สถาปนิกสาวกับคุณบอสสายดุ: ใครจะยอมแพ้ก่อนกัน?•ตอนที่ 11

ยาแก้ปวดและชาเขียวอุ่นๆ

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
กองกระดาษร่างแบบแปลนโครงการ *The Heritage* ถูกกวาดกองรวมกันไว้มุมโต๊ะด้วยความหงุดหงิด นิ้วมือเรียวของรณิดานวดคลึงขมับตัวเองเบาๆ เพื่อขับไล่อาการปวดตุบๆ ที่แล่นริ้วขึ้นมาเล่นงานตั้งแต่เหตุการณ์หน้าซีดเผือดเมื่อชั่วโมงก่อน ร่างบางถอนหายใจยาวเหยียดขณะทิ้งน้ำหนักตัวพิงพนักเก้าอี้ ปมปริศนาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเอกสารลับชุดนั้นยังคงกัดกินสมาธิของเธอจนแทบทำงานต่อไม่ไหว ใครกันที่จงใจส่งกับดักนี้มาให้? หรือนี่จะเป็นเกมจิตวิทยาจากฝีมือของกรวีร์ที่ต้องการเขย่าขวัญเธอก่อนส่งมอบงานจริง? “หน้าซีดเป็นไก่ต้มขนาดนี้ ยังจะฝืนนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่อีกเหรอคะคุณสถาปนิก” เสียงทุ้มหวานที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับแรงยวบลงที่ขอบเก้าอี้ด้านข้าง พิมพ์ชนกเพื่อนสนิทสาวพ่วงตำแหน่งดีไซเนอร์มือฉกาจก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับใช้หลังมือแตะหน้าผากเพื่อนรักเพื่อเช็กอุณหภูมิ “ตัวรุมๆ ด้วยนะนิดา บอกแล้วว่าช่วงนี้โหมงานหนักเกินไป... อ๊ะ นี่อะไรเนี่ย?” นิ้วเรียวของพิมพ์ชนกชี้ไปยังถุงกระดาษสีคราฟท์เรียบหรูไร้ลวดลาย ซึ่งวางนิ่งสนิทอยู่ข้างกองแบบแปลนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ โดยที่รณิดายืนยันนอนยันว่าก่อนหน้านี้มันไม่มีอยู่ตรงนั้นแน่นอน รณิดาขมวดคิ้วมุ่น ดวงตากลมโตมองสำรวจถุงกระดาษใบนั้นอย่างระแวง “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ๆ มันก็มาวางอยู่บนโต๊ะตอนที่ฉันลุกไปเข้าห้องน้ำ... ไม่มีโน้ต ไม่มีชื่อผู้ส่ง น่ากลัวจะตาย ชักสงสัยแล้วสิว่าข้างในเป็นระเบียบหรือยาพิษจากตาああกรณ์กันแน่” “บ้าสิ แกดูนี่ก่อนเถอะน่า” พิมพ์ชนกกลอกตาใส่เพื่อนรักอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกล่องพลาสติกใสและแก้วกระดาษเก็บความ It's-hot ออกมาจากถุง ด้านในคือยาแก้ปวดไมเกรนแบรนด์ดังที่แกะเตรียมไว้ให้พร้อมเม็ดน้ำ และข้างกันนั้นคือแก้วเซรามิกบรรจุชาเขียวอุ่นๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของมัทฉะแท้ผสมมินต์จางๆ ซึ่งเป็นกลิ่นโปรดที่รณิดามักจะสั่งดื่มเวลาเครียดจัดเท่านั้น พิมพ์ชนกเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากทันที “ยาแก้ปวดที่แกกินประจำ กับชาเขียวมินต์อุ่นๆ สูตรลดไมเกรน... พระเอกขี่ม้าขาวที่ไหนเขาจะรู้ใจแกขนาดนี้ยะ? แถมแอบเอามาวางไว้เงียบๆ แบบนี้ ไม่ใช่สไตล์ตาคุณกรณ์คู่แข่งตัวแสบแน่ๆ เพราะหมอนั่นมันชอบทำตัวเสียงดังเอิกเกริกจะตายไป” หัวใจของรณิดากระตุกวูบ ภาพใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงแววตาดุและห่วงใยของใครบางคนผุดขึ้นมาในหัวโดยอัตโนมัติ *‘ปานระวี...’* แต่จะเป็นไปได้ยังไงกัน ในเมื่อผู้หญิงคนนั้นคือประธานกรรมการบริหารผู้แสนเยชาและเป็นเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ตัวแม่ จะมีเวลามาใส่ใจเรื่องปลีกย่อยของสถาปนิกต๊อกต๋อยอย่างเธอหรือ แถมตอนที่เธอเดินผ่านห้องทำงานใหญ่เมื่อเช้า อีกฝ่ายยังทำท่าทางราวกับเธอเป็นแค่อากาศธาตุอยู่เลย “เพ้อเจ้ออะไรของแกยัยพิมพ์ คนอย่างท่านประธานน่ะนะจะมาใส่ใจฉัน ฝันกลางวันอยู่หรือเปล่า” รณิดาปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ อย่างห้ามไม่อยู่ “ปากแข็งไปเถอะค่ะแม่คนเก่ง ระวังเถอะ... น้ำตักศอกแบบนี้ เดี๋ยวจะตกหลุมพรางผู้บริหารสายดุเข้าสักวันไม่รู้ตัว” พิมพ์ชนกหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ ก่อนจะตบบ่าเพื่อนเบาๆ “กินซะนะ ยาจะได้ออกฤทธิ์ ฉันกลับไปเคลียร์งานฝั่งฉันก่อนล่ะ เดี๋ยวโดนคุณวีเรียกไปเฉ่งอีกรอบจะหาว่าไม่เตือน” เมื่อเพื่อนสนิทเดินกลับโต๊ะทำงานของตัวเองไปแล้ว รณิดาก็ได้แต่นั่งนิ่งงันอยู่ลำพัง มือเรียวยื่นไปแตะแก้วชาเขียวอุ่นๆ ความอบอุ่นแผ่ซ่านผ่านปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจที่กำลังเหนื่อยล้า เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อรับกลิ่นหอมละมุนนั้น ก่อนจะตัดสินใจแกะแผงยาแล้วกลืนมันลงคอตามด้วยจิบชาเขียวอุ่นๆ รสชาติละมุนลิ้นที่คุ้นเคยช่วยบรรเทาอาการปวดหัวตุบๆ ให้ทุเลาลงได้อย่างน่าประหลาด ทว่า... ในขณะที่เธอกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับความใส่ใจที่ถูกส่งมาแบบลับๆ ประตูห้องกระจกทำงานของเธอก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้สัญญาณเตือน ร่างเพรียวระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและสง่างาม บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดฮวบลงทันทีจนพนักงานหลายคนที่ก้มหน้าทำงานอยู่ถึงกับสะดุ้ง ปานระวีหยุดยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของรณิดา ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์เฉียบกวาดสายตามองไปที่แก้วชาเขียวและกล่องยาบนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับสถาปนิกสาวนิ่งๆ “งานโปรเจกต์ The Heritage ไปถึงไหนแล้วคะคุณรณิดา นั่งเหม่อแบบนี้... หรือว่าสมองกำลังคิดงานไม่ออก จนต้องพึ่งยาแก้ปวดช่วยเหรอคะ?” น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึกดังขึ้น ทว่าแววตาคู่สวยนั้นกลับเหลือบมองแก้วชาเขียวอุ่นๆ ที่ยังควันกรุ่นอยู่แวบหนึ่งโดยไม่ให้สุ้มให้เสียง รณิดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างเสียมารยาทไม่ได้ เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อซ่อนความประหม่าที่ตีรันเข้ามาในอก “งานเดินหน้าไปตามแผนค่ะท่านประธาน ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะคะ... ส่วนเรื่องยานี่...” เธอจงใจเว้นจังหวะพร้อมกับหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างจับผิด “ขอบคุณสำหรับความกรุณา... เอ้อ ไม่สิ ขอบคุณสำหรับ ‘ความใส่ใจ’ ที่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนส่งมาด้วยนะคะ พอดีว่ามันอร่อยและตรงใจฉันดีเหลือเกินค่ะ” ปานระวีชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ใบหน้างามเชิิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความพิรุธที่ฉายชัดขึ้นมาในดวงตาคู่คม รอยยิ้มบางเบาเยpนเยียบถูกยกขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็วจนแทบมองไม่เห็น “ฉันไม่ได้ว่างพอที่จะมาคอยดูแลสถาปนิกที่ชอบอู้งานหรอกนะคะคุณรณิดา... แต่ถ้าชาแก้วนั้นมันทำให้คุณหายปวดหัวแล้วรีบปั่นงานส่งฉันให้ทันกำหนดพรุ่งนี้เช้าได้ล่ะก็...” ปานระวีก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมโตของรณิดาอย่างท้าทาย “ฉันคงต้องขอบคุณ ‘เจ้าของที่แท้จริง’ ของมันแทนคุณแล้วล่ะค่ะ” ลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะกันในระยะประชิดทำให้รณิดาถึงกับลมหายใจติดขัด หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพลิง กลื่นหอมเฉพาะตัวของปานระวีลอยกรุ่นเข้ามาแทนที่กลิ่นชาเขียว ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไปแล้ว... “ถ้าอย่างนั้น...” เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มท้าทายที่พยายามปั้นแต่งให้มั่นคงที่สุด แม้ว่ามือข้างที่จับขอบโต๊ะจะสั่นน้อยๆ ก็ตาม “ท่านประธานสนใจจะอยู่ชิมชาเขียวอุ่นๆ นี่กับฉันสักแก้วไหมล่ะคะ เผื่อว่าจะได้รู้ว่า... รสชาติของความใส่ใจเนี่ย มันหวานหรือขมกันแน่” ปานระวีหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากลึกล้ำขึ้นกว่าเดิม ร่างสูงโน้มตัวเข้าไปกระซิบชิดริมหูของคนอวดเก่งด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง “ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะค่ะคุณรณิดา... เพราะถ้าคุณยังดื้อดึงแบบนี้ ระหว่างชาเขียวกับฉัน... ใครจะทำให้คุณใจสั่นมากกว่ากัน คงต้องมาพิสูจน์กันดูสักตั้งแล้วล่ะค่ะ” ทว่าในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของปานระวีก็แผדเสียงกรีดร้องทำลายความเงียบขึ้นมาอย่างกะทันหัน ประธานสาวผละตัวออกห่างเล็กน้อยอย่างเสียดาย เธอหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูหน้าจอเพียงแวบเดียว สีหน้าเรียบเฉยก็เปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ปานระวีกดรับสายด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ว่ายังไงนะ... พูดใหม่อีกทีซิ!” รณิดาเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อเห็นเงาสะท้อนจากกระจกด้านหลัง ประตูลิฟต์หน้าโซนทำงานกำลังเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด... กรวีร์กำลังก้าวเท้าเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาอีกชุด! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความดุแต่คลั่งรักของบอสวีด้วยกันนะคะ ---
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับคุณบอสสายดุ: ใครจะยอมแพ้ก่อนกัน? นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%