“ถ้าเรายังมัวแต่ก้มหน้าซ่อมท่อระบายอากาศในขณะที่ข้างบนนั่นกำลังวางแผนตัดอากาศหายใจเราทิ้ง ผมว่าเราคงไม่ต้องรอให้สถานีนี้ระเบิดหรอกครับ เพราะพวกเราจะขาดใจตายกันเสียก่อน”
เร็นวางประแจแรงบิดลงบนโต๊ะโลหะเสียงดัง ‘เคร้ง’ คมโลหะกระทบพื้นเหล็กกล้าก้องสะท้อนไปทั่วห้องพักคนงานระดับล่างที่คลาคล่ำไปด้วยกลิ่นน้ำมันเครื่องและเหงื่อไคล แสงไฟนีออนสลัวๆ เหนือศีรษะกะพริบถี่ราวกับหัวใจที่กำลังเต้นไม่เป็นจังหวะของผู้คนที่นั่งล้อมวงอยู่เบื้องหน้า
เอล่ากอดอกแน่น ดวงตาคมกริบของอดีตแฮกเกอร์สาวกวาดมองใบหน้าของคนงานนับสิบชีวิตที่นั่งอยู่รอบโต๊ะกลม พวกเขาไม่ใช่ทหาร ไม่ใช่นักการเมือง แต่เป็นเหล่าฟันเฟืองเล็กๆ ที่ถูกระบบบดขยี้จนแทบไม่เหลือชิ้นดี
“เร็นพูดถูก” เอล่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแรงสั่นสะเทือน “คาร์ลอสเพิ่งอนุมัติคำสั่ง ‘ลดปริมาณทรัพยากรส่วนเกิน’ ในโซน 4-9 เมื่อชั่วโมงที่แล้ว ใครที่ไม่มีรหัสผ่านระดับสีฟ้าจะถูกจำกัดการเข้าถึงถังออกซิเจนสำรอง ซึ่งพวกคุณทุกคน... คือกลุ่มเป้าหมายแรก”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงกว้าง มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศที่หมุนวนอย่างเหนื่อยอ่อน ชายวัยกลางคนที่มีแผลเป็นพาดผ่านใบหน้าเค้นเสียงหัวเราะในลำคอออกมาอย่างขมขื่น “แล้วจะให้เราทำยังไง? ไปบุกห้องโถงบัญชาการ? เรามีแค่เครื่องมือช่างกับเศษเหล็ก ส่วนพวกนั้นมีปืนพลาสม่าที่พร้อมจะย่างสดเราได้ทันทีที่ก้าวพ้นเขตอันตราย”
เร็นลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของเขาพาดทับลงบนแผนผังสถานีที่ฉายอยู่บนโฮโลกราฟิกตรงกลางห้อง เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของทุกคนด้วยแววตาที่เยือกเย็นแต่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นที่ผ่านการคำนวณมาอย่างดีแล้ว
“เราจะไม่บุกครับ” เร็นเอ่ยเสียงต่ำ “เราจะทำให้สถานีนี้ 'สำลัก' จนคาร์ลอสต้องร้องขอชีวิต”
เขาแตะลงบนจุดสีแดงบนแผนผัง ซึ่งเป็นตำแหน่งของระบบปรับความดันหลัก “ถ้าเราเจาะเข้าวงจรควบคุมความดันในระดับฐานราก ไม่ใช่เพื่อทำลาย แต่เพื่อ 'ล็อก' อัลกอริทึมของระบบให้มันเชื่อว่าเรากำลังเจอกับภาวะสุญญากาศจำลองในทุกเขตพื้นที่ยกเว้นเขตระดับล่าง... ระบบป้องกันอัตโนมัติจะถูกบีบให้โอนถ่ายทรัพยากรทั้งหมดมาไว้ที่นี่เพื่อรักษาสมดุล”
“นั่นมันเสี่ยงมากนะเร็น” เอล่ากระซิบ “ถ้าคาร์ลอสรู้ตัว เขาจะส่งหน่วยกวาดล้างลงมาทันที”
“นั่นคือแผนครับ” เร็นหันกลับมาหาเธอ “เราต้องการให้เขาลงมาในที่ที่เขาไม่คุ้นเคย ที่ที่ทุกท่อส่งน้ำมันและทุกสายไฟเป็นเหมือนเส้นเลือดที่พวกเรารู้จักดีที่สุด เราจะเปลี่ยนสถานีไร้เงาแห่งนี้ให้กลายเป็นกับดักที่ไม่มีวันเปิดออก”
บรรยากาศในห้องเริ่มคุกรุ่นขึ้น คนงานเริ่มกระซิบกระซาบ ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยประกายแห่งความแค้นที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังมานานปี เร็นมองเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้น เขาไม่ใช่นักปลุกระดม แต่เขาคือวิศวกรที่เข้าใจว่าเมื่อระบบใดระบบหนึ่งมีแรงดันเกินขีดจำกัด การระเบิดย่อมเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้
“ใครที่พร้อมจะร่วมทางกับเรา” เร็นหยิบกุญแจเข้ารหัสสำรองออกมาวางบนโต๊ะ “ให้หยิบคนละชิ้น เราจะเริ่มปฏิบัติการ ‘เงาสะท้อน’ ในอีกสองชั่วโมงข้างหน้า ใครไม่พร้อม... เชิญออกไปจากห้องนี้ได้เลย ผมจะไม่ถือโทษ เพราะการเลือกที่จะมีชีวิตอยู่อย่างทาส หรือตายอย่างมีศักดิ์ศรี เป็นสิทธิ์ที่พวกคุณควรตัดสินใจเอง”
ไม่มีใครขยับตัว ทุกสายตาจับจ้องไปที่กุญแจเหล็กกล้าสีเงินวาววับนั้น ก่อนที่มือหยาบกร้านของชายวัยกลางคนจะยื่นออกไปหยิบมันเป็นคนแรก ตามด้วยคนอื่นๆ จนครบทุกคน
เร็นพยักหน้าให้เอล่า เธอเข้าใจหน้าที่ของตัวเองทันที นิ้วเรียวของเธอรัวลงบนแผงควบคุมมือถือ เริ่มเจาะทะลวงผ่านไฟร์วอลล์ของหน่วยรักษาความปลอดภัยอย่างเงียบเชียบ ทว่าในจังหวะที่หน้าจอโฮโลกราฟิกกะพริบเป็นสีเขียวเพื่อยืนยันการเชื่อมต่อ เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดก็แผดร้องลั่นไปทั่วทั้งสถานี
หน้าจอโฮโลกราฟิกไม่ได้แสดงแผนที่อีกต่อไป แต่มันปรากฏใบหน้าของชายผู้กุมอำนาจสูงสุดของสถานี ‘ผู้บัญชาการคาร์ลอส’ เขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำสนิท ดวงตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งมองผ่านเลนส์กล้องมายังพวกเขา ราวกับเขากำลังมองมดปลวกที่พยายามสร้างรังในที่ที่ห้ามสร้าง
“ยินดีด้วยเร็น” คาร์ลอสเอ่ยขึ้น เสียงของเขาดังผ่านลำโพงทั่วทุกมุมสถานี “คุณเพิ่งทำสิ่งที่ผมรอคอยมาตลอด... การรวบรวมตัวปัญหาทั้งหมดไว้ในที่เดียว เพื่อที่ผมจะได้กำจัดพวกคุณไปพร้อมกันได้โดยไม่ต้องเสียเวลาตามล่าทีละคน”
ประตูโลหะหนาของห้องโถงถูกล็อกตายสนิทจากภายนอก พร้อมกับเสียงของก๊าซพิษที่เริ่มดัง ‘ฟู่’ ออกมาจากช่องระบายอากาศที่เพิ่งจะซ่อมเสร็จไปเมื่อครู่นี้เอง
“เราไม่ได้แค่จะบุกสถานีนี้หรอกนะ” คาร์ลอสแสยะยิ้ม “ผมจะทำให้พวกคุณกลายเป็นบทเรียนสุดท้ายที่ไม่มีใครกล้าลืม”
เร็นขมวดคิ้วแน่น เขามองไปที่หน้าจอที่กำลังแสดงกราฟความดันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เอล่าหันมาหาเขาด้วยสีหน้าซีดเผือด “เร็น... ระบบถูกแฮ็กสวนกลับจากข้างในตัวมันเอง! เขารู้รหัสลับระดับบริหารที่ควรจะมีแค่เราสองคนเท่านั้นที่รู้!”
ท่ามกลางเสียงไซเรนที่บาดลึกและก๊าซที่เริ่มฟุ้งกระจาย เร็นหันกลับไปมองประตูที่ถูกปิดตาย ก่อนจะหันมามองพรรคพวกที่กำลังเริ่มไอโขลกอย่างทรมาน เขาเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มๆ ของใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านหลังผู้บัญชาการคาร์ลอสในจอโฮโลกราฟิก
เงานั้นก้าวออกมาเผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้หัวใจของเร็นหยุดเต้น... เพราะนั่นคือหญิงสาวที่เขาเชื่อมาตลอดว่าตายไปตั้งแต่วันที่สถานีรุ่นก่อนระเบิดทิ้งไปเมื่อสิบปีก่อน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นที่สุดนี้ แล้วพบกันในตอนถัดไปครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา•ตอนที่ 17
ขยายแนวรบ
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!