ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา•ตอนที่ 42

เงียบสงบก่อนพายุ

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
แรงดันอากาศในท่อระบายความร้อนเขตเจ็ดลดลงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานสี่เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขสีส้มกะพริบถี่ๆ บนหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าเร็น สะท้อนเงาใบหน้าของเขาที่ไร้ซึ่งรอยยิ้ม วิศวกรหนุ่มไม่ได้กดปุ่มรีเซ็ตระบบอัตโนมัติอย่างที่ควรจะทำ เขากลับปล่อยให้มันค้างไว้เช่นนั้น ปล่อยให้ความเงียบงันของสถานีอวกาศที่กำลังจะตายกลبกลืนเสียงลมหายใจของตัวเอง "คุณกำลังถ่วงเวลาความตายด้วยวิธีที่สิ้นเปลืองพลังงานมากที่สุด, เร็น" เสียงของเอล่าดังขึ้นจากมุมมืดของห้องเครื่อง เธอไม่ได้เดินเข้ามาใกล้ เขารู้สึกได้ถึงไออุ่นจางๆ จากกาแฟสังเคราะห์ในแก้วโลหะที่เธอยื่นมาให้ แม้ในยามที่ออกซิเจนเริ่มปันส่วนอย่างเข้มงวด เอล่าก็ยังคงหาทางต้มน้ำร้อนจนได้ เร็นรับแก้วนั้นมาโดยไม่สบตา ปลายนิ้วสัมผัสโดนความร้อนที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด "ผมไม่ได้ถ่วงเวลา, เอล่า... ผมแค่กำลังคำนวณว่าเราเหลือเวลาอีกกี่นาที, ก่อนที่คาร์ลอสจะส่งหน่วยจู่โจมมาเคลียร์พื้นที่นี้ให้สะอาดเอี่ยม" เร็นเอ่ยเสียงเรียบ สายตาจับจ้องไปยังภาพจำลองสามมิติของสถานี "ไซเรน" ที่ตอนนี้ดูไม่ต่างอะไรจากศพไร้ญาติที่ลอยเค្វ้งคว้างในความมืดมิดของจักรวาล "แปลกนะครับ..." เอล่าพิงสะโพกกับโต๊ะทำงานของเขา ดวงตาคมกริบกวาดมองเครื่องมือช่างที่กระจัดกระจาย "มนุษย์เรามักจะพูดเรื่องไร้สาระที่สุดในตอนที่รู้ตัวว่ากำลังจะตาย ผมเพิ่งเดินผ่านห้องควบคุมหลัก... คุณรู้ไหมว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงพวกนั้นทำอะไรกันอยู่?" เร็นเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เป็นเชิงถาม "พวกเขาไม่ได้กำลังวางแผนกอบกู้สถานี, และไม่ได้กำลังติดต่อขอความช่วยเหลือจากสหพันธ์..." เอล่าหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งผากและเต็มไปด้วยความสมเพช "พวกเขากำลังเปิดไฟล์เสียงเก่าๆ บันทึกข้อความจากคนที่พวกเขาทิ้งไว้เบื้องหลังบนโลก บางคนถึงกับนั่งร้องไห้ให้กับการตัดสินใจที่ตัวเองเคยทำเมื่อสิบปีก่อน ช่างน่าสมเพชเสียจริงที่ความสำนึกผิดมักจะมาถึงในวินาทีที่เราไม่มีโอกาสได้แก้ไขมันแล้ว" เร็นนิ่งงัน คำพูดของเธอไปสะกิดแผลเป็นในใจที่เขาพยายามปิดตายมาตลอดหลายปี ภาพเหตุการณ์ในวันที่ครอบครัวของเขาต้องดับสูญไปพร้อมกับความผิดพลาดของระบบระบายอากาศในสถานีรุ่นก่อนผุดขึ้นมาในหัว ความเจ็บปวดไม่ได้เกิดจากการสูญเสียในทันที แต่เกิดจากการที่เขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะเอ่ยคำว่า "ลาก่อน" ในจักรวาลที่ไร้ความปรานีแห่งนี้ เวลาสิบวินาทีสุดท้ายก่อนระบบตัดขาด คือช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุด เป็นห้วงเวลาที่คนเราใช้บอกลาคนรัก... หรือบางที อาจใช้เพื่อให้อภัยตัวเอง "แล้วคุณล่ะ, เอล่า..." เร็นหันไปมองเธอเต็มตา แววตาที่มักจะเย็นชาและคำนวณผลลัพธ์อยู่เสมอกลับมีความไหววูบปรากฏขึ้น "ถ้าเลือกได้... คุณอยากจะบอกอะไรกับใครเป็นคนสุดท้าย?" เอล่าชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มเยาะหยันบนริมฝีปากจางหายไป ดวงตาที่เคยเข้มแข็งทอประกายความอ่อนล้าออกมาอย่างไม่ปิดบัง เธอหลบสายตา มองลงไปที่ก้นแก้วกาแฟ "ไม่มีหรอกครับ..." เธอตอบเสียงแผ่วเบa "คนที่ฉันอยากบอกลา... เขาไม่ได้รอฟังอยู่อีกต่อไปแล้ว และการส่งข้อความข้ามดวงดาวไปหาคนที่ตายไปแล้ว มันก็เป็นแค่การหลอกตัวเองเพื่อความสบายใจของคนเป็นเท่านั้น" บรรยากาศภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องยนต์สำรองที่กำลังทำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อยื้อลมหายใจเฮือกสุดท้ายของสถานี ในขณะเดียวกัน ที่ห้องบัญชาการหลัก ผู้บัญชาการคาร์ลอสกำลังยืนจ้องมองภาพสถานการณ์จำลองผ่านกระจกใสบานยักษ์ที่มองเห็นความเวิ้งว้างของอวกาศ สีหน้าของเขาเรียบเฉยราਤรูปปั้นหินสลัก แต่กำปั้นที่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวบ่งบอกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามา "ท่านครับ, หน่วยกู้ภัยจากอาณานิคมดาวเคราะห์น้อยส่งสัญญาณตอบรับแล้วครับ" นายทหารสื่อสารรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเทา "พวกเขาบอกว่า... จะเดินทางมาถึงในอีกสามสิบนาทีข้างหน้า แต่... มีเงื่อนไข" คาร์ลอสไม่หันกลับมามอง เขายังคงมองออกไปนอกหน้าต่าง "เงื่อนไขอะไร?" "พวกเขาต้องการตัวเร็น และข้อมูลทั้งหมดในฮาร์ดไดรฟ์ของห้องปฏิบัติการเขตเจ็ดแลกกับการอพยพคนของเราเพียงครึ่งเดียว... ส่วนที่เหลือ... ต้องถูกปล่อยทิ้งไว้ที่นี่" คาร์ลอสหลับตาลงช้าๆ การตัดสินใจที่เลือดเย็นและคำนวณผลประโยชน์มาทั้งชีวิตกำลังถูกทดสอบด้วยน้ำหนักของคำว่ามนุษยธรรม เขารู้ดีว่าหากเลือกทางหนึ่ง เขาก็จะกลายเป็นฆาตกรที่ฆ่าคนนับร้อยด้วยมือของตัวเอง แต่หากเลือกอีกทางหนึ่ง สถานีทั้งหมดก็จะพินาศ "เตรียมกำลังพล..." คาร์ลอสลืมตาขึ้น แววตาคมกริบฉายแววเด็ดเดี่ยว "ส่งหน่วยจู่โจมไปที่เขตเจ็ดทันที... ไปเอาตัวเร็นมาให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีไหนก็ตาม" ตัดกลับมาที่ห้องเครื่อง เร็นซึ่งกำลังก้มหน้าตรวจสอบแผงวงจรสะดุ้งสุดตัวเมื่อเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตดังลั่น ประตูนิรภัยด้านนอกถูกกระแทกอย่างแรงจากภายนอก แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นละอองร่วงกราวลงมาจากเพดาน "พวกเขามาแล้ว..." เอล่าชักปืนพกเลเซอร์ออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นนักล่าที่พร้อมจะสู้จนหยดสุดท้าย "ดูเหมือนว่าโควตาเวลาสำหรับบอกลาของเราจะหมดลงเร็ aกว่าที่คิดนะครับ, เร็น" เร็นไม่ได้หยิบอาวุธ เขากลับกดคีย์บอร์ดรัวเร็วกว่าเดิม นิ้วมือทั้งสิบพิมพ์ชุดคำสั่งสุดท้ายลงไปในระบบหลักของสถานี รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของวิศวกรหนุ่ม เป็นรอยยิ้มแรกและอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เอล่าได้เห็นจากเขา "คุณทำอะไรน่ะ, เร็น? ถ้าคุณลบฐานข้อมูลตอนนี้ เราก็ไม่เหลืออะไรไปต่อรองกับพวกมันแล้วนะ!" เอล่าร้องท้วมด้วยความตกใจเมื่อเห็นหน้าจอหลักเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน "ผมไม่ได้ลบข้อมูลหรอก, เอล่า..." เร็นหันมามองเธอด้วยแววתาที่สงบนิ่งอย่างประหลาด ท่ามกลางเสียงทุบประตูที่ดังขึ้นเรื่อยๆ จนบานประตูเหล็กเริ่มปริร้าว "ผมแค่ตั้งเวลาให้สถานีนี้... ส่งข้อความทั้งหมดที่ทุกคนยังไม่ได้บอก ออกไปสู่อวกาศพร้อมกัน" ก่อนที่เอล่าจะได้เอ่ยทักท้วงอะไร ประตูนิรภัยด้านนอกก็ระเบิดออก เสียงโลหะฉีกขาดดังสนั่นหวั่นไหว ควันพิษสีขาวพวยพุ่งเข้ามาพร้อมกับเงาร่างของทหารในชุดเกราะหนักที่ก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับกระบอกปืนที่เล็งตรงมายังพวกเขา แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าการมาถึงของหน่วยจู่โจม คือเสียงสัญญาณเตือนภัยทั่วทั้งสถานีที่เงียบลงในเสี้ยววินาที—แทนที่ด้วยเสียงดนตรีบรรเลงเบาๆ และข้อความนับพันข้อความที่ถูกส่งออกสู่วงโคจรพร้อมกันอย่างไร้การควบคุม ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันครั้งสำคัญนี้กับผม ไฮเปอร์ไดรฟ์ นะครับ
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%