“ฉันไม่คิดว่าสถาปนิกแถวหน้าของ *‘Aesthetix Studio’* จะมีงานอดิเรกเป็นการเล่นเกมซ่อนหากับเวลาแบบนี้นะคะ, คุณรณิดา”
เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดอย่างไม่คิดจะปิดบังดังขึ้นทันทีที่บานประตูห้องทำงานกระจกฝ้าสีชาปิดสนิท ปานระวีไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานทันที เธอปล่อยให้ความเงียบอันน่าอึดอัดทำหน้าที่กดดันคนตรงหน้าก่อนสักสามวินาทีเต็ม ซึ่งมันเป็นจิตวิทยาเบื้องต้นที่ประธานสาวใช้สยบลูกน้องและคู่ค้ามานักต่อนักแล้ว
ทว่า… ใช้ไม่ได้ผลกับสถาปนิกสาวหัวรั้นคนนี้ค่ะ
รณิดา (หรือที่ใครๆ ในออฟฟิศเรียกกันสั้นๆ ว่า นิดา) ยืนกอดอกพิงสะโพกกับขอบโต๊ะประชุมตัวเล็กใกล้กับกระจกใส ริมฝีปากบางเฉียบเคลือบลิปสติกสีส้มอิฐยกยิ้มมุมปากอย่างไม่ยี่หระ เธอไม่ได้มีท่าทีลนลานหรือหวาดกลัวสมญานาม ‘นางมารน้ำแข็ง’ ประจำตึกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แววตากลมโตคู่นั้นกลับฉายแววท้าทายเสียจนคนมองรู้สึกเคืองตา
“ถ้าท่านประธานหมายถึงโปรเจกต์รีสอร์ทที่เกาะกูดล่ะก็… ดิฉันส่งงานตรงตามเดดไลน์นะคะคุณวี เพียงแต่… *เดดไลน์ในหัว* ของเราอาจจะตรงกันไม่ 100% เท่านั้นเองค่ะ” นิดาจงใจลากเสียงตรงคำว่า ‘คุณวี’ ให้มีความหมายแฝงบางอย่างที่ชวนหมั่นไส้
ปานระวีเงยหน้าขึ้นขวับ ดวงตาสีเข้มคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์หรูจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยแววตาที่พร้อมจะเผาพริกเผาเกลือใส่ “เดดไลน์ในหัวเหรอคะ? น่าสนใจดีนี่... แต่เกรงว่าบอร์ดบริหารและลูกค้ากระเป๋าหนักเขาคงไม่มี ‘หัว’ ไว้จินตนาการเลื่อนลอยแบบคุณหรอกนะคะ นิดา คุณส่งงานช้าไปสามวันเต็ม และมันเกือบทำให้ดีลสิบล้านบาทของบริษัทต้องพังไม่เป็นท่า!”
“แต่สุดท้ายมันก็ไม่พังนี่คะ” นิดาผละตัวออกจากขอบโต๊ะ ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานตัวใหญ่ขึ้นอีกนิด ระยะห่างที่ลดลงทำให้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ปะปนกับความดุดันในบรรยากาศได้อย่างน่าประหลาด “แถมคุณเองก็เพิ่งโดนคุณกรณ์... เอ่อ... กรวีร์ จาก K-Estate เข้ามาปาดหน้าเค้กกลางห้องประชุมใหญ่เมื่อกี้นี้ไม่ใช่เหรอคะ? ดูท่าทางท่านประธานจะวุ่นวายกับเรื่องของ *คนอื่น* มากกว่าจะมานั่งจับผิดดีไซน์งานของนิดาซะอีกนะ”
*กึก.*
ปลายนิ้วเรียวที่กำลังถือปากกาMontblanc ของปานระวีชะงักกึกทันที เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงของประธานสาวที่ได้เปรียบกว่านิดาเล็กน้อยบวกกับส้นสูงปรี๊ดทำให้แรงกดดันแผ่ซ่านไปทั่วห้อง ปานระวีจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น ประกายไฟแลบแปล๊บๆ ระหว่างคนทั้งสองราวกับสนามแม่เหล็กขั้วเดียวกันที่พยายามผลักเข้าหากัน
“คุณกำลังก้าวล้ำเส้นนะคะ, นิดา” เสียงของปานระวีเย็นเยียบลงจนติดลบ “เรื่องระหว่างฉันกับกรวีร์ เป็นเรื่องธุรกิจ และฉันจัดการเองได้... แต่เรื่องที่คุณพยายามจะเบี่ยงเบนประเด็นความผิดพลาดในการทำงานของตัวเอง แบบนี้มันบ่งบอกถึงความ ‘ไม่เป็นมืออาชีพ’ เสียยิ่งกว่าอะไรดี”
นิดาเม้มปากแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธที่ผสมปนเปกับความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างยามที่ได้เห็นแววตาจริงจังคู่นั้น ปกติแล้วปานระวีจะสวยเฉียบและดูไร้ที่ติเสมอเวลาทำงาน แต่พออีกฝ่ายแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวแบบนี้ออกมา มันกลับ… *เซ็กซี่* จนน่าโมโห!
*ให้ตายสิ นิดา เธอคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย!* สถาปนิกสาวแอบด่าตัวเองในใจ
“ดิฉันยอมรับว่าส่งดราฟต์สุดท้ายช้าไปค่ะ แต่คุณก็รู้ว่าทำไม…” นิดาผ่อนลมหายใจออกยาวเพื่อปรับน้ำเสียงให้กลับมานิ่งสนิท ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังอีกฝ่าย “เพราะแบบแปลนโครงสร้างที่คุณแก้มา มันขัดแย้งกับหลักวิศวกรรมการรับน้ำหนัก ถ้าดิฉันดันทุรังส่งตามกำหนด รีสอร์ทหลังนั้นคงพังลงมาก่อนที่แขกคนแรกจะทันได้ก้าวเข้าห้องพักด้วยซ้ำค่ะ... สรุปคือ นิดาช่วยชีวิตบริษัทไว้ต่างหากล่ะคะ ท่านประธานควรจะ *ขอบคุณ* มากกว่าจะมานั่งอบรมรมณ์เสียใส่กันแบบนี้นะคะ”
คำพูดที่ย้อนกลับมาแบบหมัดฮุกตรงคางทำให้ปานระวีถึงกับพูดไม่ออก ดวงตาคู่คมกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่เชิดขึ้นอย่างถือดีนั่นแล้วก็ได้แต่เคี่ยวเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ ยัยเด็กนี่! ปากเก่ง รั้น และไม่เคยยอมจำนนให้ใครเลยจริงๆ ให้ตายเถอะ…
“นี่คุณ…”
“ก๊อกๆๆ! ขอโทษที่ขัดจังหวะคู่รัก… เอ๊ย! คู่กรณีสุดเดือดนะครับ พอดีผมเดินเลยห้องประชุมมาทางนี้แล้วเห็นห้องประธานเปิดอยู่ ก็เลยคิดว่า… เอ๊ะ หรือผมมาผิดจังหวะ?”
เสียงเคาะประตูกระจกพร้อมกับร่างสูงโปร่งของ *กรวีร์* ที่เปิดประตูพรวดพราเข้ามาหน้าตาเฉย ทำเอาปานระวีและรณิดาต้องรีบดีดตัวออกจากระยะประชิดทันที ใบหน้าหวานของท่านประธานขึ้นสีแดงจัดด้วยความโกรธ (และบางอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่อยากยอมรับว่าคือความเขินอาย)
กรวีร์กวาดสายตามองสถาปนิกสาวกับประธานบริษัทสลับกันด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาพราวระยับราวกับเด็กหนุ่มที่เพิ่งค้นพบของเล่นชิ้นใหม่
“บังเอิญจังนะครับที่คุณนิดาก็อยู่ตรงนี้ด้วย พอดีเลย… ผมกำลังคิดว่า ข้อเสนอสิบคูณสิบเท่าที่ผมพูดถึงเมื่อกี้ ถ้าได้สถาปนิกฝีมือดีระดับคุณนิดามาเป็นหัวเรือใหญ่ฝั่ง K-Estate ด้วย น่าจะทำให้โปรเจกต์นี้สนุกขึ้นเป็นกองเลยนะครับ ว่าไหมครับ… คุณปานระวี?”
ปานระวีขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นนูน ดวงตาวาวโรจน์จ้องหน้าหนุ่มเจ้าเล่ห์ตัวฉกาจด้วยความกรุ่นโกรธ ขณะที่รณิดายืนอึ้ง เผลอหันไปสบตากับประธานสาวที่ตอนนี้กำลังส่งสายตาดุจัดมาให้เธอ—สายตาดุที่ไม่ได้แปลว่าโกรธเรื่องงานอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือสายตากึ่งหวงกึ่งคาดโทษที่ทำเอาหัวใจของสถาปนิกสาวกระตุกวูบอย่างแรง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความละมุนและคราบความดุของยัยบอสคนสวยด้วยกันนะคะ!
สถาปนิกสาวกับคุณบอสสายดุ: ใครจะยอมแพ้ก่อนกัน?•ตอนที่ 2
กาแฟแก้วนั้นและสายตาดุๆ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับคุณบอสสายดุ: ใครจะยอมแพ้ก่อนกัน? นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!