เอกสารสัญญาฉบับสุดท้ายถูกโยนลงบนโต๊ะไม้สักทองเสียงดัง *ปึก* จนแฟ้มหนังสีดำแทบกระเด็น รินรดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองชายหนุ่มผู้มีใบหล่อเหลาราวกับรูปสลักแต่มุมปากกำลังคว่ำลงด้วยความหงุดหงิดเต็มประพิกัด
"คุณภาคินัยคะ นี่คือทริปทำงานริมทะเล หรือทริปมาทรมานสุขภาพจิตดิฉันกันแน่คะ เอกสารกองเป็นภูเขาแบบนี้ บอกว่าจะพามาตรวจไซต์งานรีสอร์ตใหม่ แต่ดูเหมือนคุณแค่อยากหาเรื่องแกล้งฉันมากกว่ามั้งคะ" เสียงใสเอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว รินรดากอดอกมองประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าปากร้ายที่สุดแห่งปีด้วยรอยยิ้มเยาะยวนที่รู้ทัน
คีย์ ภาคินัยแค่นเสียงหึในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นกันแดดราคาแพงหรี่มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู "ถ้าเธอคิดว่านี่คือการมาเที่ยวเล่นล่ะก็... รินรดา เธอคงประเมินความเข้มงวดของฉันต่ำไปหน่อยนะ บนเกาะส่วนตัวแห่งนี้ ไม่มีคำว่าพักผ่อนสำหรับเลขาฯ จำเป็นอย่างเธอหรอก"
"เลขาฯ จำเป็น?" รินรดาหัวเราะในลำคอ ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานริมระเบียงห้องพักวิวทะเลสาบกว้างใหญ่ ลมทะเลพัดปะทะเรือนผมยาวสลวยจนปลิวไสว แต่ดวงตาคู่สวยไม่มีทีท่าจะหลบเลี่ยง "จำได้ว่าในสัญญาข้อที่สิบแปด ระบุไว้ชัดเจนนะคะว่านอกเวลางาน ฉันมีสิทธิ์ขาดในการใช้ชีวิตอิสระ และตอนนี้... มันเลยเวลาหโมงเย็นมาสิบนาทีแล้วค่ะท่านประธาน"
คีย์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อร่างบางโน้มตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ทะเลเจือจางในอากาศทำให้จังหวะการหายใจของเขาติดขัดไปชั่ววินาที แต่คนอย่างภาคินัยมีหรือจะยอมเสียฟอร์ม เขารีบดันตัวพิงพนักเก้าอี้ ยักไหล่กวนๆ ใส่พลਾਂเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นตามสไตล์
"กฎมีไว้แหก... โดยเฉพาะกฎที่เธอกุขึ้นมาเองแบบนั้น"
"คุณนี่มัน..." รินรดาเม้มปากแน่นด้วยความหมั่นไส้ อยากจะหยิกแขนแกร่งสักทีให้หายมันเขี้ยว แต่ทว่าเสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของเขาก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
หน้าจอแสดงชื่อที่ทำให้คีย์ขมวดคิ้วมุ่นทันที 'วินเซนต์' ศัตรูตัวฉกาจที่มักจะโผล่มาสร้างความน่ารำคาญให้เขาได้ทุกที่ทุกเวลา แม้กระทั่งบนเกาะส่วนตัวแห่งนี้
รินรดาลอบสังเกตปฏิกิริยาของชายหนุ่ม ดวงตาคู่คมที่เคยฉายแววหยิ่งยโสกลับไหววูบด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด เธอจึงแกล้งทำเป็นยื่นหน้าเข้าไปใกล้จอโทรศัพท์แล้วเอ่ยเสียงหวานหยด
"อ้าว... คุณวินเซนต์โทรมาเหรอคะ สงสัยเขาคงเป็นห่วงฉันกลัวว่าจะทำงานหนักเกินไปจนเป็นลมล้มพับไปเสียก่อน รับสายสิคะท่านประธาน เดี๋ยวจะหาว่าเราไม่มีมารยาทกับแขกผู้ร่วมลงทุน"
"เงียบไปเลยรินรดา!" คีย์ตวาดเสียงต่ำอย่างเหลืออด ความหึงหวงพุ่งพล่านจนแทบจะคววรคุมสติไม่อยู่ เขากดรับสายแล้วเปิดสปーカーโฟนทันทีด้วยความหงุดหงิด
("โอ๊ะ ดูเหมือนผมจะโทรมาขัดจังหวะดินเนอร์ส่วนตัวของพวกคุณสินะครับ ภาคินัย...") เสียงทุ้มกวนประสาทของวินเซนต์ดังลอดออกมาจากลำโพง ("พอดีผมเพิ่งมาถึงรีสอร์ตฝั่งตะวันตก เห็นว่ารินรดาชอบบรรยากาศแถวนี้เป็นพิเศษ เลยว่าจะชวนเธอมาทานมื้อค่ำด้วยกันสักหน่อย หวังว่าท่านประธานคงจะไม่ใจแคบเกินไปหรอกนะครับ")
รินรดานัยน์ตากะพริบปริบๆ นึกสนุกขึ้นมาทันที เธอตั้งใจจะแกล้งคนปากแข็งให้คลั่งเล่นเสียหน่อย จึงรีบเอ่ยสวนขึ้นทันควันโดยไม่รอให้คีย์ได้อ้าปากปฏิเสธ
"อุ๊ย! น่าสนใจจังเลยค่ะคุณวินเซนต์ พอดีเลย ฉันกำลังเบื่อ..."
*พรึ่บ!*
ยังไม่ทันที่รินรดาจะพูดจบประโยค ร่างสูงใหญ่ของคีย์ก็ลุกขึ้นพรวดเดียวจนเก้าอี้ล้มคว่ำ มือแกร่งคว้าหมับเข้าที่เอวบางของเธอแล้วรั้งเข้าหาตัวอย่างแรงจนเธอเซถลาเข้าปะทะกับอกแกร่ง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนแทบหลอมละลาย
"บอกมันไปสิรินรดา... ว่าคืนนี้เธอมี 'ธุระสำคัญ' ที่ต้องเคลียร์กับฉัน ทั้งคืน!" คีย์กดเสียงต่ำกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม ดวงตาสสีเข้มลุกโชนด้วยไฟปรารถนาและความหึงหวงที่ทะลุขีดจำกัด
("ภาคินัย! แกทำอะไร...?") เสียงทางปลายสายของวินเซนต์ตึงเครียดขึ้นทันที
แต่คีย์ไม่รอให้คู่แข่งได้พูดต่อ เขาใช้นิ้วเรียวกดตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะโยนโทรศัพท์ลงบนโซฟาเสียงดังลั่นห้อง
ห้องพักทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงคลื่นซัดสาดกระทบฝั่งด้านนอก นัยน์ตาทั้งสองคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย ความใกล้ชิดทำให้รินรดารู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวรากับกลองเพลของชายหนุ่มร่างสูงที่กอดเธอไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา
"คุณ... บ้าไปแล้วหรือไงคะ อยู่ๆ มาทำแบบนี้ทำไม" รินรดาพยายามหลบสายตาคมกริบที่มองมาด้วยความเร่าร้อน แต่เรียวแขนแกร่งที่โอบรัดเอวเธอไว้กลับไม่มีทีท่าจะคลายออกเลยแม้แต่น้อย
"ใช่... ฉันมันบ้าไปแล้วจริงๆ ตั้งแต่มีผู้หญิงปากเก่งอย่างเธอเข้ามาในชีวิต" คีย์ก้มหน้าลงมาจนหน้าผากชิดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน น้ำเสียงที่เคยเกรี้ยวกราดเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลจนน่าใจหาย "และบอกไว้ตรงนี้เลยนะรินรดา... ต่อให้ไอ้วินเซนต์มันจะมีแผนล้านแปด เธอก็ไม่มีสิทธิ์ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าฉันจะอนุญาต"
รินรดาหัวใจกระตุกวูบ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอกจนเธอต้องเม้มปากแน่นเพื่อซ่อนอาการหวั่นไหว เธอนิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของชายหนุ่มเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ปลิวมาปรกหน้าให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยทำให้เธอเผลอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยไม่รู้ตัว
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและหัวใจของทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นรัวๆ ขัดจังหวะความสัมพันธ์ที่กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
"คุณคีย์คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! คุณปู่... คุณปู่ท่านนั่งเครื่องบินมาถึงรีสอร์ตแล้วค่ะ กำลังเดินมาที่ห้องนี้เลย!" เสียงร้อนรนของเลขานุการอาวุโสดังทะลุประตูเข้ามา ทำให้รินรดาสะดุ้งสุดตัวและผลักอกคีย์ออกห่างทันที
คีย์สบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสียเมื่อแผนการทั้งหมดถูกขัดจังหวะอย่างไม่ทันตั้งตัว เขากวาดสายตามองหญิงสาวที่ตอนนี้ใบหน้าแดงก่ำด้วยความตกใจ ก่อนที่ประโยคถัดไปจะทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกึกเมื่อประตูห้องเปิดผางออกพร้อมกับร่างชราของผู้เป็นปู่ที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"แกสองคน... กำลังทำอะไรกันอยู่?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ดาวตกคืนคริสต์มาส" เสมอมานะคะ!
ดีลรักฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก•ตอนที่ 25
ไปเที่ยวทะเลหัวใจเต้นแรง
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!