ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา•ตอนที่ 27

เสียงจากดาวแม่

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
“ถ้าคุณกดปุ่มส่งสัญญาณนั้นออกไป เราทุกคนบนสถานีนี้จะกลายเป็นเพียงเศษฝุ่นในอวกาศทันทีที่ฝูงบินของสภาโลกมาถึง ผู้บัญชาการ” เสียงของเร็นราบเรียบ ทว่าสั่นสะท้านไปด้วยความอดทนที่ใกล้จะขาดผึง เขาจ้องมองหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงเส้นทางเดินสัญญาณความถี่สูง ซึ่งถูกเข้ารหัสซ้อนทับกันถึงเจ็ดชั้น ในห้องควบคุมส่วนกลางที่อบอวลไปด้วยกลิ่นโอโซนและไอความร้อนจากเครื่องยนต์ ผู้บัญชาการคาร์ลอสไม่แม้แต่จะหันมามองเขา ชายวัยกลางคนที่มีแผลเป็นพาดผ่านโหนกแก้มยังคงกดปลายนิ้วลงบนแผงควบคุมด้วยความใจเย็นราวกับกำลังเล่นหมากรุก “คุณมองเห็นแค่ความตายของคนบนสถานีนี้ เร็น” คาร์ลอสตอบโดยไม่ละสายตาจากกราฟิกดาวแม่ที่หมุนวนอยู่เบื้องหน้า “แต่ผมมองเห็นรอยแตกที่กำลังจะถูกซ่อมแซม หากเราไม่ยอมจำนนต่ออำนาจเบ็ดเสร็จของพวกขุนนางบนดาวแม่ เราก็ไม่มีทางรอดชีวิตไปได้ยาวนานกว่าหนึ่งเดือนนี้แน่นอน” “นั่นไม่ใช่การซ่อมแซม แต่นั่นคือการยอมให้พวกเขาสูบเลือดเราจนแห้งต่างหาก!” เอล่าที่ยืนกอดอกอยู่มุมห้องแทรกขึ้น เสียงของเธอมีแววเยาะหยัน “คุณกำลังขายพวกเรากินเพื่อเก้าอี้ตัวเดียวของคุณสินะ” คาร์ลอสหยุดมือทันที เขาค่อยๆ หันกลับมา แววตาของเขาไร้ซึ่งความโกรธเคือง มีเพียงความเย็นชาที่ผ่านการกรองจากความกระหายอำนาจมาอย่างโชกโชน “เอล่า... ความคิดที่แหลมคมของเธอมีประโยชน์เสมอ แต่มันมักจะสั้นเสมอด้วยเช่นกัน ถ้าเราไม่ส่งสัญญาณนี้ไปบอกพิกัดที่แท้จริงของสถานี 'ไร้เงา' แห่งนี้ สภาโลกก็จะส่งฝูงบินกวาดล้างมาทำลายเราทิ้งโดยไม่ถามไถ่ แต่ถ้าเราส่ง... เราก็จะมีอำนาจต่อรอง” “อำนาจต่อรองที่แลกมาด้วยชีวิตคนนับหมื่นที่นี่น่ะหรือครับ?” เร็นถามพลางก้าวเข้าไปใกล้ แววตาของเขาฉายประกายความแค้นที่ฝังลึก “คุณจำเหตุการณ์อุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อนไม่ได้หรือไง ที่สถานีรุ่นก่อนพังทลายลงเพราะคำสั่งแบบเดียวกันนี้ของพวกดาวแม่? ครอบครัวผมตายไปในความเงียบงันที่คุณเรียกว่า 'การตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์' ของพวกมัน” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องควบคุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศที่ทำงานหนักจนเกิดเสียงหวีดหวิวเบาๆ เร็นกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ข้อมือปูดนูน เขาพยายามข่มอารมณ์ไม่ให้ซัดกำปั้นลงบนใบหน้าเรียบเฉยของชายตรงหน้า ทันใดนั้น หน้าจอหลักก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน สัญญาณรบกวนกรีดร้องดังระงมไปทั่วทั้งสถานี ไฟฉุกเฉินกะพริบถี่เป็นจังหวะเหมือนหัวใจที่กำลังเต้นรัว เอล่ารีบปรี่เข้าไปที่แผงควบคุมหลัก นิ้วของเธอรัวผ่านแป้นสัมผัสเสมือนด้วยความเร็วแสง “มันไม่ใช่การส่งสัญญาณจากเรา... คาร์ลอส มีบางอย่างกำลังแทรกแซงความถี่จากภายนอก!” เอล่าตะโกน ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นรหัสที่วิ่งผ่านหน้าจอ “ไม่ใช่รหัสของสภาโลก ไม่ใช่รหัสของฝ่ายกบฏ... มันคือรหัสที่ลึกลับเกินกว่าจะอ่านออก แต่มันกำลังระบุพิกัดสถานีเรา!” “ใครกันที่รู้พิกัดลับนี้?” คาร์ลอสขมวดคิ้วเป็นครั้งแรก แววตาที่มั่นคงเริ่มสั่นคลอน “เสียง... มีเสียงบางอย่างปนมากับข้อมูล” เร็นก้าวเข้ามาใกล้จอภาพ เขาพยายามจับใจความจากสัญญาณที่แตกพร่า ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า มีเสียงหนึ่งที่ทุ้มต่ำ แหบพร่า และเปี่ยมไปด้วยความโหยหาคล้ายกับเสียงของมนุษย์ที่ไม่ได้ใช้กล่องเสียงมานานปี ดังแทรกผ่านลำโพงของสถานีออกมา *“พวกเจ้า... ยังมีชีวิตอยู่... ที่นั่นหรือ...”* บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นทันที คาร์ลอสถอยหลังกรูดไปพิงกำแพง เร็นจ้องมองคลื่นเสียงบนหน้าจอที่ขยับเขยื้อนราวกับสิ่งมีชีวิต “นั่นไม่ใช่เสียงจากมนุษย์คนไหนทั้งนั้น” เอล่ากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือ “มันคือคลื่นความถี่ที่เลียนแบบเสียงคน มันมาจากชั้นบรรยากาศของดาวแม่โดยตรง... แต่ดาวแม่ควรจะเป็นดาวที่ตายแล้วไม่ใช่หรือ?” “ไม่ใช่แค่นั้น” เร็นชี้ไปที่ตัวเลขแสดงระยะทางที่ปรากฏขึ้นใหม่ “สัญญาณนี้ไม่ได้มาจากดาวแม่ แต่มันกำลังเคลื่อนที่... มันกำลังพุ่งตรงมาที่สถานีเรา ด้วยความเร็วที่ระบบป้องกันของเราตรวจจับไม่ทัน” คาร์ลอสคว้าอาวุธข้างเอวขึ้นมา สัญชาตญาณสัตว์ป่าของเขาสั่งให้ระวังภัย “ตัดสัญญาณเดี๋ยวนี้! อย่าให้มันเชื่อมต่อกับเครือข่ายสถานีได้!” “สายไปแล้วครับ...” เร็นพึมพำขณะมองดูหน้าจอที่กำลังดับวูบลง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยภาพความทรงจำที่เขาพยายามลบมันทิ้งมาตลอดชีวิต ภาพของสถานีรุ่นก่อนที่กำลังถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ในห้วงอวกาศ และเงาร่างสีดำมืดที่เคลื่อนไหวท่ามกลางซากปรักหักพัง ประตูห้องควบคุมถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง! ร่างของทหารยามที่ควรจะประจำการอยู่หน้าห้องล้มคว่ำลงกับพื้น ร่างกายของเขามีรอยไหม้เกรียมเป็นรูปทรงประหลาดที่เร็นไม่เคยเห็นมาก่อน และเบื้องหลังของทหารคนนั้น มีร่างหนึ่งก้าวผ่านความมืดเข้ามา... เป็นร่างที่สวมชุดนักบินรุ่นโบราณของสถานีที่พังไปแล้ว พร้อมกับใบหน้าที่ไร้ดวงตา มีเพียงแสงสีฟ้าจางๆ เปล่งประกายออกมาจากเบ้าตาที่กลวงโบ๋ ร่างนั้นหยุดยืนนิ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเดิมที่ดังผ่านลำโพงเมื่อครู่ แต่ครั้งนี้มันดังก้องอยู่ในสมองของทุกคนในห้อง “พวกเจ้า... ทำผิดสัญญา... ที่ให้ไว้กับเหล่าดวงดาว” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนวุ่นวายนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%