สถาปนิกสาวกับคุณบอสสายดุ: ใครจะยอมแพ้ก่อนกัน?•ตอนที่ 14

โรงแรมจองผิดหรือฟ้าลิขิต?

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
"คุณหมายความว่ายังไงคะ ที่บอกว่าห้องพรีเมียร์สวีทวิวทะเลเหลือแค่ห้องเดียว แล้วรายชื่อการจองของดิฉันกับคุณปานระวีล่ะคะ ทำไมถึงยุบรวมเป็นเตียงเดี่ยวคิงไซส์ห้องนี้ห้องเดียว!" เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความหงุดหزิดพุ่งทะลุความเงียบของล็อบบี้โรงแรมหรูระดับห้าดาวริมทะเล รณิดายืนจ้องหน้าพนักงานต้อนรับด้วยแววตาเอาเรื่อง มือเรียวกำแท็บเล็ตในมือแน่นจนข้อตึง หล่อนเพิ่งลากกระเป๋าเดินทางใบโตฝ่าการจราจรนรกแตกมาถึงที่นี่เพื่อเคลียร์โปรเจกต์รีสอร์ตล้านบาท แต่ฟ้าดินกลับเล่นตลกส่งให้หล่นลงมาติดกับดักที่น่าอับอายที่สุดในชีวิต "ต้องขอประทานโทษจริงๆ ค่ะคุณรณิดา พอดีทางระบบแอปพลิเคชันของพาร์ทเนอร์เกิดความผิดพลาดในการซิงก์ข้อมูลการจองในนามบริษัท นโยบายของโรงแรมในช่วงไฮซีซั่นนี้จึงไม่สามารถเสริมเตียงเพิ่มได้จริงๆ ค่ะ เนื่องจากห้องพักเต็มทุกยูนิตแล้วค่ะ" พนักงานสาวก้มหัวขอโทษขอโพยด้วยสีหน้าซีดเผือด รณิดาถอนหายใจเฮือกใหญ่ หล่อนหันขวับไปมองบุคคลที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ด้วยท่าทีนิ่งสนิท—ปานระวี ประธานกรรมการบริหารสาวผู้เพอร์เฟกต์ในชุดสูทลินินสีขาวสะอาดตา หล่อนไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือหัวเสียแม้แต่น้อย ใบหน้าสวยคมเรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลก มีเพียงมุมปากข้างหนึ่งที่ยกยขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทัน "มองอะไรคะคุณวี พอใจมากใช่ไหมล่ะคะที่สถานการณ์มันออกมาเป็นแบบนี้" รณิดาหันไปแหวใส่ด้วยความหมั่นไส้ "ฉันจะไปพอใจได้ยังไงคะคุณนิดา ในเมื่อฉันเองก็เป็นคนจ่ายเงินค่าห้องราคาแพงลิบลิ่วนี้เหมือนกัน" ปานระวีตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเย็นเยียบ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นกันแดดแบรนด์ดังปรายมองสถาปนิกสาวหัวรั้นตั้งแต่หัวจรดเท้า "แต่ถ้าคุณไม่อยากนอนร่วมห้องเดียวกับฉัน... จะลงไปนอนล็อบบี้หรือขับรถกลับกรุงเทพฯ ตอนนี้เลยก็ได้นะคะ ฉันไม่ขัดข้อง" "คุณ!" รณิดาอ้าปากค้าง อยากจะกรี๊ดใส่หน้าสวยๆ นั้นสักสามที ปากคอเราะร้ายไม่เคยเปลี่ยน! "ใครจะยอมโง่ขับรถกลับกันล่ะคะ ทางก็มืด แถมพรุ่งนี้เช้าเรามีประชุมไซต์งานแต่เช้าตรู่ด้วย... เชิญค่ะคุณประธาน เชิญขึ้นห้องไปก่อนเลยค่ะ" หล่อนกระชากเสียงประชดประชัน คว้าคีย์การ์ดจากมือพนักงานแล้วเดินดุ่มๆ ตรงไปยังลิฟต์โดยไม่รออีกฝ่าย ปานระวีเพียงแค่ยิ้มมุมปาก เดินตามร่างบางเข้าไปเงียบๆ บรรยากาศในลิฟต์แคบๆ อلبอวลไปด้วยความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิต ทั้งสองยืนเว้นระยะห่างกันสุดขอบฝั่ง แต่ไอร้อนจากความอึดอัดกลับทำให้เครื่องปรับอากาศในลิฟต์แทบไร้ความหมาย ติ๊ง! ประตูห้องพักหมายเลข 404 เปิดออก รณิดาก้าวเท้าพรวดพราดเข้าไปด้านใน ก่อนจะชะงักกึกจนแทบหน้าคะมำ ภาพตรงหน้าคือห้องสวีทสุดหรูตกแต่งสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอล กระจกใสบานใหญ่เปิดรับวิวทะเลกว้างสุดสายตา แต่ทว่า... ตรงกลางห้องมีเตียงคิงไซส์ขนาดมหึมาตั้งเด่นเป็นสง่า ไร้ร่องรอยของเตียงเสริม หรือแม้แต่โซฟาตัวยาวที่พอจะซุกตัวนอนได้ โซฟารับแขกมีขนาดสั้นเต่อเกินกว่าจะเหยียดขาได้ด้วยซ้ำ นี่มันห้องฮันนีมูนชัดๆ! "ทางโรงแรมคงคิดว่าเราเป็นคู่รักที่มาสวีทกันสินะคะ ถึงได้จัดห้องแบบนี้ให้" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูจนรณิดา สะดุ้งโหยง รีบกระโดดถอยหลังไปสามก้าว ปานระวีเดินเข้ามาใกล้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์เนมผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนหัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นไม่เป็นส่ำ "ถอยไปเลยนะคะคุณวี อย่ามาเดินเข้าใกล้ฉันนะ" รณิดายกมือขึ้นห้ามปราม ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกจู่โจมระยะประชิด "เราตกลงกันให้ดีก่อนเลยนะคะ ห้ามล้ำเส้นเขตแดนเด็ดขาด ฝั่งซ้ายคืออาณาจักรของฉัน ฝั่งขวาคือของคุณ ห้ามเดินข้ามเส้นกึ่งกลางเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน!" ปานระวีเลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกขัน ปลดกระดุมสูทเม็ดบนออกอย่างใจเย็น ดวงตาสีเข้มกวาดมองเตียงนอนขนาดใหญ่สลับกับใบหน้าบึ้งตึงของคนตัวเล็ก "เขตแดนเหรอคะ? น่าสนใจดีนี่คะ... แต่เสียดายจัง ฉันเป็นคนนอนดิ้นเสียด้วยสิคะคุณสถาปนิก" "คุณวี!" "โอเคค่ะ ไม่แกล้งแล้ว" ปานระวียกมือยอมแพ้เบาๆ แต่รอยยิ้มร้ายกาจบนมุมปากกลับทำให้รณิดารู้สึกหนောင်ๆ ร้อนๆ พิศกล "ฉันจะยอมเสียสละให้คุณนอนฝั่งติดหน้าต่างวิวทะเลก็แล้วกัน ส่วนฉันนอนฝั่งโซฟาบิ้วอินด้านนอก... ดีลไหมคะ?" รณิดากะพริบตาปริบๆ มองอีกฝ่ายด้วยความไม่ไว้วางใจ "คุณยอมง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอคะ? มีเลศนัยอะไรหรือเปล่าเนี่ย" "ถ้าฉันไม่อย่างนั้น คุณจะยอมให้ฉันนอนข้างๆ หรือคะ?" ปานระวีสวนกลับด้วยคำถามที่ทำเอารณิดาใบหน้าร้อนผ่าวจนต้องรีบหันหนี "รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะค่ะ กลิ่นแดดกลิ่นฝุ่นติดตัวคุณหมดแล้ว เดี๋ยวเราต้องคุยเรื่องแบบร่างรีสอร์ตกันต่อด้วย" รณิดาพึมพำงุ้งงิ้งในลำคอ คว้ากระเป๋าเสื้อผ้าเดินหนีเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ปานระวียืนมองตามด้วยสายตากรุ้มกริบ รอยยิ้มเย็นชาที่ใครๆ ต่างเกรงกลัวยามอยู่ในบริษัท มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงแววตาคลั่งรักที่ซ่อนเร้นไว้ภายใต้มาดนิ่ง เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง รณิดาก้าวออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนผ้าฝ้ายแขนยาวขายาวลายทางสีฟ้าอ่อน ผมยาวสลวยที่ยังเปียกชื้นถูกมስรวบหลวมๆ ไว้ด้านหลัง ใบหน้าไร้เครื่องสำอางยิ่งดูอ่อนเยาว์และน่าทะนุถนอมจนคนมองถึงกับเผลอหยุดหายใจไปชั่วขณะ ปานระวีที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จและออกมาในชุดคลุมอาบน้ำผ้าขนหนูสีขาวสะอาดตา ชะงักฝีเท้าลงเมื่อสบตากับร่างบางที่ยืนอยู่กลางห้อง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่อาบน้ำลอยฟุ้งอยู่ในบรรยากาศที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงคลื่นซัดสาดกระทบฝั่งแผ่วเบาจากนอกหน้าต่าง "มองทำไมคะ? มองแบบนี้ฉันฟ้องข้อหาคุกคามทางสายตานะ" รณิดาแกล้งทำเป็นเฉไฉ ทั้งที่หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "เปล่าค่ะ แค่คิดว่า... ชุดนี้นอนสบายดีออก" ปานระวีเดินเฉียดเข้าไปใกล้ กลิ่นกายหอมกรุ่นยิ่งทำให้รสชาติความใกล้ชิดนี้น่าอันตรายขึ้นไปอีก "ไหนล่ะคะ แบบร่างรีสอร์ตที่คุณบอกว่าจะแก้ให้ฉันดูคืนนี้ เอามาสิคะ" รณิดารีบหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะเครื่องแป้งยื่นให้อย่างลิ่วลน แต่เพราะความรีบร้อนและเตียงนอนที่นุ่มนวลเกินไป ทำให้เท้าของหล่อนสะดุดเข้ากับพรมปูพื้นอย่างจัง! "อุ๊ย!" ร่างบางเซถลาล้มลงไปในทิศทางที่ปานระวียืนอยู่ ประธานสาวไวกว่าคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทัน แต่ด้วยแรงเหวี่ยงทำให้ทั้งคู่เสียหลักล้มลงไปนอนกองบนเตียงคิงไซส์หนานุ่มด้วยกันทั้งคู่! รณิดาลืมตาขึ้นมาพบว่าใบหน้าของตนเองอยู่ห่างจากปานระวีแค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ริมแก้ม ปานระวีใช้มือข้างหนึ่งโอบเอวหล่อนไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างค้ำยันฟูกเตียงไว้เพื่อไม่ให้ทับร่างเล็กจนเกินไป ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาคู่คมที่ฉายแววปรารถนาอย่างชัดเจน ไร้ซึ่งคำแก้ตัวใดๆ ห้องพักที่จองผิด... หรือฟ้าลิขิตกันแน่นะที่ดึงพวกหล่อนให้มาอยู่ในองศาที่ใกล้ชิดกันขนาดนี้ "คุณ... ปล่อยฉันได้แล้วค่ะ" รณิดากระซิบเสียงสั่น พยายามดันไหล่กว้างของอีกฝ่ายออก แต่ปานระวีกลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนเรียวปากสวย "ถ้าฉันบอกว่า... ไม่อยล่ะคะ?" ยังไม่ทันที่รณิดาจะได้เอ่ยปากเถียง เสียงเคาะประตูดัง "ก๊อกๆๆ" สามครั้งติดกันก็ดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งในห้องนอน "คุณวีคะ! คุณนิดа อยู่ในห้องหรือเปล่าคะ พอดีฉันเอาเอกสารด่วนมาให้เซ็นค่ะ!" เสียงใสของพิมพ์ชนก เพื่อนสนิทตัวแสบที่ตามมาพักห้องข้างๆ ตะโกนเรียกข้ามประตูเข้ามา ทำเอาคนทั้งคู่บนเตียงสะดุ้งสุดตัว รณิดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่ปานระวีขมวดคิ้วมุ่นอย่างขัดเคืองใจที่มารบกวนเวลาสำคัญ "ซวยแล้ว..." รณิดากระซิบเสียงหลง ใบหน้าซีดเผือดเมื่อได้ยินเสียงบิดลูกบิดประตูด้านนอกกำลังดังขึ้น! ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับคุณบอสสายดุ: ใครจะยอมแพ้ก่อนกัน? นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%