เสียงก้มมองหน้าจอสมาร์ทโฟนเป็นรอบที่สิบของรณิดาไม่ได้ช่วยให้อัตราการไหลของรถยนต์บนถนนสุขุมวิทขยับเร็วขึ้นแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ด้านนอก เม็ดฝนฤดูมรสุมกระหน่ำซัดลงมาใส่กระจกรถยนต์ยุโรปคันหรูราวกับฟ้ากำลังรั่ว ทัศนวิสัยเป็นศูนย์ ไฟเบรกสีแดงฉานทอดยาวสุดสายตาจนกลายเป็นทะเลเพลิงขนาดย่อมท่ามกลางความมืดครึ้มของยามเย็น
แต่สิ่งที่น่าอึดอัดยิ่งกว่าการติดอยู่กลางมหาสトラฟฟิก คือการที่เธอกำลังนั่งหายใจร่วมกับ "เจ้านายสายดุ" ในพื้นที่ปิดแคบๆ เพียงสองต่อสอง
ปานระวีไม่ได้เอ่ยปากบ่นสักคำตั้งแต่รถเคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถบริษัทไม่ได้ ทว่าความเงียบขรึมและท่าทีนิ่งสนิทของประธานสาวกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างเสียอีก ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปนั่งไขว่ห้าง ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อย สายตาทอดมองออกไปนอกกระจกที่มีหยดน้ำเกาะพราว ท่าทางราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแกะสลักขึ้นมาด้วยความเย็นชา
"ถ้าคุณวีอึดอัด จะเปิดเพลงฟังแก้เซ็งหน่อยไหมคะ หรือจะให้เปิดช่องข่าวเศรษฐกิจที่คุณโปรดปรานดีล่ะคะ?" รณิดาเป็นฝ่ายทนบรรยากาศชวนหายใจไม่ออกนี้ไม่ไหวเสียเอง ปากไวๆ มักจะทำงานเร็วกว่าสมองเสมอเมื่อเธอรู้สึกอึดอัด
ปานระวีหันขวับมามองทันที ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเรียบเฉยฉายแววตำหนิเล็กน้อย "ขับรถให้มันรอดพ้นจากน้ำท่วมขังข้างหน้านั่นก่อนเถอะค่ะ รณิดา... อย่ามาใส่ใจเรื่องรสนิยมการฟังเพลงของฉันเลย"
"นิดาแค่หวังดีกลัวคุณบอสจะเส้นเลือดในสมองแตกตายซะก่อน เนื่องจากดีילของโครงการฟื้นฟูย่านเก่าที่เราเพิ่งไปประชุมมาเมื่อกี้ มันทำท่าจะล่มไม่เป็นท่าเพราะใครบางคน..." รณิดากลืนคำพูดที่เหลือลงคอเมื่อปานระวีหันขวับมาจ้องเขม็ง รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องโดยสารลดฮวบลงทันที
"เพราะฉันเหรอคะ? คุณต่างหากล่ะที่ดื้อตาใส เถียงกับบอร์ดบริหารฉอดๆ จนฉันต้องเป็นคนรับหน้าแทนคุณเกือบชั่วโมง!" ปานระวีสวนกลับ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก "ถ้าคุณใช้สมองคิดเรื่องการออกแบบให้ตอบโจทย์ลูกค้า มากกว่าจะเอาเวลาไปคิดว่าจะประชดฉันยังไง... โปรเจกต์นั้นคงอนุมัติไปตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วแล้วค่ะ"
รณิดากัดริมฝีปากแน่น มือที่กำพวงมาลัยรถกระชับแน่นขึ้นจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาว ความโกรธตีตื้นขึ้นมาจุกอก สถาปนิกสาวหันไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย "นิดาก็แค่ปกป้องงานออกแบบของตัวเอง! คุณไม่เคยเข้าใจหรอกค่ะว่าการเอาเลือดเนื้อและจิตวิญญาณไปใส่ไว้ในแปลนตึก แล้วโดนคนแก่หัวโบราณมาสั่งให้รื้อทิ้งมันรู้สึกยังไง เพราะชีวิตคุณมีแต่ตัวเลข กำไร และผลประโยชน์!"
เปรี้ยง! เสียงฟ้าผ่าคำรามก้องกะทันหัน แสงแฟลชสีขาวสว่างวาบเข้ามาในตัวรถ เผยให้เห็นเสี้ยวหน้าของปานระวีที่ชะงักกึกไป
ไม่มีคำเถียงกลับ ไม่มีรอยยิ้มเยาะหยัน หรือแม้แต่แววตาดุๆ อย่างที่รณิดาคุ้นชิน บรรยากาศในรถเปลี่ยนจากความคุคกรุ่นเป็นความเงียบงันที่เปราะบางอย่างประหลาด ปานระวีหลบสายตาลงต่ำ นิ้วเรียวสวยบีบเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วซีดเผือด
รณิดาใจกระตุกวูบ ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตาเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติ... ไหล่บางภายใต้สูทราคาแพงนั้นกำลังสั่นน้อยๆ
"คุณวี..." เสียงของรณิดาอ่อนลงโดยอัตโนมัติ ความแข็งกร้าวหายวับไปกับสายฝน "นิดา... พูดแรงไปเหรอคะ?"
ปานระวีไม่ตอบ เธอยกมือขึ้นเสยผมที่คลอเคลียข้างแก้มอย่างลวกๆ ท่าทางนั้นไม่ได้ดูสง่างามเย่อหยิ่งเหมือนทุกที แต่มันกลับดู... โดດเดี่ยวและอ่อนแออย่างน่าใจหาย ดวงตาคู่สวยที่มักจะเฉียบคมเสมอเวลานี้กลับคลหน่วยน้ำใสๆ ปริ่มๆ แต่เจ้าตัวพยายามกลั้นมันไว้อย่างสุดความสามารถ
"คุณไม่รู้หรอก..." เสียงของปานระวีแผ่วเบาจนแทบจมหายไปกับเสียงสายฝนที่กระทบหลังคาหลังคาร่างคา "คุณไม่เคยรู้เลยว่า... เบื้องหลังตัวเลขและผลประโยชน์ที่คุณพูดถึง ฉันต้องแบกรับอะไรไว้บ้าง เพื่อให้บริษัทนี้ยังอยู่รอด เพื่อให้คนอย่างคุณมีพื้นที่ได้สร้างสรรค์งานที่รัก... โดยที่ฉันต้องยอมสละทุกอย่างแม้แต่ความสุขส่วนตัว"
หัวใจของรณิดากระตุกแรงราวกับถูกกระชาก ความรู้สึกผิดพวยพุ่งขึ้นมาจุกที่คอหอย เธอไม่เคยเห็นมุมนี้ของประธานสาวผู้เพอร์เฟกต์คนนี้เลย ปานระวีที่เก่งกาจ ไร้ที่ติ และดุร้ายในสายตาคนอื่น แท้จริงแล้วกำลังแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าบอบบางคู่นั้นเพียงลำพัง
"คุณวี..." รณิดาขยับตัวเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ เจือจางผสมกับความชื้นของฝนลอยวนอยู่รอบตัว "นิดาขอโทษค่ะ... น...นิดาไม่รู้"
ปานระวีหันมามอง ชั่วขณะนั้น ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนแทบชิด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มท่ามกลางแสงไฟสลัวจากท้องถนนด้านนอก ดวงตาคู่คมที่รื้นด้วยหยาดน้ำใสสะท้อนเงาของรณิดาไว้อย่างชัดเจน มันไม่ใช่สายตาของผู้บังคับบัญชาและลูกน้องอีกต่อไปแล้ว
มือเรียวของปานระวีที่สั่นเทา เอื้อมมาแตะที่ข้อมือของรณิดาเบาๆ สัมผัสนั้นเย็นเฉียบแต่กลับทำให้หัวใจของสถาปนิกสาวเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล
"อย่ามองฉันด้วยสายตาสงสารแบบนั้นเลยค่ะ รณิดา..." น้ำเสียงของปานระวีสั่นเครือเล็กน้อย ปลายจมูกโด่งรั้นรดรินอยู่ห่างกันแค่คืบ "เพราะมัน... ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอเกินกว่าจะเก๊กขรึมใส่คุณได้อีกต่อไปแล้ว"
รณิดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองสั่งให้ถอยห่าง แต่ร่างกายกลับไม่ยอมขยับเขยื้อน ปลายนิ้วที่ปานระวีกุมไว้ร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เคมีบางอย่างระเบิดตัวเงียบๆ ท่ามกลางความมืดและสายฝนที่ยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย
ก่อนที่บทสนทนาจะลึกซึ้งไปมากกว่านั้น เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของปานระวีก็แผดเสียงดังลั่นลายความเงียบขึ้นมาขัดจังหวะ
ปานระวีสะดุ้งเล็กน้อย ผละมือออกอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟลวก เธอกระแอมเบาๆ เพื่อปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติก่อนจะกดรับสาย ใบหน้าเรียบเฉยถูกสวมกลับคืนมาอย่างรวดเร็วราวกับใส่หน้ากาก
"ค่ะ... ดิฉันปานระวีค่ะ" น้ำเสียงราบเรียบเย็นชาถูกเรียกกลับมาใช้ทันที "ว่าไงคะคุณกรณ์?"
ชื่อที่ลอดออกมาจากริมฝีปากของปานระวีทำเอารณิดาขมวดคิ้วฉับทันที ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจเมื่อครู่ปลิวหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิดระคนแปลกใจ
กรวีร์? คู่แข่งตัวฉกายคนนั้นโทรมาทำไมในเวลาแบบนี้?
ปานระวีฟังปลายสายอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าของเธอกลับมาเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่ดวงตากลมโตจะหันมามองรณิดาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"ตอนนี้เหรอคะ? ...อืม เข้าใจแล้วค่ะ เดี๋ยวฉันตามไป"
ปานระวีวางสาย หันมาสบตากับรณิดาที่กำลังจ้องเขม็งด้วยความไม่พอใจซ่อนเร้น
"ใครคะ? ตา, เอ่อ คุณกรณ์โทรมาทำไมดึกดื่นค่ำคืนแถมฝนตกหนักแบบนี้?" รณิดาเผลอหลุดปากถามด้วยน้ำเสียงแสดงความเป็นเจ้าของโดยไม่รู้ตัว
ปานระวีมุมปากกระตุกขึ้นนิดหน่อย เป็นรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา แต่แววตากลับมีความท้าทายแพรพราวระยับ เธอเอื้อมมือไปเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับออกท่ามกลางสายฝนที่สาดซัดเข้ามา
"เขาบอกว่า... เพิ่งได้เบาะแสสำคัญเกี่ยวกับที่ดินแปลงที่คุณอยากได้นักหนา และตอนนี้เขากำลังรอฉันอยู่ที่ร้านกาแฟหัวมุมถนนนี้เองค่ะ" ปานระวีหันมามองหน้าสถาปนิกสาวนิ่งๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอารณิดาแทบคลั่ง "ถ้าคุณอยากได้โปรเจกต์นั้น... ก็ลงจากรถแล้วตามฉันมาพิสูจน์สิคะว่าคุณแน่จริงแค่ไหน หรือจะยอมแพ้แล้วนั่งรออยู่ในรถเฉยๆ เหมือนเด็กขี้แพ้กันล่ะ รณิดา?"
— กลิ่นลิลลี่สีขาว —
สถาปนิกสาวกับคุณบอสสายดุ: ใครจะยอมแพ้ก่อนกัน?•ตอนที่ 4
ฝนตก รถติด และบทสนทนาที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับคุณบอสสายดุ: ใครจะยอมแพ้ก่อนกัน? นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!