกัน "ต่อหน้าข้า เจ้ามิใช่กุนซือซู แต่คือดวงใจของข้า... พูดต่อสียอดรัก เจ้าค้นพบอะไรอีก?" "ตราประทับนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อประทับคำสั่งถอนทัพอย่างเดียว แต่มันถูกใช้ประทับลงบนฎีกาถอดถอนและกล่าวหาท่านว่าติดต่อกับแคว้นศัตรู" เหม่ยหลินชูตราประทับขึ้นสูงให้แสงไฟส่องลอดผ่านรอยสลัก "หากฎีกานี้ส่งถึงพระเนตรฮ่องเต้ห่าวเทียนในวันประชุมขุนนางพรุ่งนี้ ต่อให้ท่านมีปากเป็นร้อยก็ไม่อาจล้างมลทินได้ เพราะลายมือในฎีกานั้น... คัดลอกลายมือของท่านได้อย่างไร้ที่ติ" บรรยากาศรอบตัวพลันหนักอึ้งขึ้นมาทันที ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ราวกับกาลเวลาหยุดนิ่งเพื่อรอฟังคำพิพากษาแห่งโชคชะตา นี่คือเกมการเมืองที่สกปรกและเลือดเย็นที่สุด ฮ่องเต้ห่าวเทียนทรงใช้ขันทีเฒ่าผู้นี้เป็นหุ่นเชิด เพื่อบั่นทอนกำลังพลและเด็ดปีกพยัคฆ์แห่งแดนเหนืออย่างเลือดเย็น "ดี..." หลี่จวินหรงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเยือกเย็นดุจสายลมหนาวพัดผ่านทุ่งสังหาร "ในเมื่อพวกเขาอยากให้ข้าเป็นกบฏนัก ข้าก็จะแสดงละครฉากใหญ่ให้ฮ่องเต้ได้ทอดพระเนตรเสียหน่อยว่า พยัคฆ์ที่ถูกต้อนจนมุมนั้น... มันจะขย้ำบัลลังก์ให้แหลกคามือได้อย่างไร" "ท่านอ๋อง... อย่าเพิ่งใช้วิธีหักหาญ" เหม่ยหลินรีบคว้าแขนเสื้อเขาไว้ แววตากังวลฉายชัด "การใช้กำลังจะทำให้เข้าทางพวกมัน เราต้องใช้หลักฐานชิ้นนี้พลิกเกม..." ยังไม่ทันที่นางจะกล่าวจบประโยค เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่พร้อมเสียงเกือกม้าและเสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวจากเบื้องบน ก็ทำลายความเงียบยามราตรีลงอย่างสิ้นเชิง! *โครม!* ประตูเรือนปีกตะวันตกถูกพังทลายลงด้วยพละกำลังมหาศาล แสงคบเพลิงสว่างจ้าสาดส่องลงมาตามบันไดศิลา พร้อมกับเสียงตะโกนก้องกังวานของราชองครักษ์เสื้อแพรที่ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท "ใต้เท้าทั้งหลาย! ฮ่องเต้มีพระราชโองการด่วน! พบร่องรอยการซ่องสุมกำลังและหลักฐานกบฏในเรือนของท่านอ๋อง! จงค้นทุกซอกทุกมุม อย่าให้ผู้ใดหลุดรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!" หลี่จวินหรงหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาคมคาย เขาหันมามองสตรีข้างกาย ดวงตาคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและประกายไฟแห่งการแก้แค้น เหม่ยหลินสูดลมหายใจเข้าลึก นางซ่อนตราประทับปลอมไว้ในอกเสื้ออย่างรวดเร็ว ก่อนจะกระชับดาบสั้นประจำกายมั่น เบื้องบนบันไดศิลา เงาร่างของแม่ทัพหลวงผู้กุมกองกำลังราชองครักษ์และราชยองครักษ์นับร้อยชีวิตกำลังก้าวเดินลงมาทีละก้าว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนั้นใกล้เข้ามาทุกขณะ ราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตายที่ดังเร่งเร้าหัวใจของคนทั้งสองให้เต้นระรัว — ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์บทนี้ไปด้วยกันนะครับ — พงศาวดารมีชีวิต
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เยือกเย็นกับบัณฑิตหญิงผู้ล่วงรู้ชะตาฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%