เสียงสัญญาณชีพของสถานีอวกาศ 'ไร้เงา' ดังก้องอยู่ในมโนภาพของผม ราวกับเสียงเต้นของหัวใจที่กำลังถูกบีบให้หยุดทำงาน ผมไม่ได้หันไปมองเอล่า แต่สัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ ความเงียบในห้องควบคุมกระจายเสียงนั้นหนาแน่นจนแทบจะคว้าจับได้
“นั่นไม่ใช่เธอ” ผมพึมพำ น้ำเสียงราบเรียบเหมือนสายเคเบิลที่ถูกดึงจนตึง “น้องสาวของผมตายไปแล้ว เอล่า”
เอล่าไม่ตอบทันที เธอเพียงแต่กอดอก ใบหน้าเรียวสวยนั้นฉายแวววิตกกังวลที่ปิดไม่มิด นิ้วเรียวของเธอสั่นระริกอยู่เหนือแผงคีย์บอร์ดโฮโลแกรม “เร็น... ถ้าฉันบอกว่ารอยยิ้มนั้นมันเหมือนภาพถ่ายเมื่อสิบปีก่อนแบบไม่มีผิดเพี้ยนล่ะ? รหัสผ่านที่ใช้เข้าระบบการสื่อสารนี้ เป็นรหัสเก่าที่ถูกลบไปจากสารบบของสถานีรุ่นก่อนแล้ว มีเพียงคนในครอบครัวคุณเท่านั้นที่รู้”
ผมกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แสงสีฟ้าจากหน้าจอกระทบลงบนนัยน์ตาที่มืดมิดของผม ความเป็นจริงกำลังสั่นคลอน ผมเป็นวิศวกร ผมเชื่อในตรรกะ ตัวเลข และกฎฟิสิกส์ แต่วันนี้ กฎเหล่านั้นกำลังกลายเป็นเพียงเศษกระดาษที่ถูกฉีกทิ้ง
“คาร์ลอสกำลังดึงเราเข้าสู่กับดัก” ผมเปลี่ยนเรื่องเสียงแข็ง พยายามดึงสติกลับมา “เขาปล่อยภาพนั้นเพื่อให้ผมเสียสมาธิ เขาต้องการให้ผมวิ่งแจ้นไปที่หอคอยกระจายเสียงด้วยความโกรธแค้น หรือไม่ก็ด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ เพื่อที่จะได้เป่าหัวผมทิ้งโดยไม่มีใครตั้งคำถาม”
“แล้วถ้ามันไม่ใช่กับดักล่ะ?” เอล่าเลิกคิ้วมองผม “ถ้าเขากำลังเล่นเกมจิตวิทยาที่เหนือชั้นกว่านั้น คือการทำให้คุณเลือกเองว่าจะทำตามความรู้สึก หรือจะรักษาชีวิตตัวเองไว้เพื่อภารกิจที่สำคัญกว่า”
ผมเดินไปที่ผนังเหล็กของห้องควบคุม คว้าเครื่องยิงพลาสม่าขนาดกะทัดรัดขึ้นมาตรวจสอบระบบล็อก “ผมไม่มีทางเลือกอื่น เอล่า คาร์ลอสต้องการให้ผมไปที่หอคอย ผมก็จะไป แต่ไม่ได้ไปในฐานะเหยื่อ”
เราก้าวเท้าออกจากห้องควบคุม มุ่งหน้าสู่ลิฟต์ขนส่งที่เชื่อมต่อไปยังหอคอยกระจายเสียง สถานีอวกาศแห่งนี้เงียบสงัดผิดปกติ ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังซุ่มรอจังหวะตะปบเหยื่อตามรอยเท้าของพวกเรา ทุกจังหวะการเดินดังก้องสะท้อนกับพื้นโลหะเย็นเฉียบ
เมื่อถึงหอคอยกระจายเสียง บรรยากาศด้านในกลับอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันหล่อลื่นและโอโซน คาร์ลอสไม่ได้ซุ่มยิงจากมุมมืดอย่างที่ผมคาดการณ์ไว้ เขายืนอยู่ตรงกลางห้องโถงกว้าง แสงไฟสลัวจากเพดานส่องลงมาที่ร่างกำยำของเขาราวกับเวทีละคร เขาวางปืนไรเฟิลประทับไหล่ไว้บนโต๊ะทำงาน และกำลังจิบกาแฟดำเหมือนคนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“คุณมาช้าไปสามนาที เร็น” คาร์ลอสกล่าวโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง “ผมเริ่มคิดแล้วว่าความรักที่มีต่อพี่น้องมันไม่มากพอที่จะทำให้คุณวิ่งฝ่าความตายเข้ามาได้”
“เก็บละครฉากนี้ไว้เล่นตอนจบเถอะ ผู้บัญชาการ” ผมเล็งปืนไปที่หัวใจของเขา “รอยยิ้มบนจอนั่น... คุณทำมันขึ้นมาได้อย่างไร?”
คาร์ลอสหัวเราะหึๆ เป็นเสียงที่แห้งแล้งและเย็นชา “เทคโนโลยี Deepfake หรือ? ไม่หรอก... คนที่เสียชีวิตในอุบัติเหตุครั้งนั้น อาจไม่ได้เสียชีวิตทุกคนอย่างที่คุณเข้าใจ รัฐบาลเก่าฉลาดกว่าที่เราคิด พวกเขาเลือกเก็บ 'ชิ้นส่วน' ที่มีประโยชน์เอาไว้เสมอ”
คำพูดของเขาราวกับใบมีดที่กรีดลึกลงในหัวใจผม มือผมเริ่มสั่น “โกหก”
“งั้นก็ลองเดินเข้ามาดูใกล้ๆ สิ” คาร์ลอสผายมือไปยังประตูบานเลื่อนที่อยู่ด้านหลังเขา “เธอรอคุณอยู่ข้างในนั้น... ถ้าคุณกล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับความจริงที่คุณพยายามหนีมาตลอดสิบปี”
ผมก้าวไปข้างหน้าอย่างลังเล เอล่าดึงแขนผมไว้เบาๆ แววตาของเธอเตือนให้ผมหยุด แต่ภาพของน้องสาวที่แวบขึ้นมาในหัวมันรุนแรงเกินกว่าจะห้ามใจ ผมสลัดมือเธอออกแล้วเดินไปยังประตูบานนั้น คาร์ลอสไม่ได้ขัดขวาง เขาเพียงแค่นั่งมองผมด้วยรอยยิ้มที่ดูพึงพอใจอย่างประหลาด
เมื่อประตูเปิดออก กลิ่นดอกไม้ป่าที่ไม่มีอยู่จริงบนสถานีอวกาศลอยแตะจมูก ผมก้าวเข้าไปในห้องโถงที่เต็มไปด้วยแสงสว่างจ้าจนแสบตา ทันใดนั้น เสียงระบบล็อกประตูอัตโนมัติดัง *'คลิก'* อย่างหนักแน่นจากด้านหลัง
ผมหันกลับไป แต่ภาพที่เห็นไม่ใช่คาร์ลอส หรือแม้แต่ทางออกที่ผมเพิ่งเดินเข้ามา แต่มันกลับเป็นห้องกระจกที่สะท้อนเงาของตัวเองนับร้อยนับพันเงา และตรงกลางห้องนั้น... มีร่างหญิงสาวในชุดคลุมสีขาวคนเดิมยืนหันหลังให้ผม
“เร็น...” เสียงของเธอดังขึ้น แต่มันไม่ได้ออกมาจากปากของเธอ มันดังมาจากลำโพงรอบทิศทางที่ติดตั้งอยู่เหนือศีรษะ “คุณมาสายเกินไปจริงๆ”
ทันทีที่สิ้นเสียงนั้น พื้นห้องที่ผมยืนอยู่ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ระบบแรงโน้มถ่วงเทียมถูกตัดขาด และในเสี้ยววินาทีนั้น ผมเห็นคาร์ลอสปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งบนหน้าจอมอนิเตอร์รอบห้อง พร้อมกับนิ้วที่กำลังจะกดปุ่มทำลายตัวเองของหอคอยทั้งหอ
รอยยิ้มของหญิงสาวตรงหน้าค่อยๆ หันกลับมา แต่นั่นไม่ใช่รอยยิ้มของน้องสาวผม... มันคือใบหน้าของหุ่นยนต์แอนดรอยด์รุ่นต้นแบบที่คาร์ลอสใช้เป็นเครื่องมือสังหาร และสิ่งที่อยู่ใต้เท้าของผมไม่ใช่พื้นเหล็ก แต่มันคือกับระเบิดแม่เหล็กไฟฟ้าที่พร้อมจะเปลี่ยนร่างผมให้กลายเป็นเพียงอะตอมที่ล่องลอยไปในอวกาศ!
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในความมืดมิดของหอคอยกระจายเสียงครั้งนี้นะครับ
ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา•ตอนที่ 14
กับดักลวง
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!