"รหัสผ่านนั่นใช้ไม่ได้แล้ว เอล่า"
เร็นกระซิบผ่านระบบสื่อสารระยะใกล้ เสียงของเขาเรียบนิ่งราวกับผิวน้ำในความมืดมิด ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของระบบระบายอากาศที่ใกล้จะพังทลาย มือของเขาที่สวมถุงมือกันกระแทกกำลังกดลงบนแผงวงจรหลักของประตูนิรภัยโซนกลาง ลายนิ้วมือดิจิทัลสีฟ้าครามวูบไหวสะท้อนในดวงตาที่เย็นชาของเขา
"คาร์ลอสเปลี่ยนอัลกอริทึมการเข้ารหัสใหม่เมื่อสิบนาทีที่แล้ว" เสียงของเอล่าตอบกลับมา น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยแต่ยังคงความเยือกเย็นของการเป็นนักวางแผน "เขาไม่คิดจะเจรจาตั้งแต่แรกแล้ว เร็น เขากำลังปิดตายโซนกลาง... นั่นหมายความว่าเขาจะสละชีพทุกคนที่ติดอยู่ข้างในเพื่อหยุดยั้งการรั่วไหลของข้อมูล"
เร็นไม่ตอบ เขาหยิบอุปกรณ์เชื่อมต่อข้อมูลรูปทรงกระบอกขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าคาดเอว ก่อนจะเสียบมันเข้ากับพอร์ตเชื่อมต่อโดยตรง กระแสไฟฟ้าวิ่งย้อนกลับผ่านถุงมือของเขาจนเกิดประกายไฟแลบออกมาเป็นระยะ ร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยแรงดันไฟฟ้ามหาศาล แต่ใบหน้ายังคงนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหิน
ความตายไม่ใช่สิ่งที่เขาหวาดกลัว สิ่งที่เขากลัวคือการปล่อยให้ครอบครัวของเขาที่ตายไปในโศกนาฏกรรมครั้งก่อนต้องผิดหวัง หากเขายอมแพ้ที่นี่
"ถ้าเขาจะเล่นเกมนี้ เราก็แค่ต้องทำลายกระดานทิ้ง" เร็นพึมพำ
เบื้องหน้าของพวกเขาคือบานประตูโลหะไททาเนียมหนาห้าฟุต ซึ่งเป็นปราการด่านสุดท้ายก่อนเข้าสู่ห้องควบคุมหลัก ความเงียบงันในโถงทางเดินถูกแทนที่ด้วยเสียงการทำงานของกลไกภายในกำแพงเหล็ก ประตูนิรภัยเริ่มสั่นสะเทือน เสียงโลหะบิดเบี้ยวจากการถูกแฮ็กด้วยไวรัสระดับทำลายล้างที่เร็นเตรียมมา
"เร็น! ระบบป้องกันอัตโนมัติกำลังทำงาน มันล็อกเป้ามาที่ตำแหน่งของนายแล้ว!" เอล่าร้องเตือนผ่านหูฟัง
ทันใดนั้น เสียงกลไกปืนกลหนักจากเพดานก็ดังขึ้น 'ปัง! ปัง! ปัง!' วิถีกระสุนเจาะทะลุแผ่นเหล็กข้างหูของเร็นไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร เขาไม่ได้หลบ เขาเพียงแค่ขยับตัวตามจังหวะที่คำนวณไว้ในหัว ราวกับรู้ว่ากระสุนนัดถัดไปจะพุ่งมาที่ใด
เขาสูดหายใจลึก กลิ่นโอโซนและน้ำมันเครื่องคละคลุ้งไปทั่ว เขาตัดสินใจถอดระบบความปลอดภัยออกทั้งหมดโดยไม่สนว่าเครื่องจะระเบิดหรือไม่ ประกายไฟสีส้มสว่างวาบไปทั่วโถงทางเดิน ก่อนที่ประตูยักษ์จะส่งเสียงคำรามและค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นแสงไฟสีแดงฉานที่กระพริบถี่ๆ จากภายในห้องโถงกว้าง
ผู้บัญชาการคาร์ลอสยืนอยู่ตรงนั้น เขาไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนก ในมือถือแก้วบรั่นดีราคาแพงที่แกว่งไปมาอย่างใจเย็น สายตาคมกริบของเขาจ้องมองมาที่เร็นผ่านเงาสะท้อนของกระจกนิรภัย
"วิศวกรที่ไร้ที่ติ..." คาร์ลอสก้าวออกมาจากเงามืด "นายเก่งมากเร็น แต่การพังประตูเข้ามาไม่ได้หมายความว่านายจะชนะเกมนี้ หากนายก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ระบบทำลายตัวเองของสถานีจะทำงานทันที และเราทุกคน... จะกลายเป็นฝุ่นผงในห้วงอวกาศ"
เร็นหยุดเท้าลง มือขวาที่ยังคงถืออุปกรณ์เชื่อมต่อข้อมูลสั่นไหวเล็กน้อย เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ไร้ความปรานีของคาร์ลอส "คุณไม่มีวันกดปุ่มนั้น คาร์ลอส เพราะอำนาจของคุณไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานีนี้ แต่มันขึ้นอยู่กับ 'สิ่งที่อยู่ในห้องนั้น' ต่างหาก"
คาร์ลอสนิ่งไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก "นายฉลาดเกินไป นั่นคือเหตุผลที่นายต้องจบสิ้นตรงนี้"
คาร์ลอสไม่ได้กดปุ่มทำลายตัวเอง แต่เขากลับกดสวิตช์ที่ทำหน้าที่ตัดกระแสไฟฟ้าทั้งสถานี พื้นที่ทั้งหมดพลันมืดมิดลงทันที ในความมืดนั้น เร็นได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่มันคือเสียงของเหล็กที่เสียดสีกันด้วยความเร็วสูง และกลิ่นคาวเลือดที่เริ่มโชยมาจากมุมมืดของห้อง
เร็นเปิดไฟฉายจากไหล่ แสงสีขาวส่องไปกระทบร่างของ 'สิ่งนั้น' ที่กำลังคืบคลานออกมาจากช่องระบายอากาศเบื้องหลังคาร์ลอส มันไม่ใช่หุ่นยนต์ และไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่เขารู้จัก มันคือรอยแยกแห่งความจริงที่บิดเบี้ยว ร่างกายกึ่งโปร่งใสที่ดูดกลืนทุกอย่างรอบข้าง
คาร์ลอสถอยหลังกรูด ใบหน้าที่เคยสุขุมเริ่มซีดเผือด "นี่มัน... เกิดอะไรขึ้น! ฉันไม่ได้เรียกสิ่งนี้มา!"
เร็นหน้าถอดสี นี่ไม่ใช่ฝีมือของคาร์ลอส แต่มันคือสิ่งที่อยู่ 'หลัง' ประตูนิรภัยที่พวกเขาพยายามจะบุกรุกเข้ามา สิ่งที่ถูกจองจำไว้เพื่อปกป้องสถานีจากจักรวาลภายนอกกำลังหลุดออกมา
"หนีไป เอล่า!" เร็นตะโกนลั่นผ่านระบบสื่อสาร "ปิดประตูเดี๋ยวนี้! อย่าให้มันหลุดออกไปข้างนอก!"
แต่เสียงที่ตอบกลับมาไม่ใช่เอล่า มันเป็นเสียงสัญญาณรบกวนที่ดังแสบแก้วหู ก่อนที่ภาพโฮโลแกรมของเอล่าจะบิดเบี้ยวและเปลี่ยนเป็นใบหน้าของใครบางคนที่เร็นไม่คุ้นเคย พร้อมกับเสียงหัวเราะที่เย็นเยียบดังก้องไปทั่วโถงทางเดิน
"สายไปแล้ว วิศวกร" เสียงปริศนากล่าว "ประตูไม่ได้ถูกเปิดเพื่อให้นายเข้ามา แต่เปิดเพื่อให้ 'ผู้คุม' กลับคืนสู่ตำแหน่ง"
เร็นหันไปมองคาร์ลอสที่ล้มลงกับพื้น ดวงตาของคาร์ลอสเบิกโพลง ร่างกายของเขากำลังถูกดูดกลืนเข้าไปในรอยแยกกลางห้องอย่างช้าๆ โดยที่เขาไม่สามารถเปล่งเสียงร้องขอชีวิตได้เลยแม้แต่น้อย
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนวุ่นวายนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา•ตอนที่ 26
รอยแตกในกำแพงเหล็ก
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!