"ถ้าคุณกรณ์ว่างงานมากจนไม่มีโปรเจกต์ไหนให้บริหาร ดิฉันยินดีแนะนำบริษัทรับเหมาถมทรายให้ค่ะ เผื่อจะได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์มากกว่ามายืนยิ้มค้างอยู่หน้าห้องทำงานคนอื่น"
เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยเข็มเล่มเล็กๆ ของรณิดาดังขึ้นทันทีที่เธอดึงสติกลับมาจากอาการหน้าแดงก่ำ ร่างบางรีบก้าวถอยหลังกรูดออกจากรัศมีอ้อมแขนของปานระวี ชนิดที่เรียกว่าเว้นระยะห่างราวกับกลัวไฟลวก แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครงออกมาให้ได้ ไม่ใช่เพราะตกใจตื่นจากโมเมนต์ชวนใจสั่นเมื่อครู่เท่านั้น แต่เป็นเพราะผู้ชายที่ยืนกอดอกพิงวงกบประตูนี่ต่างหาก—กรวีร์ ตัวแสบแห่งวงการอสังหาฯ ที่จ้องจะฮุบโปรเจกต์รีสอร์ตสิบไร่ของพวกเธอตาเป็นมัน
กรวีร์หัวเราะในลำคอ ดวงตาเรียวรีภายใต้กรอบแว่นสายตาแบรนด์ดังทอประกายเจ้าเล่ห์ เขาไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับวาจาเชือดเฉือนนั้นเลยสักนิด กลับกวาดสายตามองเลยผ่านไหล่บางไปยังร่างสูงเพรียวของปานระวีที่กำลังยืนจัดเสื้อสูทสีเข้มให้เข้าที่ด้วยใบหน้าเรียบสนิทราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
"ปากคอเรายังคมกริบเหมือนเดิมเลยนะคุณนิดา สมแล้วที่เป็นสถาปนิกมือหนึ่ง... ส่วนคุณวี..." กรวีร์หันไปหยักคิ้วให้ประธานสาว "ผมไม่ได้ว่างงานหรอกครับ แค่แวะมาดูลาดเลาะ... เอ้ย มาคุยเรื่องดีลซื้อขายที่ดินแปลงข้างเคียงกับพาร์ตเนอร์เก่าหน่อยนึง พอดีได้ยินข่าววงในมาว่าโปรเจกต์ 'Lovely Room' ของพวกคุณกำลังจะมีปัญหาเรื่องการเวนคืนที่ดินช่วงปลายปีนี้ เลยหวังดีอยากจะมาช่วยซื้อต่อแบบตัดปัญหาให้ราคาแฟร์ๆ เสียหน่อย"
ปานระวีปรายตามองคู่แข่งทางธุรกิจด้วยแววตาเยียบเย็น รังสีความกดดันรอบตัวแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องประชุมแคบๆ ลดฮวบลงทันตาเห็น ประธานสาวก้าวเข้ามาขวางหน้าณิดาไว้โดยสัญชาตญาณ ราวกับแม่เสือที่กำลังปกป้องอาณาเขตของตัวเอง
"ขอบคุณสำหรับความหวังดีที่ 'ล้นเหลือ' ของคุณกรวีร์นะคะ แต่โปรเจกต์นี้บริษัทเราดูแลเองได้ทุกตารางเมตร และไม่มีนโยบายขายตึกหรือยกที่ดินให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น... เชิญค่ะ" ปานระวีผายมือไปยังประตูทางออกอย่างสุภาพ แต่คำว่า *เชิญ* ของเธอนั้นคมกริบจนบาดลึกถึงกระดูกดำ
กรวีร์ยักไหล่เบาๆ อย่างไม่ยטורสะท้าน เขายกแฟ้มเอกสารขึ้นเคาะคางตัวเองเบาๆ "ตามใจครับ... หวังว่าทริปตรวจไซต์งานต่างจังหวัดสามวันสองคืนนี้ จะราบรื่นดีไม่มีสะดุดนะคุณวี ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี ช่วงนี้สุนัขป่ามันชุมแถวๆ ไซต์ก่อสร้างซะด้วยสิ"
พูดจบ นักพัฒนาหนุ่มก็หมุนตัวเดินจากไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงที่ลอยจางๆ อยู่ในอากาศ
ปานระวีสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธ ก่อนจะหันขวับกลับมามองสถาปนิกสาวที่ยืนเม้มปากแน่นอยู่ด้านหลัง "คุณนิดา จัดกระเป๋าเสร็จหรือยังคะ?"
"เอ่อ... เสร็จแล้วค่ะ" รณิดาตอบเสียงอ่อย ยอมรับตามตรงว่าบรรยากาศมาคุเมื่อครู่ทำให้เธอลืมความเขินอายเรื่องระยะประชิดเมื่อครู่ไปเสียสนิท "ว่าแต่... ตาบ้านั่นรู้ได้ยังไงคะว่าเราจะไปต่างจังหวัดกันวันนี้?"
"หนอนบ่อนไส้ในบริษัทคงทำงานแข็งขันดีค่ะ" ปานระวีแค่นยิ้มหยัน "ไม่ต้องสนใจเขา เตรียมตัวให้พร้อม บ่ายนี้เราต้องขับรถไปที่จังหวัดกาญจนบุรีด้วยกัน ห้ามเบี้ยว ห้ามอ้างธุระส่วนตัวเด็ดขาด เข้าใจไหมคะ?"
"รู้แล้วน่า ฉันไม่ใช่เด็กๆ สักหน่อย" รณิดาบ่นพึมพำเบาๆ แต่ก็ยอมเดินกลับไปหยิบกระเป๋าเดินทางใบย่อมของตัวเองแต่โดยดี
สองชั่วโมงต่อมา รถยนต์ SUV สีดำเงาพรีเมียมคันหรูก็กำลังแล่นฉิวอยู่บนทางหลวงสายหลัก มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันตกของประเทศ บรรยากาศภายในห้องโดยสารเงียบสนิทจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องยนต์เบาๆ และเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ จากวิทยุ รณิดานั่งกอดอกมองทิวทัศน์สองข้างทางที่เริ่มเปลี่ยนจากตึกสูงระฟ้าเป็นทุ่งนาเขียวขจีและแนวภูเขาไกลลิบ
ความอึดอัดระคนประหม่ายังคงหลงเหลืออยู่ในอากาศ ตั้งแต่เหตุการณ์หน้าห้องทำงานวันนั้น ทั้งคู่แทบไม่ได้คุยกันเรื่องส่วนตัวเลย นอกจากเรื่องแบบแปลนและงบประมาณวัสดุก่อสร้างที่ต้องถกกันหน้าเครียด
"ถ้าเหนื่อยก็ปรับเบาะเอนนอนได้นะคะ อีกสองชั่วโมงกว่าจะถึงรีสอร์ต" เสียงทุ้มต่ำของคนขับรถกิตติมศักดิ์เอ่ยทำลายความเงียบขึ้น ปานระวียังคงมองตรงไปที่ถนนเบื้องหน้า มือเรียวกำพวงมาลัยแน่นอย่างใช้สมาธิ
"ฉันไม่ได้เหนื่อยขนาดนั้นค่ะ ขอบคุณนะคะ... คุณวีขับรถนานๆ แบบนี้ ไม่เมื่อยเหรอคะ? สลับให้ฉันขับแทนไหม?" รณิดาหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของอีกฝ่าย ที่วันนี้ดูผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อยเมื่อถอดสูททางการเหลือเพียงเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดและข้อมือเรียวระหง
"ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันชินแล้ว... อีกอย่าง ฉันไม่ค่อยไว้ใจฝีมือการขับรถสายซิ่งของคุณนิดาเท่าไหร่ กลัวไปไม่ถึงรีสอร์ตแล้วจะได้ไปนอนโรงพยาบาลแทน" ปานระวีเหลือบตามองผ่านกระจกมองข้างพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่นานๆ จะหลุดออกมาสักครั้ง
"นี่! ฉันขับรถดีจะตาย ประสบการณ์สbิบปีไม่มีรอยขีดข่วนนะคุณประธาน!" รณิดาโวยวายทันที แก้มใสพองลมด้วยความขัดแย้ง "อย่ามาดูถูกสถาปนิกมือโปรเชียวนะคะ"
"ค่ะๆ มือโปร... โปรดระวังชนต้นไม้ข้างทางด้วยนะคะ" ปานระวีหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะนุ่มๆ นั้นทำเอารณิดาใจกระตุกวูบ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ยิ่งได้เห็นรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าสวยเฉี่ยวของอีกฝ่าย หัวใจเจ้ากรรมก็ยิ่งรัวเร็วจนควบคุมไม่ได้ *ให้ตายสิ... ผู้หญิงคนนี้เวลาร้ายก็น่าหมั่นไส้ แต่พอโหมดอ่อนโยนแบบนี้ทำไมถึงดาเมจแรงนักนะ*
รถยนต์เคลื่อนตัวเข้ามาถึงรีสอร์ตเป้าหมายในช่วงเย็นย่ำ แสงสีส้มอมชมพูของดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า สะท้อนผืนน้ำระยิบระยับของแม่น้ำแควใหญ่ รีสอร์ตสไตล์บูติกทรอปิคอลที่รณิดาเป็นผู้ออกแบบเองกับมือ ตั้งตระหง่านอวดโฉมความงามกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ทว่า... บรรยากาศความโรแมนติกที่ควรจะเกิดขึ้น กลับถูกทำลายลงทันทีเมื่อพวกเธอเดินเข้าไปเช็คอินที่ล็อบบี้
พนักงานต้อนรับสาวหน้าตาตื่นรีบวิ่งเข้ามาหาปานระวีทันที พร้อมกับก้มศีรษะขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่
"ขอประทานโทษด้วยจริงๆ ค่ะคุณปานระวี ทางเราเกิดความผิดพลาดเรื่องระบบจองห้องพัก... ห้องพักแบบวิลล่าริมน้ำที่ท่านจองไว้สองห้อง เกิดปัญหาระบบประปาขัดข้องกะทันหัน ตอนนี้ช่างกำลังซ่อมแซมอยู่ค่ะ"
ปานระวีขมวดคิ้วมุ่นทันที "แล้วห้องอื่นล่ะคะ? ว่างสักห้องไหม?"
"เอ่อ... คือว่าเป็นช่วงไฮซีซั่นค่ะ ห้องพักประเภทอื่นเต็มหมดทุกห้องแล้วจริงๆ ค่ะคุณวี ทางเราเหลือห้องสวีทใหญ่ริมแม่น้ำอยู่เพียงห้องเดียวที่เป็นเตียงเดี่ยวขนาดคิงไซส์... ทางรีสอร์ตยินดีคืนเงินส่วนต่างให้และอัปเกรดให้ฟรีค่ะ!" พนักงานสาวละล่ำละลักอธิบาย
รณิดาอ้าปากค้าง หันขวับไปมองหน้าปานระวีทันที "เดี๋ยวนะคะ... ห้องสวีทใหญ่เตียงเดี่ยว? หมายความว่าพวกเราต้อง..."
"ใช่ค่ะ..." ปานระวีหันมาสบตาสถาปนิกสาว นัยน์ตาสวนคมกริบไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากอิ่มจะยกยิ้มขึ้นบางเบา ราวกับกำลังสนุกกับสถานการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น "เราต้องนอนห้องเดียวกันค่ะ คุณนิดา"
รณิดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองประมวลผลความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นในอีกสามคืนต่อจากนี้ทันที *นี่มันแผนแกล้งกันชัดๆ หรือสวรรค์กลั่นแกล้งเธอกันแน่เนี่ย!*
แต่ก่อนที่รณิดาจะได้อ้าปากปฏิเสธ เสียงทุ้มคุ้นเคยที่เธอไม่อยากได้ยินที่สุดในสามโลกก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงหัวเราะรื่นหู
"อ้าว... คุณวี คุณนิดา บังเอิญจังเลยนะครับ หรือว่าพรหมลิขิตใจตรงกัน ถึงได้จองห้องสวีทห้องเดียวกับผมพอดีเลยล่ะครับเนี่ย?"
รณิดาและปานระวีสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองตามต้นเสียงพร้อมกัน... กรวีร์ยืนพิงเคาน์เตอร์ล็อบบี้อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ในมือถือคีย์การ์ดห้องพักสวีทริมแม่น้ำ... ห้องเดียวกับที่พนักงานเพิ่งจะพูดถึงเมื่อครู่!
ปานระวีหน้าตึงเปรี๊ยะ ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นด้วยโทสะระคนสงสัย เธอหันขวับไปจ้องพนักงานต้อนรับสลับกับร่างสูงของกรวีร์ที่ส่งยิ้มกวนประสาทมาให้
"นี่มันหมายความว่ายังไงคะ?" ปานระวีถามเสียงเย็นเฉียบ
กรวีร์ก้าวเข้ามาใกล้ ชูคีย์การ์ดในมือให้ดู "ก็หมายความว่า... คืนนี้ เราสามคน... ต้องนอนร่วมชายคาเดียวกันน่ะสิครับ"
รณิดาเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนทันที *ชิบหายแล้ว... ทริปตรวจไซต์งานนรกนี่มันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเองเหรอเนี่ย!*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความสัมพันธ์ชวนลุ้นของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ แล้วมาลุ้นต่อในตอนหน้าว่าศึกชิงห้องและหัวใจครั้งนี้ใครจะรอดค่ะ!
สถาปนิกสาวกับคุณบอสสายดุ: ใครจะยอมแพ้ก่อนกัน?•ตอนที่ 13
ทริปตรวจไซต์งานต่างจังหวัดเริ่มต้น
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับคุณบอสสายดุ: ใครจะยอมแพ้ก่อนกัน? นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!