แสงไฟนีออนสลัวจากห้องครัวสเตนเลสสตีลสะท้อนเงาวับวาวเข้ากับใบหน้าตึงเครียดของบอดี้การ์ดร่างยักษ์สามคนที่ก้าวพรวดพราดเข้ามา รินรดายังคงแนบชิดอยู่กับแผงอกแกร่งของคีย์ ภาคินัย ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยเสียจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอของกันและกัน ความกดดันพุ่งทะยานสูงขึ้นจนแทบจะได้ยินเสียงหัวใจเต้นระรัวแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศ
“ท่านประธานครับ ทางเราตรวจสอบรอบบริเวณแล้ว... ยังไม่พบร่องรอยของผู้บุกรุกเพิ่มเติมครับ” หัวหน้าบอดี้การ์ดเอ่ยรายงานเสียงเข้ม ก้มศีรษะลงต่ำอย่างรู้หน้าที่ แต่สายตาคมกริบนั้นเหลือบมองท่าทางแนบชิดระหว่างเจ้าของบ้านกับหญิงสาวในชุดผ้ากันเปื้อนแวบหนึ่ง
คีย์ขยับตัวถอยหลังอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟลวก ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยและหยิ่งยโสบัดนี้กลับมีรอยแดงจางๆ พาดผ่านสันเกลียวแก้ม ความประหม่าที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดขรึมกำลังตีรวนขึ้นมาจนเขาควบคุมโทนเสียงของตัวเองไม่ได้
“ใครสั่งให้พวกนายพรวดพราดเข้ามาโดยไม่เคาะประตูกับข้าววะ!” คีย์ตวาดลั่นเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ สายตาดุดันหันไปจิกกัดลูกน้องเป็นการระบายอารมณ์ “ออกไปให้หมด! ถ้ารอบหน้ายังไม่มีมารยาทแบบนี้อีก ฉันจะไล่ออกให้หมด!”
บอดี้การ์ดทั้งหมดก้มหน้ารับคำสั่งแล้วถอยร่นออกไปจากห้องครัวอย่างรวดเร็ว ประตูบานใหญ่ปิดสนิทลงอีกครั้ง ทิ้งให้ความเงียบงันที่อัดแน่นไปด้วยความอึดอัดโอบล้อมคนทั้งคู่เอาไว้
รินรดายืดตัวขึ้นยืนตรง จัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ด้วยท่าทีมั่นใจ แม้หัวใจจะยังเต้นไม่เป็นส่ำจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ดวงตากลมโตราวกับกวางสาวตวัดมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว เธอเกลียดนักท่าทีทำเป็นเหนือกว่าและชอบพาลใส่คนอื่นแบบนี้
“ทีหลังหัดควบคุมสติให้มันดีๆ หน่อยนะคะท่านประธาน แค่บอดี้การ์ดเดินเข้ามาตรวจความปลอดภัย ถึงกับต้องสติแตกผลักฉันกระเด็นเลยหรือคะ หรือว่ากลัวคนอื่นจะเห็นว่าท่านประธานผู้สูงส่งกำลังทำตัวเสียอาการใกล้ชิดกับผู้หญิงธรรมดาๆ อย่างฉัน” เสียงใสเอ่ยแซะด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ความกวนประสาทนี้คืออาวุธประจำตัวที่เธอมักจะเอาไว้ใช้ทิ่มแทงอีโก้ของเขาโดยเฉพาะ
คีย์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ความอับอายที่ถูกจับไต๋ได้ผสมปนเปกับความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขายังหาคำตอบไม่ได้ในอก ทำให้ความปากร้ายที่สะสมมาทั้งชีวิตพรั่งพรูออกมาแบบยั้งคิด
“เธอคิดว่าตัวเองวิเศษวิโสมาจากไหนกันรินรดา? ก็แค่ผู้หญิงรับจ้างเข้ามาขัดดอกใช้หนี้ในคฤหาสน์หลังนี้ อย่าสำคัญตัวเองให้มากนักเลย” คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยการดูแคลน “สภาพอย่างเธอ... ต่อให้แต่งตัวสวยหรูแค่ไหน ก็เป็นได้แค่เครื่องมือระบายความเบื่อหน่ายชั่วคราวของฉันเท่านั้นแหละ ไม่มีวันเทียบชั้นกับคนสังคมเดียวกับฉันได้หรอก จำใส่สมองเอาไว้ด้วย”
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศในห้องครัวก็ดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งทันที
รินรดานิ่งงังไปชั่วขณะ คำพูดที่เชือดเฉือนราวกับใบมีดกรีดลงมากลางใจอย่างจัง ความหวMความรู้สึกที่เคยไหววับเมื่อครู่ถูกแช่แข็งด้วยความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมา ดวงตาคู่สวยที่เคยพราวระยับด้วยความท้าทายค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความผิดหวัง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวที่ลุกโชนไปด้วยไฟโทสะ
เธอไม่เคยคิดเลยว่า ผู้ชายที่ปากบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนาคนนี้ จะเลือกใช้คำพูดที่ต่ำตมและทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเธอได้ลงคอ เพียงเพราะเขาต้องการปกป้องอีโก้ที่เปราะบางของตัวเอง
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก เธอยืดอกขึ้นเชิดหน้ามองเขาตรงๆ รอยยิ้มเยาะหยันถูกส่งกลับไปให้ชายหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัว
“ขอบคุณสำหรับคำเตือนนะคะท่านประธาน... ที่กรุณาเตือนสติฉันว่าผู้ชายตรงหน้าฉันคนนี้ มันใจแคบและปากเสียขนาดไหน” รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าทุกคำพูดกลับหนักแน่นและเชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ “คนอย่างฉัน ต่อให้ต่ำต้อยในสายตาคุณ แค่ไหน... อย่างน้อยก็มีศักดิ์ศรีพอที่จะไม่เอาความรู้สึกของคนอื่นมาเหยียบย่ำเล่นเพื่อสนองปมด้อยในใจตัวเองค่ะ!”
คีย์ชะงักงันไปทันทีเมื่อเจอสายตาและคำพูดที่ย้อนกลับมาแทงใจดำจนหน้าชา วาจาที่ตั้งใจพ่นออกไปเพื่อทำร้ายเธอ กลับสะท้อนกลับมาตบหน้าเขาเสียเอง มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความรู้สึกผิดพวยพุ่งขึ้นมาในอกจนจุกแน่น แต่ความทิฐิและอีโก้ที่ค้ำคออยู่กลับทำให้เขาอ้าปากพูดคำขอโทษออกไปไม่ได้แม้แต่คำเดียว
“ดี... ถ้ารู้ตัวดีแล้วก็ไสหัวไปทำหน้าที่ของเธอต่อซะ อย่ามาทำตัวเกะกะขวางหูขวางตาฉันอีก” คีย์เค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามกลบเกลื่อนความวุ่นวายใจที่กำลังตีรวน ก่อนจะหมุนตัวเตรียมสาวเท้าเดินหนีออกจากห้องครัวเพื่อหลบเลี่ยงสายตาที่มองมาอย่างเหยียดหยามของเธอ
ทว่า... ในวินาทีที่คีย์ก้าวเท้าไปได้เพียงสองก้าว เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาจากทางประตูทางเดินหลัก พร้อมกับน้ำเสียงคุ้นเคยที่เอ่ยทักทายขึ้นด้วยความเย้ยหยัน
“โอ้โห... บรรยากาศดุเดือดเผ็ดร้อนกันตั้งแต่หัวค่ำเลยนะครับเนี่ย ท่านประธานภาคินัย... ดูท่าทางคุณจะต้อนรับแขกไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยนะครับ ปล่อยให้คนสวยระดับนางฟ้าต้องมายืนหน้าตาเสียดistอยู่ตรงนี้ได้ยังไง”
รินรดาและคีย์ชะביกหันขวับไปมองพร้อมกัน ร่างสูงโปรดของ ‘วินเซนต์’ คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสนใจอย่างเปิดเผย ก่อนจะหยุดสายตากลับมาที่คีย์ที่กำลังยืนหน้าตึงเปรี๊ยะด้วยความรู้สึกเดือดดาล
“นายเข้ามาในนี้ได้ยังไง วินเซนต์!” คีย์คำรามลั่น นัยน์ตาคู่วาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกคนที่ไม่ชอบหน้าที่สุดบุกรุกเข้ามาถึงถิ่นในเวลาแบบนี้
วินเซนต์ยิ้มมุมปาก ก้าวเท้าเข้ามาใกล้รินรดามากขึ้นทีละน้อย พร้อมกับยื่นมือออกไปตรงหน้าเธอราวกับสุภาพบุรุษผู้แสนดี
“บังเอิญผมแวะมาคุยธุระสำคัญกับคุณคีย์... แต่บังเอิญได้ยินเรื่องสนุกๆ เข้าพอดี” วินเซนต์จ้องตารินรดาด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ “ในเมื่อท่านประธานใจร้ายคนนี้ไม่เห็นค่าในตัวคุณ... สนใจไปทานมื้อค่ำกับผมแทนไหมครับ คุณรินรดา? ผมสัญญาว่าจะดูแลคุณให้ดีกว่าที่ผู้ชายปากร้ายคนนี้ทำแน่นอน”
รินรดานิ่งอึ้ง หัวใจกระตุกวูบเมื่อเจอสถานการณ์เฉพาะหน้าที่ไม่คาดฝัน เธอมองมือที่ยื่นมาตรงหน้าสลับกับใบหน้าบึ้งตึงดั่งยักษ์มารของคีย์ที่กำลังจ้องเขม็งมาทางเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้นิยายเรื่องนี้นะคะ บทหน้ามาร่วมลุ้นกันต่อค่ะว่ารินรดาจะตัดสินใจอย่างไรกับข้อเสนอสุดอันตรายนี้!
ดีลรักฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก•ตอนที่ 8
คำดูถูกที่บาดลึก
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลรักฉบับร้าย...คุณชายคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!