เสียงโลหะเสียดสีกันดั่งฟันเฟืองที่ขบกันด้วยความโกรธแค้นดังก้องอยู่ในห้องเก็บซากสถานี ‘ไร้เงา’ เร็นหอบหายใจถี่ มือสั่นเทาที่เปื้อนคราบน้ำมันหล่อลื่นสีเข้มกดแช่อยู่บนแผงวงจรของโดรนสังหารรุ่นล่าสุดที่พังยับเยินจากแรงกระแทกของเศษซากดาวเคราะห์
“อย่าเพิ่งตายตอนนี้สิ เจ้าหนู” เร็นพึมพำ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความกดดัน เขาไม่ได้กำลังซ่อมเครื่องจักร แต่มันคือการทำศัลยกรรมบนซากปรักหักพังของศัตรู
“ถ้าคุณทำพลาด วงจรป้องกันภัยของมันจะช็อตหัวคุณจนเกรียมเหมือนไก่ย่างนะ เร็น” เอล่ากระซิบจากมุมมืด สายตาของเธอจับจ้องไปที่ประตูทางเข้าที่ถูกปิดตายด้วยระบบล็อกแม่เหล็กไฟฟ้า เธอถือปืนพัลส์ไว้แน่น นิ้วชี้วางอยู่บนไกอย่างพร้อมรบ
เร็นไม่ตอบ เขาใช้ไขควงเลเซอร์กรีดผ่านชั้นเปลือกนอกของโดรน ‘เซนทิเนล-9’ ที่ผู้บัญชาการคาร์ลอสส่งมาเพื่อล่าเขาโดยเฉพาะ นี่ไม่ใช่แค่การเอาตัวรอด แต่มันคือการประกาศสงครามกับระบบระเบียบที่ไร้หัวใจของสถานีแห่งนี้ “คาร์ลอสเชื่อมั่นในโปรโตคอลของมันมากเกินไป” เขาเอ่ยเบาๆ ขณะที่กระแสไฟฟ้าสีฟ้าแลบแปลบปลาบสะท้อนในดวงตาที่เย็นชา “เขาสอนให้มันจดจำรูปแบบการโจมตี แต่ลืมสอนให้มันรู้จักความล้มเหลว”
“แล้วคุณจะสอนให้มันรู้จักอะไร?”
“ความเจ็บปวด”
เร็นเชื่อมต่ออินเทอร์เฟซเข้ากับสมองกลของโดรน เขารู้สึกถึงกระแสข้อมูลมหาศาลที่พยายามแทรกแซงจิตสำนึกของเขา นี่คือการต่อสู้ในระดับควันที่มองไม่เห็น เขาต้องฝ่ากำแพงไฟร์วอลล์ที่คาร์ลอสสร้างขึ้น ภาพเหตุการณ์อุบัติเหตุในสถานีรุ่นก่อนผุดขึ้นมาในหัว—เสียงโลหะฉีกขาด เสียงกรีดร้องของครอบครัวที่เขาปกป้องไม่ได้ ความทรงจำเหล่านั้นเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงที่เร่งเร้าให้เขาไม่ยอมแพ้
เขากระชากสายโปรแกรมทิ้ง แล้วเขียนคำสั่งใหม่เข้าไปในแกนกลาง ‘จำแนกเป้าหมายใหม่’ เร็นกัดฟันแน่นจนเหงื่อเม็ดโตไหลเข้าตา สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนรางท่ามกลางความหนาวเหน็บของอวกาศที่แผ่ซ่านเข้ามาจากรอยแตกของผนังห้อง
“เร็น! การเฝ้าระวังของสถานีเปลี่ยนระดับเป็นสีแดงแล้ว พวกมันรู้ตัวแล้ว!” เอล่าตะโกน เสียงฝีเท้าของหน่วยจู่โจมดังกึกก้องอยู่หลังประตูเหล็ก
เร็นไม่หยุดมือ เขาเค้นพลังเฮือกสุดท้ายกดปุ่มยืนยันคำสั่ง โดรนสังหารที่เคยเป็นอาวุธล่าสังหารของคาร์ลอสสั่นสะท้าน ไฟสีแดงที่ดวงตากลของมันกะพริบถี่ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินครามที่ดูนิ่งสงบ
“เรียบร้อย” เร็นพึมพำ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง
โดรนตัวนั้นลอยขึ้นจากพื้นด้วยเสียงเงียบสนิท มันหันไปทางประตูที่กำลังจะถูกตัดผ่านโดยเลเซอร์ของหน่วยจู่โจมด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง มันไม่ได้พุ่งเข้าใส่ แต่กลับเตรียมพร้อมที่จะปกป้องผู้สร้างคนใหม่ของมัน
“คุณเปลี่ยนมันให้เป็นสุนัขเฝ้าบ้านของพวกเราได้จริงๆ ด้วย” เอล่ามองภาพนั้นด้วยความทึ่ง “แต่มันยังไม่จบนะ คาร์ลอสไม่ได้มีแค่โดรนตัวเดียว”
“ผมรู้” เร็นเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผาก “แต่ตอนนี้เรามีกุญแจที่จะเข้าถึงห้องบัญชาการหลักแล้ว คาร์ลอสคิดว่าเขาคุมเกมอยู่ แต่เขาไม่รู้หรอกว่าเขากำลังเล่นหมากรุกกับคนที่รู้จักทุกซอกทุกมุมของกระดานนี้ดีพอๆ กับที่เขารู้จักลมหายใจตัวเอง”
เสียงระเบิดดังสนั่นที่ประตู บานประตูโลหะหนักหลายตันพังครืนลงมา หน่วยจู่โจมพุ่งเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ แต่สิ่งที่รอพวกเขาอยู่ไม่ใช่ความมืดมิดหรือเหยื่อที่กำลังหนีตาย แต่เป็นวิศวกรคนหนึ่งที่ยืนถือแท็บเล็ตควบคุมในมือ พร้อมกับโดรนสังหารที่หันกระบอกปืนเลเซอร์กลับมาทางเจ้านายเก่าของมันเอง
เร็นก้าวออกมาจากเงามืด สายตาเขานิ่งสนิทราวกับน้ำแข็งขั้วโลก “พวกคุณรับคำสั่งมาเพื่อสังหารวิศวกรที่แค่ต้องการจะซ่อมแซมความพังทลายของสถานีแห่งนี้งั้นหรือ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่ทำเอาทหารเหล่านั้นถึงกับชะงัก
ทว่า ทันใดนั้นสัญญาณเตือนภัยหลักของสถานีก็ดับลง พร้อมกับการประกาศก้องจากระบบลำโพงกลางที่ไม่มีใครคาดคิด เสียงของผู้บัญชาการคาร์ลอสไม่ได้ดังออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด แต่มันกลับเป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูสั่นประสาท
“ยินดีด้วยเร็น... นายทำได้ยอดเยี่ยมมาก” เสียงคาร์ลอสเอ่ยผ่านความว่างเปล่า “และนั่นคือเหตุผลที่ฉันต้องเลือกนายตั้งแต่วันแรกที่นายก้าวเท้าเข้ามาที่นี่... เพราะมีเพียงคนตายเท่านั้นที่จะซ่อมแซม ‘หัวใจ’ ของสถานีนี้ได้สมบูรณ์ที่สุด”
แสงไฟในห้องกะพริบสลับเขียวแดง ประตูทางออกที่เคยปิดตายกลับเปิดออกกว้างเผยให้เห็นร่างของเด็กสาวคนหนึ่งที่คุ้นตา เร็นเบิกตากว้างจนแทบหยุดหายใจ เธอคือคนเดียวกับที่เขาเชื่อว่าตายไปพร้อมกับครอบครัวของเขาในเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อน
รอยยิ้มเย็นชาปรากฏบนใบหน้าของเธอ ก่อนที่เธอจะพูดขึ้นเบาๆ “พ่อคะ... พวกเขารอพบพ่ออยู่ในห้องแล็บใต้ดินนานแล้วนะ”
เร็นยืนนิ่งเหมือนถูกสาป ความจริงที่ถูกฝังไว้กำลังจะกลายเป็นตราบาปบทใหม่ที่หนักหนากว่าเดิม ทุกย่างก้าวที่เขากำลังจะตัดสินใจนับจากนี้ ไม่ใช่แค่การกู้สถานี แต่มันคือการเลือกระหว่างความรักที่เขาสูญเสียไป กับความจริงที่โหดร้ายยิ่งกว่าความตาย
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนวุ่นวายนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา•ตอนที่ 25
การปรับตัวของวิศวกร
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!