สถาปนิกสาวกับคุณบอสสายดุ: ใครจะยอมแพ้ก่อนกัน?•ตอนที่ 17

กาแฟยามเช้าและรอยยิ้มมุมปาก

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
เสียงปิดประตูกระจกล็อบบี้ชั้นล่างดังสะท้อนก้องขึ้นมาตามโพรงบันไดหนีไฟ ตัดผ่านความเงียบงันที่โรยตัวปกคลุมห้องทำงานบนชั้นบนสุดราวกับคมมีด รณิดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สัมผัสเย็นเยียบของขอบโต๊ะทำงานยังคงส่งผ่านปลายนิ้วที่จิกเกร็งแน่น ขณะที่ปานระวีไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างออกจากจุดยืนบังรัศมีสายตาของเธอเลยแม้แต่น้อย แผ่นหลังภายใต้สูทเข้ารูปสีเทาเข้มของท่านประธานสาวแผ่ไอความเย็นยะเยือกออกมาจนน่ากลัว แต่กระนั้น มันก็เป็นความเย็นชาที่ตั้งกำแพงปกป้องรณิดาเอาไว้จากผู้มาเยือนยามวิกาลอย่างสิ้นเชิง "ดึกป่านนี้แล้ว... คุณวีกับคุณนิดายังเคลียร์แบบแปลนกันอยู่เหรอครับ ขยันกันผิดวิสัยนักนะ หรือว่ากำลังปรึกษาเรื่องข้อเสนอซื้อกิจการที่ผมเพิ่งส่งไปเมื่อวานกันแน่" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงด้วยความเย้ยหยันดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปรดของ 'กรวีร์' ที่ก้าวพ้นขอบประตูกระจกเข้ามาในเขตพื้นที่ส่วนตัวของบริษัท ดวงตาคมกวาดตามองสภาพห้องที่เต็มไปด้วยกระดาษไข ม้วนแปลนสถาปัตยกรรม และแก้วกาแฟที่วางระเกะระラะ รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งทำให้บรรยากาศน่าขัดหูขัดตามากขึ้นไปอีก ปานระวีแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเบาหวิวแต่ทรงพลังพอที่จะทำให้กรวีร์ชะงักฝีเท้า "พื้นที่ตรงนี้เป็นเขตหวงห้ามสำหรับคนนอกค่ะ คุณกรวีร์... และดูเหมือนว่ามารยาททางธุรกิจของคุณจะตกหล่นไว้ตั้งแต่หน้าลิฟต์เสียแล้ว ถึงได้กล้าเดินดุ่มๆ เข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของคนอื่นอย่างไร้จิตสำนึกแบบนี้" รณิดาลอบถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกเมื่อเห็นท่าทีแข็งกร้าวที่ปานระวีงัดออกมาสู้ ความตึงเครียดเมื่อครู่เปลี่ยนผ่านเป็นความระแวดระวัง สถาปัตยกรรมแห่งความไว้ใจถูกสร้างขึ้นชั่ว "ผมแค่ผ่านมาแถวนี้แล้วเห็นไฟยังเปิดอยู่ด้วยความเป็นห่วง... เผื่อว่าคุณวีจะต้องการคำปรึกษาจากคนที่เข้าใจตลาดอสังหาฯ มากกว่าสถาปนิกหัวรั้นสักคน" กรวีร์จงใจปรายตามองรณิดาด้วยสายตาดูแคลน พร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้นอีกนิด "ขอบคุณสำหรับความหวังดีที่ 'ล้นเกิน' ของคุณค่ะ แต่ทางเราจัดการเองได้ และต่อให้บริษัทนี้จะเหลือสถาปนิกแค่คนเดียว ฉันก็ไม่มีวันขายมันให้คนไร้จรรยาบรรณอย่างคุณแน่นอน" รณิดาโพล่งขึ้นมาทันที ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ ความอ่อนล้าเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยพลังงานความดื้อรั้นที่พร้อมจะพุ่งชน ปานระวีเหลือบสายตากลับมามองคนข้างหลังแวบหนึ่ง มุมปากที่เคยคว่ำลงด้วยความหงุดหงิดเมื่อครู่กลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของรณิดากระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ "ได้ยินชัดเจนแล้วใช่ไหมคะ คุณกรวีร์" ปานระวีหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับคู่แข่งทางธุรกิจอย่างเต็มตัว ร่างสูงสง่าก้าวเข้าไปประชิดกรวีร์ทีละน้อย บีบให้ชายหนุ่มต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติด้วยออร่าที่กดดันกว่า "เชิญกลับออกไปทางเดิม... ก่อนที่ฉันจะให้ฝ่ายLegal ของบริษัทจัดการข้อหาบุกรุกยามวิกาลให้คุณได้นอนคิดถึงเรื่องนี้ยาวๆ ในห้องขัง" กรวีร์กัดฟันกรอดอย่างเสียหน้า แต่เมื่อสบเข้ากับแววตาดุดั่งคมมีดของปานระวี เขาก็รู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้แค่ขู่ "ฝากไว้ก่อนเถอะครับคุณวี... หวังว่าโปรเจกต์นี้จะรอดพ้นมือผมไปได้จนถึงวันสุดท้ายนะ" สิ้นเสียงฝีเท้าที่เดินกระแทกกระทั้นลับหายไปจากชั้นบน ความเงียบงันก็กลับมาครอบคลุมอีกครั้ง แต่บรรยากาศกลับไม่เหมือนเดิม ความเกร็งขึงขังเมื่อครู่ถูกละลายหายไป เหลือเพียงความเงียบที่เจือด้วยความอบอุ่นแปลกประหลาด ปานระวีทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานฝั่งตรงข้าม ถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกับยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ ท่าทีมาดขรึมเมื่อครู่ลดระดับลงเหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกตาคู่สวย "ปากกล้าไม่เบานี่คะ... เมื่อกี้เกือบจะพุ่งไปกระชากคอเสื้อเขาอยู่แล้วเชียว" ปานระวีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นช้อนขึ้นมองสถาปนิกสาวที่ยังยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ "ก็คนมันน่าโมโหพอนี่คะ! ใครจะไปยืนยิ้มรับคำดูถูกแบบที่คุณวีทำได้ล่ะ" รณิดาเถียงกลับเสียงอุบอิบ ก่อนจะเดินเลี่ยงไปหยิบแก้วกาแฟสองใบที่ตั้งอยู่บนเคาน์เตอร์ชงกาแฟมุมห้อง "ดื่มอะไรร้อนๆ หน่อยเถอะค่ะ หน้าซีดเป็นไก่ต้มหมดแล้ว" แก้วเซรามิกสีขาวบรรจุกาแฟลาเต้อุ่นๆ ถูกวางลงตรงหน้าปานระวี กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดออร์แกนิกและฟองนมเนียนนุ่มลอยกรุ่นขึ้นมาตัดกับบรรยากาศเคร่งเครียดก่อนหน้า ปานระวียกแก้วขึ้นจิบช้าๆ ความอุ่นซ่านแผ่ซ่านจากปลายนิ้วเข้าสู่2หัวใจ ทำให้ริมฝีปากที่เม้มแน่นมาตลอดทั้งคืนคลายยิ้มออกมาได้ในที่สุด "ขอบคุณค่ะ..." เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศ รณิดาดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงใกล้ๆ ระยะห่างระหว่างพวกเธอในตอนนี้แทบจะเหลือแค่คืบ ความเงียบที่เกิดขึ้นไม่ได้น่าอึดอัดอีกต่อไป แต่เป็นความเงียบที่เปิดโอกาสให้ความรู้สึกบางอย่างได้เติบโตขึ้นอย่างเงียบเชียบ "เมื่อกี้... ขอบคุณนะคะที่คุณวี..." รณิดาก้มมองมือตัวเองที่กุมแก้วกาแฟไว้แน่น ความลังเลฉายชัดอยู่บนใบหน้า ความรู้สึกขอบคุณและความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้นกำลังตีรัน and ฟันแทงกันอยู่ในอก ปานระวีวางแก้วลงบนโต๊ะ ดวงตาคมคู่นั้นจ้องมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างพินิจพิเคราะห์ เธอยื่นมือเรียวยาวออกไป ปลายนิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่มุมริมฝีปากของรณิดาอย่างแผ่วเบาจนเจ้าตัวสะดุ้งสุดตัว "เลอะฟองนมน่ะค่ะ... คิดอะไรอยู่ ถึงได้เหม่อขนาดนั้น" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังขึ้นใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้ากับแก้มใส รณิดาแทบหยุดหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวราวกับจะกระโดดออกมานอกอก ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อตระหนักได้ว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเธอมันใกล้กันเกินไปแล้ว กลิ่นหอมอ่อนๆ เฉพาะตัวของปานระวีลอยวนอยู่รอบตัว จนสถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อใครต้องหลบสายตาลงต่ำ ปานระวีไม่ได้ถอนมือออก ปลายนิ้วอุ่นยังคงลูบไล้อยู่แถวแก้มเนียนแผ่วเบาราวกับหยอกเย้า และในจังหวะที่รณิดาเงยหน้าขึ้นเพื่อจะเอ่ยปากประท้วง ปานระวีก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบจะแนบชิดกัน "นิดาคะ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย "เรื่องเมื่อคืนนี้... ที่คุณค้างคำตอบฉันไว้..." ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนกองแบบแปลนดังขึ้นทำลายความเงียบในระยะประชิด ปานระวีชะงัก รณิดาสสะดุ้งสุดตัวราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์ ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ ใบหน้าของสถาปนิกสาวแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ขณะที่ท่านประธานสาวกระแอมเบาๆ เพื่อปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติ ปานระวีหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยใบหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย แต่แล้วแววตาก็เปลี่ยนเป็นจริงจังในทันทีที่กวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจอ เธอนิ่งเงียบไปชั่วขณะก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับรณิดาด้วยสีหน้าที่ทำให้หัวใจของสถาปนิกสาวร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม "มีอะไรเหรอคะคุณวี?" รณิดาเอ่ยถามด้วยความสังหรณ์ใจแปลกๆ ปานระวีวางโทรศัพท์คว่ำลงบนโต๊ะ ช้าๆ ชัดๆ เธอมองตรงมาที่รณิดาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "บริษัทแม่ส่งคนบินด่วนมาจากสิงคโปร์... และตอนนี้ เขากำลังยืนรออยู่ที่ล็อบบี้ชั้นล่างแล้วค่ะ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปพร้อมกันในทุกๆ ตัวอักษรนะคะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับคุณบอสสายดุ: ใครจะยอมแพ้ก่อนกัน? นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%