สถาปนิกสาวกับคุณบอสสายดุ: ใครจะยอมแพ้ก่อนกัน?•ตอนที่ 6

สงครามกาแฟและโพสต์อิทสีชมพู

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึกบนโต๊ะทำงานกระจกใส ดังสะท้อนก้องห้องประชุมใหญ่จนพนักงานฝ่ายบัญชีที่นั่งอยู่มุมห้องถึงกับสะดุ้งโหยง รณิดายืนกอดอกนิ่ง สีหน้าเรียบเฉยทว่าแววตากลับพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย เธอปรายตามองเจ้าของร่างสูงเพรียวในชุดสูทสีชาโคลเข้ารูป ซึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างส่งสายตาดุราวกับจะกินเลือดกินเนื้อส่งตรงมาให้ "คุณรณิดา... นี่คือแบบแปลนที่คุณแก้มาครั้งที่สามแล้วนะคะ และฉันก็บอกคุณไปแล้วว่า 'โครงสร้างระเบียง' แบบนี้ มันไม่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายระดับไฮเอนด์ของเรา" ปานระวีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบกริบ เย็นเยียบจนเกือบจะเป็นน้ำแข็ง ทว่าดวงตาคมกริมภายใต้กรอบแว่นสายตาแฟชั่นกลับไหววับอย่างน่าประหลาด "ถ้าคุณวีอยากได้ตึกกล่องสี่เหลี่ยมหน้าตาเหมือนกล่องรองเท้าแบรนด์เนม เพื่อเอาใจลูกค้ากระเป๋าหนักที่เอาแต่ใจตัวเองล่ะก็... ฉันแนะนำให้จ้างนักศึกษาฝึกงานมาวาดน่าจะประหยัดงบกว่าจ้างสถาปนิกมือรางวัลอย่างฉันนะคะ" รณิดาย้อนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง พนักงานทุกคนในห้องกลั้นหายใจ บรรยากาศรอบตัวคุกรุ่นจนแทบจะมีประกายไฟแลบแปล๊บๆ ออกมาจากกลางอากาศ ระหว่างประธานกรรมการบริหารสาวจอมเนียบกับสถาปนิกสาวหัวรั้นที่ไม่มีใครยอมใคร รัศมีออร่าความดุของปานระวีแผ่ขยายจนคนอื่นแทบอยากจะละลายหายไปจากห้อง แต่รณิดากลับยืนหยัดสู้สายตาอย่างไม่ลดละ รอยยิ้มมุมปากที่จุดขึ้นเล็กๆ นั้นช่างยั่วโมโหซะจนปานระวีต้องเป็นฝ่ายสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ "เลิกประชุมได้! ส่วนคุณรณิดา... อยู่เคลียร์เอกสารตรงนี้ก่อนค่ะ" สิ้นเสียงคำสั่งเด็ดขาด ทุกคนต่างทยอยเดินออกนอกห้องประชุมอย่างรวดเร็วราวกับหนีตาย ไม่ถึงสองนาที บรรยากาศภายในห้องจึงเหลือเพียงความเงียบงันที่กดดันและอบอวลไปด้วยเคมีแปลกประหลาดบางอย่าง รณิดาไม่รอช้า เธอหมุนตัวกลับมาเก็บกระดาษแปลนพิมพ์เขียวบนโต๊ะ ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นแฟ้มเอกสารอนุมัติงบประมาณโครงการออกแบบตกแต่งภายในที่ปานระวีเพิ่งเซ็นอนุมัติหมาดๆ วางทับอยู่ริมโต๊ะ ลายมือชื่อตวัดเฉียบคมตัวบรรจงของอีกฝ่ายยังคงชัดเจน และประโยคสุดท้ายจากเหตุการณ์เมื่อวานแวบเข้ามาในหัว *'ดูเหมือนว่า... คุณจะตั้งใจทำมันมากเลยสินะคะ รณิดา'* ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มร้ายกาจโดยอัตโนมัติ สมองซีกซ้ายที่เต็มไปด้วยความซุกซนทำงานเร็วจี๋ มือเรียวคว้าปากกาหมึกซึมสีดำคู่ใจ พร้อมกับดึงกระดาษโน้ตโพสต์อิทสีชมพูสะท้อนแสงที่ติดอยู่ข้างแฟ้มขึ้นมาจรดปลายปากกาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแปะมันทับลงตรงกลางลายเซ็นของท่านประธานสาวคนสวยแบบพอดิบพอดี เมื่อภารกิจป่วนประสาทเสร็จสิ้น รณิดาก็ควσόกระเป๋าขึ้นสะพายไหล่ เดินนองน่องออกไปจากห้องประชุมด้วยท่าทีลอยชาย ราวกับแมวตัวแสบที่เพิ่งแกล้งเจ้าของเสร็จแล้วเดินสะบัดก้นหนีอย่างลอยนวล ผ่านไปไม่ถึงสิบนาที ปานระวีที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะประชุม ชะงักกึกทันทีเมื่อสายตาสะดุดเข้ากับแผ่นกระดาษสีชมพูหวานแหววที่ตัดกับความเคร่งขรึมของเอกสารทางราชการอย่างสิ้นเชิง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์ นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปดึงโพสต์อิทแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านด้วยความหงุดหงิดระคนสงสัย ข้อความลายมือหวัดๆ แต่เป็นระเบียบเขียนไว้ว่า... * 'งบผ่านแล้วนะคะคุณบอส! แต่อย่าลืมยิ้มเยอะๆ ล่ะ หน้าบึ้งระวังตีนกาถามหานะคะ ด้วยรักและ(อยากกวนประสาท) จากสถาปนิกคนโปรด (ที่ไม่ค่อยอยากเชื่อฟัง)' * ดวงตาคมกริมของปานระวีเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบจะกระตุกยิ้มขึ้นมาโดยที่เจ้าตัวไม่ทันได้ตั้งตัว ความเย็นชาที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าเพอร์เฟกต์พังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงรอยยิ้มบางเบาที่ฉาบความเอ็นดูและความหมั่นไส้ไว้ในสัดส่วนที่เท่ากัน มือบางขยำกระดาษโน้ตสีชมพูในมือเบาๆ ส่ายหน้าให้กับความแสบสันต์ของเด็กดื้อที่กล้าเล่นกับไฟอย่างรณิดา "ให้ตายสิ... ยัยเด็กนี่ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ" ปานระวีพึมพำกับตัวเองเบาๆ แววตาสั่นไหวด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งหมั่นไส้ ทั้งมันเขี้ยว และ... ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหัวใจเจ้ากรรมกำลังเต้นแรงผิดจังหวะ ทว่า ในขณะที่ปานระวีกำลังอมยิ้มกับโพสต์อิทสีชมพูในมืออย่างเผลอไผล เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ก็ดังขึ้นสองครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต "อุ๊ย... ขอโทษทีค่ะวี พอดีพิมลืมสมุดสเก็ตช์ภาพไว้... เอ๊ะ! เมื่อกี้วี... กำลังยิ้มอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย?" พิมพ์ชนก ดีไซเนอร์สาวเพื่อนซี้ของรณิดา ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตากลมโตเป็นประกายพราวระยับเมื่อกวาดตามองสีหน้าของประธานสาวที่เปลี่ยนจากโหมดน้ำแข็งเป็นละมุนละไมได้อย่างรวดเร็วเกินคาด ปานระวีรีบหุบยิ้มฉับพลัน สีหน้ากลับคืนสู่ความเรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลกในเสี้ยววินาที เธอวางแฟ้มเอกสารลงแล้วจ้องมองเพื่อนสนิทของคู่กรณีด้วยสายตาดุคมกริบ "คุณพิมพ์ชนก... ดูเหมือนว่าบริษัทเราจะมีกฎเรื่องการเคาะประตูและขออนุญาตก่อนเข้าห้องทำงานส่วนตัวนะคะ" ปานระวีเอ่ยเสียงเย็น เยเยียบจนพิมพ์ชนกต้องหัวเราะร่อในลำคอ "แหม ใจเย็นๆ สิคะท่านประธาน พิมไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะ 'ความสุข' ของใครหรอกค่ะ" พิมพ์ชนกยิ้มกริ่ม เดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น กวาดสายตามองร่องรอยบนโต๊ะก่อนจะเหลือบไปเห็นเศษกระดาษสีชมพูในมือของปานระวี "อุ๊ย ตายจริง... โพสต์อิทสีชมพูฟรุ้งฟริ้งนี่คุ้นตาจังเลยนะคะ สีเดียวกับที่ยายรณิดาชอบใช้ไม่มีผิดเลย..." ปานระวีชะงักไปเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบเมื่อถูกจับไต๋ได้คาหนังคาเขา ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มขาวเนียนอย่างควบคุมไม่อยู่ เธอรีบซ่อนมือที่ถือกระดาษไว้ข้างลำตัวทันที "คุณพิมพ์ชนกคะ! กรุณาอย่าก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของพนักงานในบริษัทค่ะ" ปานระวีเสียงแข็ง กลบเกลื่อนพิรุธสุดฤทธิ์ ทว่าหูทั้งสองข้างกลับแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด พิมพ์ชนกยิ้มกริ่ม ยิ่งเห็นอาการตื่นตระหนกแบบเนียนๆ ของท่านประธานสาว จินตนาการความบันเทิงก็พุ่งทะยานถึงขีดสุด ดีไซเนอร์สาวโน้มตัวลงกระซิบเสียงเบาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาปานระวีต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว "ระวังตัวไว้ให้ดีนะคะคุณวี... เพราะยัยนิดาน่ะ ยิ่งดุยิ่งชอบพยศ ยิ่งสั่งห้ามก็ยิ่งทำ... และระวังหัวใจตัวเองไว้ให้ดีด้วยล่ะค่ะ เพราะคนปากแข็งแบบคุณวีเนี่ย... เวลาตกหลุมรักเด็กดื้อขึ้นมา น่ากลัวกว่าใครเพื่อนเลยนะคะ" ปานระวีตวัดสายตาดุใส่เพื่อนสนิทตัวแสบ กำมือแน่นจนกระดาษสีชมพูยับยู่ยี่คามือ ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยปากไล่ให้พ้นห้อง เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ หน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้าที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะยิ่งกว่าเดิม... *[รณิดา]* ปานระวีมองหน้าจอโทรศัพท์สลับกับใบหน้ายิ้มเยาะของพิมพ์ชนกที่กำลังเดินถอยหลังออกไปจากห้องอย่างอารมณ์ดี หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ นิ้วเรียวกดรับสายทันทีโดยไม่รอให้เสียงกริ่งดังครั้งที่สอง "มีอะไรอีกคะ คุณรณิดา?" ปานระวีเอ่ยเสียงเข้ม พยายามรักษามารกยาทและความดุให้คงที่ -(เสียงปลายสายหัวרויคิกคักเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ก่อนที่น้ำเสียงกวนประสาทจะกระซิบแผ่วเบาผ่านลำโพง)- "เปล่าค่ะ... แค่จะโทรมาเตือนว่า กาแฟบนโต๊ะทำงานฉันน่ะ มันหมดแล้วนะคะคุณบอส ถ้าไม่อยากให้สถาปนิกคนนี้ประท้วงหยุดงานพรุ่งนี้เช้า... บอสขาโหดช่วยกรุณาเดินมาเสิร์ฟกาแฟให้ฉันที่โต๊ะทำงานตอนนี้เลยได้ไหมคะ?" ปานระวีเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอกเมื่อได้ยินคำท้าทายสุดระอุที่อีกฝ่ายโยนใส่หน้าตรงๆ! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุน "กลิ่นลิลลี่สีขาว" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับคุณบอสสายดุ: ใครจะยอมแพ้ก่อนกัน? นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%