"อย่าขยับแม้แต่นิ้วเดียว เร็น ถ้าไม่อยากเห็นสมองตัวเองกระจายเป็นงานศิลปะบนผนังห้องเครื่องนี่"
เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของน้องสาวผม แต่มันเป็นเสียงสังเคราะห์ที่เรียบสนิท ปราศจากคลื่นความรู้สึกใดๆ ผิวหนังเทียมบนใบหน้าของ 'มัน' ค่อยๆ ปริออก เผยให้เห็นกลไกสีเงินวาววับใต้ดวงตาสีฟ้าเยือกเย็น คาร์ลอสไม่ได้มาที่นี่ด้วยตัวเอง เขาใช้ของเล่นราคาแพงชิ้นนี้เป็นเพชฌฆาต และผม... กำลังยืนอยู่บนเส้นด้ายที่ขาดสะบั้น
ผมหายใจเข้าลึก รับเอาอากาศกลิ่นอับชื้นและกลิ่นโอโซนที่อบอวลอยู่ในห้องควบคุมเข้าปอด สายตาผมกวาดผ่านแผงวงจรใต้รองเท้าบูทแม่เหล็กของตัวเอง กับระเบิดนั่นไม่ใช่แค่เรื่องล้อเล่น มันคือตัวตัดวงจรเกรดทหารที่ติดตั้งอยู่ในโครงสร้างหลักของสถานี หากผมขยับ แรงสั่นสะเทือนเพียงเล็กน้อยจะส่งสัญญาณให้ตัวจุดระเบิดทำงานทันที
"คาร์ลอสส่งแกมาเพื่อปิดปากฉัน หรือแค่เพื่อความบันเทิงส่วนตัวกันแน่" ผมถาม พยายามคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้เหงื่อกาฬจะซึมทั่วแผ่นหลัง
หุ่นยนต์แอนดรอยด์ยิ้ม มันเป็นยิ้มที่เลียนแบบมาจากภาพถ่ายของน้องสาวผม แต่ในแววตานั้นกลับว่างเปล่า "ผู้บัญชาการบอกว่า นายเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เกินความจำเป็นสำหรับสมบัติของสถานีนี้"
มือของมันขยับ... ไม่ใช่เพื่อโจมตี แต่เป็นการหยิบรีโมทคอนโทรลขนาดจิ๋วขึ้นมา
ในจังหวะนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับต่ำก็ดังขึ้นจากช่องสื่อสารข้างหูผม เป็นเสียงที่คุ้นเคยและเป็นเสียงที่ผมรอคอยมาตลอดทั้งคืน
"เร็น! หันไปทางซ้าย เดี๋ยวนี้!" เสียงของเอล่าแทรกเข้ามา พร้อมกับเสียงปืนเลเซอร์ที่ดังสนั่นก้องห้องโถง
ปัง!
กระสุนแสงพุ่งเฉียดไหล่ผมไปไม่กี่มิลลิเมตร แรงปะทะทำให้ผมเสียหลักล้มลงข้างตัว แต่แทนที่จะตกลงไปตายตามแรงโน้มถ่วงจำลอง ผมกลับรีบคว้าขอบแท่นเหล็กไว้แน่น ความสั่นสะเทือนจากการพุ่งตัวทำให้กับระเบิดใต้ฝ่าเท้าเดิมของผมทำงาน!
ตูม!
เสียงระเบิดดังอู้อี้ในสุญญากาศที่พยายามจะดูดกลืนทุกสิ่ง แรงระเบิดส่งร่างแอนดรอยด์นั่นกระเด็นไปกระแทกผนังโลหะจนบุบ แผงวงจรในอกของมันขาดสะบั้น ประกายไฟสีน้ำเงินสาดกระจายราวกับดอกไม้เพลิงในความมืด ผมไม่รอช้า พุ่งตัวไปคว้าประแจหนักในมือแล้วซัดเข้าที่กะโหลกโลหะของมันซ้ำจนชิ้นส่วนกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง
"เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" เอล่าปรากฏตัวออกมาจากเงามืดของท่อระบายอากาศ มือยังคงถือปืนพกคู่ใจที่ควันจางๆ พุ่งออกมาจากปากกระบอก
"ฉันไม่เป็นไร..." ผมตอบพลางหอบหายใจ เลือดจากบาดแผลที่แขนเริ่มไหลซึมออกมาเป็นหยดกลมๆ ลอยเคว้งคว้างในสภาวะไร้น้ำหนัก "ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ เอล่า? ฉันบอกให้เธอรอที่จุดนัดพบ"
"ถ้าฉันรอ นายคงกลายเป็นปุ๋ยอวกาศไปแล้ว" เธอเดินเข้ามาหา สีหน้าจริงจังกว่าที่ผมเคยเห็น "คาร์ลอสกำลังสั่งให้ปิดระบบออกซิเจนในเขต 7 เขารู้แล้วว่าเรากำลังจะไปที่ห้องเซิร์ฟเวอร์หลัก"
เราสองคนรีบเคลื่อนตัวผ่านทางเดินที่มืดมิด เสียงสัญญาณเตือนภัยดังระงมไปทั่วสถานี ผนังห้องโดยรอบเริ่มสั่นสะเทือนจากการถูกโจมตีด้วยอาวุธหนักภายนอก นี่ไม่ใช่การปะทะกันธรรมดา แต่มันคือการทำลายสถานีทิ้งเพื่อกำจัดพยานเพียงคนเดียวที่รู้ความลับว่าคาร์ลอสแอบขายพิกัดของสถานีให้กับพวกโจรสลัดอวกาศ
ขณะที่ผมกำลังจะเสียบการ์ดข้อมูลเพื่อดึงหลักฐาน ระบบจู่ๆ ก็ดับวูบลง หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับใบหน้าของคาร์ลอสที่ปรากฏขึ้น
"เร็น... เธอช่างเป็นวิศวกรที่ดื้อรั้นจริงๆ" คาร์ลอสพูด น้ำเสียงเขาดูสนุกสนานราวกับกำลังดูละครเวทีที่เขาสร้างขึ้นเอง "นายคิดหรือว่าหลักฐานนั่นจะช่วยนายได้? ในเมื่อฉันเพิ่งสั่งการให้ 'ซีล' ส่วนที่เป็นเขตการผลิตทั้งหมดออกไปแล้ว"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่แรงดันอากาศในห้องนี้จะเริ่มลดฮวบ ผมมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกหนาที่ร้าวเป็นทางยาว เห็นส่วนหนึ่งของสถานีค่อยๆ หลุดออกจากแกนกลางและระเบิดเป็นเสี่ยงๆ เลือดในกายผมเย็นเฉียบเมื่อตระหนักได้ว่าผู้คนอีกหลายร้อยชีวิตในเขตการผลิตกำลังจะตายเพราะผม
"แกมันปีศาจ คาร์ลอส!" ผมตะโกนใส่หน้าจอ
"ปีศาจหรือนักบริหาร? นายเป็นคนเลือกเส้นทางนี้เองนะ เร็น" คาร์ลอสเลิกคิ้ว "เอาล่ะ... มาดูสิว่าวิศวกรอัจฉริยะอย่างนาย จะเลือกรักษาข้อมูลที่นายต้องการ หรือจะเลือกกดปุ่มฉุกเฉินเพื่อช่วยชีวิตคนที่เหลือ... บอกใบ้ให้นะ นายเลือกได้แค่ 'อย่างเดียว' เท่านั้น"
นิ้วของผมสั่นเทาอยู่เหนือปุ่มควบคุมสองปุ่มที่เรืองแสงอยู่ตรงหน้า ข้อมูลหลักฐานการทรยศของคาร์ลอสอยู่เพียงปลายนิ้ว หากผมกดปิดสัญญาณเตือนเขตการผลิต ข้อมูลทั้งหมดจะถูกลบทิ้งไปตลอดกาล แต่ถ้าผมเลือกดึงข้อมูล... ชีวิตผู้บริสุทธิ์นับร้อยจะกลายเป็นฝุ่นผงในพริบตา
เอล่ามองหน้าผม แววตาของเธอสั่นไหว เธอไม่ได้พูดอะไร แต่หยิบปืนขึ้นมาเล็งไปที่ประตูทางเข้าที่กำลังจะถูกตัดเปิดโดยกองกำลังของคาร์ลอส
ผมหลับตาลง กัดฟันจนกรามแทบแตก แล้วตัดสินใจในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
ผมไม่ได้กดปุ่มรักษาข้อมูล และไม่ได้กดปุ่มช่วยชีวิตคน... แต่ผมกลับคว้าสายเคเบิลระบบหลักแล้วกระชากมันออกมาด้วยมือเปล่า จนห้องทั้งห้องดับวูบลงเหลือเพียงแสงสลัวจากระบบสำรอง
ในความมืดนั้น ประตูห้องเซิร์ฟเวอร์ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก ไม่ใช่กองกำลังของคาร์ลอสที่เดินเข้ามา แต่เป็นร่างที่คุ้นเคยในชุดสูทอวกาศสีดำสนิทที่ผมคิดว่าตายไปตั้งแต่วันที่สถานีรุ่นก่อนระเบิด...
"ถึงเวลาที่ต้องจบเรื่องนี้เสียที พี่ชาย"
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นนี้ และหวังว่าจะพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ไฮเปอร์ไดรฟ์
ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา•ตอนที่ 15
เลือดในสุญญากาศ
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!