“หักมุมแบบนี้มันไม่คุ้มกับค่าจ้างหรอก คาร์ลอส”
เสียงของเร็นแหบพร่า แรงดันอากาศในโซนไร้แสงที่ต่ำกว่าปกติทำให้ลมหายใจของเขาสั่นสะท้าน มือที่กำประแจไฮดรอลิกไว้แน่นจนเส้นเลือดปูดโปนไม่ได้สั่นด้วยความกลัว แต่มันสั่นด้วยความโกรธที่ถาโถมเข้าใส่ดั่งพายุสุริยะที่ไร้ทิศทาง
เบื้องหน้าของเขา—ห่างออกไปเพียงสิบก้าว—ผู้บัญชาการคาร์ลอสยืนกอดอกท่ามกลางความมืดมิดของระเบียงทางเดินระดับล่าง แสงไฟฉุกเฉินสีส้มกะพริบถี่เป็นจังหวะ ราวกับเสียงหัวใจของสถานีที่กำลังจะหยุดเต้น แต่สิ่งที่ทำให้เร็นต้องหยุดกึกไม่ใช่ชายผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จคนนั้น ทว่าเป็นเงาร่างที่ยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้างเขา
เอล่า
ผมสีเงินยวงที่เขาเคยสัมผัสยามค่ำคืนในห้องวิจัยแคบๆ บัดนี้ถูกรวบเก็บอย่างเป็นระเบียบ เธอสวมเครื่องแบบหน่วยข่าวกรองสีเทาเข้มที่ดูแปลกตา—มันดูเนี้ยบเกินไป สะอาดเกินไป และไร้ซึ่งร่องรอยของเศษน้ำมันเครื่องที่เขาคุ้นเคย
“ความจงรักภักดีไม่ใช่สินค้าที่มีไว้ประมูลราคาหรอกนะ เร็น” คาร์ลอสเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้อารมณ์เหมือนเครื่องจักรสังหาร “มันคือการเลือกข้างที่อยู่รอด และเอล่า… เธอเป็นคนที่มีสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่ฉันเคยพบ”
เร็นไม่สนใจคำพูดของชายผู้นั้น สายตาของเขาตรึงแน่นอยู่กับดวงตาของเอล่า เขาพยายามมองหาสัญญาณบางอย่าง—ความเศร้า ความขัดแย้ง หรือแม้แต่ความเสียใจที่ส่งผ่านมาในความเงียบ แต่สิ่งที่เขาพบกลับมีเพียงความว่างเปล่าราวกับดวงดาวที่ดับแสงไปแล้ว
“เอล่า… บอกฉันทีว่าไอ้รอยแตกร้าวบนระบบระบายอากาศนั่น มันไม่ใช่ฝีมือเธอ” เร็นเค้นเสียงถาม ความคาดหวังในใจยังคงตะเกียกตะกายเหมือนคนจมน้ำ
เอล่าก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นโลหะดังก้องไปทั่วทางเดินที่ไร้ผู้คน เธอหยุดระยะห่างที่พอดี สายตาของเธอเรียบเฉย ไร้ความอาลัยอาวรณ์ที่เขากล้าพอจะคาดหวัง
“รอยแตกที่นายว่า… คือจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปสถานีแห่งนี้ เร็น” น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไป มันคมชัด มั่นคง และเปี่ยมด้วยอำนาจอย่างที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน “ความพังทลายของระบบเก่าคือโอกาสเดียวที่เราจะสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิม นายเป็นวิศวกร นายควรจะเข้าใจดีว่าบางครั้ง… เราต้องทำลายเพื่อที่จะสร้าง”
“นั่นไม่ใช่การสร้าง แต่มันคือการฆาตกรรม” เร็นสวนกลับ “นายรู้ใช่ไหมคาร์ลอส? ว่าถ้าถอดระบบแลกเปลี่ยนออกซิเจนในโซนนี้ออก คนงานกว่าสามร้อยคนจะขาดอากาศหายใจภายในสิบนาที”
คาร์ลอสหัวเราะหึในลำคอ “สามร้อยชีวิต เพื่อแลกกับอายุขัยของสถานีอีกสามร้อยปี นายจะเลือกอะไร?”
เร็นรู้สึกถึงจังหวะหัวใจที่บีบคั้น เขาไม่ได้มองคาร์ลอสอีกต่อไป เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวที่เขารัก “เธอก็คิดแบบนี้ใช่ไหม? การคำนวณของเธอไม่มีค่าความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่แล้วหรือไง?”
เอล่าเม้มริมฝีปากแน่นเพียงเสี้ยววินาที—รอยร้าวเล็กๆ ที่เร็นจับสังเกตได้—ก่อนที่เธอจะปรับสีหน้าให้กลับมาเย็นชาดังเดิม “เราไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะเลือกได้หรอก เร็น โลกภายนอกไม่ได้สวยงามอย่างที่นายเพ้อฝันในห้องเครื่องยนต์… และถ้าหากนายยังดื้อรั้นที่จะขวางทางเดินของสถานีนี้ ต่อให้เป็นคนสำคัญขนาดไหน ก็ไม่มีข้อยกเว้น”
เธอหยิบแผ่นชิปข้อมูลสีฟ้าใสออกมาจากกระเป๋าเสื้อเครื่องแบบ มันกะพริบแสงสีครามท่ามกลางความมืดมิดของโซนไร้แสง ก่อนจะโยนมันลงบนพื้นโลหะแทบเท้าของเร็น
“นี่คือรหัสผ่านเข้าถึงแกนกลางระบบทำความเย็น ถ้ามีมัน นายจะปิดระบบทุกอย่างได้โดยไม่เกิดระเบิด” เอล่ากล่าวเสียงเบา “เอาไปซะ แล้วออกจากสถานีนี้ไปกับยานขนส่งลำสุดท้ายในเช้าวันพรุ่งนี้ นี่คือโอกาสสุดท้ายที่ฉันจะให้ได้ ในฐานะ… สิ่งที่เคยมีร่วมกัน”
เร็นมองแผ่นชิปนั้นด้วยความสับสน เขาไม่เข้าใจว่าเธอต้องการช่วยเขา หรือต้องการให้เขาเป็นคนปิดฉากสถานีนี้ด้วยมือของตัวเองกันแน่
“เธอหลอกฉันมาตลอดใช่ไหม เอล่า?” เร็นก้มลงหยิบชิปขึ้นมา มือของเขาสั่นระริก “ตั้งแต่แรกเริ่ม ที่เราพบกันในมุมมืดของสถานีระดับล่าง… ทั้งหมดนั้นคือแผนการของคาร์ลอสตั้งแต่ต้น?”
เอล่าไม่ได้ตอบ เธอเพียงแค่หันหลังกลับ เตรียมเดินตามคาร์ลอสที่เริ่มก้าวเดินออกไปจากจุดนั้น แต่ก่อนที่เธอจะลับสายตาไปในเงามืด เธอหยุดชะงักและเหลือบมองกลับมาที่เขา
“บางครั้งความจริงที่เจ็บปวดที่สุด คือความจริงที่เราไม่เคยยอมรับว่ามันอยู่ตรงหน้ามาตลอด เร็น… นายไม่ได้ถูกหลอก แต่นายแค่เลือกที่จะไม่มองในสิ่งที่นายควรเห็น”
เธอก้าวหายไปในความมืด ทิ้งให้เร็นยืนอยู่เพียงลำพังกับชิปสีฟ้าในมือ แต่แล้ว เสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังแว่วมาจากส่วนลึกของสถานีกลับทำให้เลือดในกายเขาเย็นเยียบ
มันไม่ใช่เสียงเตือนการทำลายระบบ แต่มันคือเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดของ 'ส่วนควบคุมทารก'—โซนที่เก็บรักษาตัวอ่อนและทรัพยากรมนุษย์ที่สถานีนี้หวงแหนที่สุด
เร็นก้มมองชิปในมืออีกครั้ง ก่อนจะพบว่ามันไม่ได้บรรจุรหัสทำความเย็นอย่างที่เอล่าบอก แต่มันกำลังแสดงไฟล์วิดีโอบันทึกเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ บนหน้าจอขนาดเล็ก ภาพในจอเผยให้เห็นผู้บัญชาการคาร์ลอสกำลังยืนอยู่หน้าถังเพาะเลี้ยงตัวอ่อน และข้างๆ เขาไม่ใช่เอล่าคนเดิมที่เขาเพิ่งคุยด้วย แต่เป็น 'เอล่า' อีกคน… คนที่มีรอยแผลเป็นที่หางคิ้วเหมือนกับคนรักของเขาไม่มีผิดเพี้ยน
ขณะที่เขากำลังช็อกกับสิ่งที่เห็น แรงกระแทกมหาศาลก็สั่นสะเทือนสถานีจนไฟทุกดวงดับวูบ เสียงกระซิบที่คุ้นเคยดังขึ้นจากข้างหูของเขาในความมืดสนิท
“อย่าหันหลังกลับมานะเร็น… เพราะสิ่งที่นายเห็นเมื่อครู่ มันไม่ใช่ทั้งฉัน และไม่ใช่ทั้งหุ่นยนต์”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดไปพร้อมกับเร็นครับ แล้วพบกันในตอนหน้า - ไฮเปอร์ไดรฟ์
ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา•ตอนที่ 4
การพบกันที่โซนไร้แสง
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!