เสียงเนื้อกระทบกันหนักหน่วงดังสะท้อนก้องไปทั่วทางเดินปูพรมหนานุ่มของโรงแรมหรู ร่างสูงใหญ่ของวินเซนต์เซถอยหลังไปสองก้าวด้วยแรงกระชากอันดุดันจากคีย์ ภาคินัย ประธานหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน นัยน์ตาคมกริบของคีย์วาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชนจนน่ากลัว สันจมูกโด่งเป็นสันนูนขยับฮึดฮัดตามจังหวะลมหายใจที่กระชากกระชั้น ขณะที่รินรดายืนค้างเติ่งอยู่ตรงกลาง หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
"คุณคีย์!" รินรดาอุทานเสียงหลง มือเรียวรีบคว้าแขนเสื้อสูทของชายหนุ่มไว้ตามสัญชาตญาณ ไม่ใช่เพราะเธอเป็นห่วงนักธุรกิจหนุ่มเพลย์บอยอย่างวินเซนต์ แต่เธอกลัวว่าไอ้คุณชายปากร้ายข้างกายเธอจะพลั้งมือฆ่าคนตายคาล็อบบี้เสียก่อน
วินเซนต์ยกมือขึ้นเช็ดมุมปากที่มีรอยเลือดซึมบางๆ เขาหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยความเยาะเย้ย ถือไพ่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นอาการหึงจนหน้ามืดของอีกฝ่าย
"ใจร้อนเป็นไฟเลยนะ ภาคินัย... หรือว่ากลัวคนของนายจะรู้ว่านายมันแคร์เธอแค่ไหนกันแน่" วินเซนต์เอ่ยเสียงเย้ยหยัน จงใจทิ้งน้ำหนักคำพูดให้รินรดาได้ยินชัดเจนทุกพยางค์
"หุบปากเน่าๆ ของนายไปซะวินเซนต์! ก่อนที่ฉันจะส่งนายไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มที่โรงพยาบาลแทนที่จะได้เซ็นสัญญาโปรเจกต์ร้อยล้าน!" คีย์คำรามต่ำในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนคนฟังต้องขนลุกซู่ ขายาวก้าวพรวดเข้าไปประชิดตัววินเซนต์อีกครั้ง แต่มือบางของรินรดากลับเหนี่ยวรั้งท่อนแขนเขาไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้คีย์ต้องชะงักและหันขวับมามองเธอด้วยความไม่พอใจ
"ปล่อย" เขาออกคำสั่งเสียงเข้ม
"คุณต่างหากที่ต้องปล่อย เลิกทำตัวเป็นเด็กปั๊มหัวร้อนไร้เหตุผลสักที!" รินรดาสวนกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตฉายแวววาวด้วยความไม่ยอมแพ้ เธอสะบัดหน้าใส่เขาอย่างถือดีก่อนจะหันไปพยักหน้าให้นักธุรกิจหนุ่มคู่แข่ง "ส่วนคุณวินเซนต์... ฉันคิดว่าเราคุยกันจบแล้วนะคะ เรื่องงานวันพรุ่งนี้ส่งเอกสารมาทางอีเมลได้เลยค่ะ ขอตัวก่อน"
พูดจบ รินรดาก็หมุนตัวเดินจ้ำอ้าวหนีไปทันทีโดยไม่รอฟังคำท้วงติงใดๆ ทั้งสิ้น ความโกรธปนความประหม่าตีรวนอยู่ในอกจนเธอต้องเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น แต่ทว่า... เดินไปได้ไม่ถึงสิบก้าว ข้อมือเรียวก็ถูกมือใหญ่คว้าหมับแล้วออกแรงดึงรั้งให้เดินตามไปยังทางหนีไฟที่ไร้ผู้คนทันที
"โอ๊ย! คุณคีย์ ฉันเจ็บนะ!" รินรดาโวยวายพร้อมกับพยายามบิดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุม แต่มีหรือที่แรงผู้หญิงจะสู้แรงของประธานหนุ่มผู้บ้าคลั่งการออกกำลังกายได้ คีย์เปิดประตูผลักเธอเข้าไปในห้องบันไดหนีไฟที่เงียบสงบ ก่อนจะดันร่างบางชิดติดผนังปูนเปลือยแล้วใช้แขนสองข้างกักขังเธอไว้ตรงกลาง
ความมืดสลัวและบรรยากาศเงียบงัดทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยปะปนกับลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดรดอยู่เหนือซอกคอ ทำให้เธอต้องรีบดันแผงอกกว้างให้ออกห่าง
"ถอยไปเลยนะ! พาฉันมาที่นี่ทำไม อยากหาเรื่องทะเลาะอะไรอีก" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้แผ่นหลังจะชนกำแพงจนไม่มีทางหนี
คีย์ไม่ตอบ เขาจ้องมองใบหน้าเนียนใสที่เชิดขึ้นอย่างดื้อรั้นด้วยแววตาซับซ้อน อารมณ์คุกรุ่นเมื่อครู่ยังคงหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด แต่มันถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิดระคนน้อยใจที่พุ่งพล่านยิ่งกว่า ปากร้ายๆ ของเขาเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้างอันเป็นเอกลักษณ์
"ใครบอกให้เธอไปยืนยิ้มระรื่นพูดคุยสนิทสนมกับไอ้เวรนั่นฮึ?"
รินรดาเลิกคิ้วสูง หัวเราะในลำคออย่างเหลืออด "ยิ้มระรื่น? สายตาคุณมีปัญหาหรือไงคะ ฉันกำลังคุยเรื่องงาน! แล้วอีกอย่าง ฉันจะเป็นอิสระหรือจะคุยกับใคร มันก็เรื่องส่วนตัวของฉัน คุณเป็นอะไรมากไหมเนี่ยถึงต้องตามราวีไม่เลิก!"
"ฉันไม่ได้ตามราวี!" คีย์เถียงเสียงแข็ง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม ดวงตาคมกริบหลบวูบไปทางอื่นชั่วขณะอย่างคนฟอร์มจัด "ฉันแค่... แค่ไม่อยากให้คนของฉันไปลดตัวคุยกับพวกไร้รสนิยมแค่นั้นแหละ"
"คนของฉัน?" รินรดาทวนคำ เสียงสูงปรี๊ดด้วยความหมั่นไส้ "พูดให้มันดีๆ นะคะคุณภาคินัย ฉันไม่ใช่สิ่งของในสต็อกของคุณ เลิกมโนไปเองสักที!"
"รินรดา!" คีย์กัดฟันกรอด ขยับตัวเข้ามาใกล้เสียจนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลและกลิ่นกายหอมละมุนที่ปั่นป่วนประสาทสัมผัสของเขาจนแทบคลั่ง "เธอนี่มัน... ปากดีไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ!"
"แล้วคุณก็ซึนเดระไม่เคยเปลี่ยนเหมือนกันค่ะ!" รินรดาย้อนกลับทันควันอย่างไร้ความเกรงกลัว "ถ้าจะมาเพื่อยืนเถียงเรื่องไร้สาระ ฉันขอตัวค่ะ งานกองอยู่บนโต๊ะเป็นภูเขา ไม่ได้ว่างมานั่งฟังคนปากไม่ตรงกับใจแถไปเรื่อยหรอกนะคะ"
เธอดันอกเขาออกเต็มแรงแล้วทำท่าจะมุดลอดวงแขนหนี แต่คีย์ไวกว่า เขากลับควחוเอวบางไว้แล้วรวบเข้ามาแนบชิดจนแผ่นอกแนบสนิท รินรดาอุทานลั่นด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อพบว่าตอนนี้ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากซึ่งกันและกันจนเกิดกระแสไฟฟ้าวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วร่าง
"ปล่อยนะ..." เสียงของรินรดาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นประกายบางอย่างในดวงตาคมคู่นั้น มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความเว้าวอนที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยความหยิ่งยโสอย่างแนบเนียน
คีย์กลืนน้ำลายลงคออื้ออึง เขาก้มหน้าลงมาเล็กน้อย ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันคลลังลังเลอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่ประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งที่สุดในสามโลกจะยอมพ่นถ้อยคำบางอย่างออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิวราวกับกระซิบ
"เออ... ช่างมันเถอะน่า" เขาหลบตาเธอเสมองทางอื่น ใบหูข้างขวากลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด "เรื่องเมื่อกี้... ที่ฉันพุ่งไปชกไอ้หมอนั่น... ก็เพราะว่า... ช่างเถอะน่า รำคาญเสียงมัน!"
รินรดานิ่งอึ้ง สมองประมวลผลคำพูดวกวนของคนตรงหน้า "นี่คุณกำลังจะบอกว่า..."
"ฉันไม่ได้บอกอะไรทั้งนั้นแหละ!" คีย์ตัดบทเสียงดังกลบเกลื่อนความเขินอายที่พุ่งพล่านจนใบหน้าร้อนผ่าว เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะยอมคลายมือที่โอบเอวเธอออกช้าๆ "แค่... เดินทางกลับด้วยกันเดี๋ยวนี้ รถฉันจอดอยู่ข้างล่าง ห้ามปฏิเสธ!"
รินรดายืนกอดอกมองท่าทางเก้ๆ กังๆ ที่พยายามทำฟอร์มขรึมของเขาแล้วมุมปากก็กระตุกยิ้มบางๆ ความรู้สึกโกรธเคืองก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหมั่นไส้แก Cuteness ที่พุ่งทะลุปรอทของคนปากแข็ง
"ง้อแบบนี้เหรอคะ? แปลกคนชะมัด" เธอแกล้งแซวด้วยรอยยิ้มเย้าแหย่
คีย์หันขวับมามองค้อน เธอแทบไม่ทันตั้งตัวเมื่อจู่ๆ ประธานหนุ่มก็โน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากอุ่นจัดลงบนหน้าผากเนียนของเธออย่างรวดเร็วและแผ่วเบา โดยที่เธอไม่มีโอกาสได้ถอยหนี
"หุบปากแล้วเดินตามมาน่า รินรดา..." เขาพึมพำเสียงพร่าข้างใบหู ก่อนจะคว้ามือเธอมากุมไว้แน่นแล้วจูงเดินออกจากบันไดหนีไฟ ทว่าเดินไปได้แค่ก้าวเดียว ประตูหนีไฟอีกฝั่งก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหันด้วยฝีมือของบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิด!
ร่างสูงโปรดของ 'มินตรา' เพื่อนสนิทพ่วงตำแหน่งเลขาฯ คนเก่งก้าวเข้ามาพร้อมกับถือแฟ้มเอกสารปึกใหญ่ในมือ แต่เธอกลับต้องหยุดชะงักกึก อ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน เมื่อเห็นภาพประธานหนุ่มผู้เย็นชาและดุดันกำลังกุมมือถือแขนกับยัยเพื่อนตัวดีของเธอในมุมอับสายตาอย่างแนบชิด
"อุ๊ย... ขอโทษค่ะ ฉันมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะเนี่ย?" มินตรากะพริบตาปริบๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากทันที
รินรดารีบดึงมือออกจากอุ้งมือของคีย์หน้าตาตื่น ส่วนคีย์นั้นใบหน้าบึ้งตึงขึ้นมาทันควันในโหมดติดลบ ดวงตาคมกริบส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายใส่เลขาฯ สาวที่บังอาจโผล่มาผิดจังหวะเวลาชีวิตที่สุดในสามโลก!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปพร้อมกันในตอนนี้นะคะ!
ดีลรักฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก•ตอนที่ 10
ขอโทษแบบฉบับคนซึน
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!