กลิ่นออนซ์ของโอโซนไหม้เกรียมและคราบน้ำมันเครื่องผสมปนเปกันจนชวนคลื่นไส้ในท่อระบายอากาศระดับเจ็ด เร็นใช้ปลายนิ้วที่สวมถุงมือกันความร้อนกดทับแผงวงจรควบคุมระบบหล่อเย็นที่กำลังสั่นกระพือ เสียงโลหะลั่นเอี๊ยดอาดจากการขยายตัวของความร้อนรอบตัวดังขึ้นเป็นจังหวะราวกับเสียงหัวใจที่กำลังเต้นเร่าด้วยความตื่นตระหนกของสถานีอวกาศ 'โอเอซิส-4' แห่งนี้
"มันเร็วเกินไป คาร์ลอสกำลังเร่งรอบเครื่องยนต์หลักทั้งที่ตัวถังยังไม่พร้อมรับแรงดัน"
เสียงกระซิบผ่านวิทยุสื่อสารระยะสั้นดังลอดเข้ามา เอล่าไม่ได้อยู่ใกล้พอจะเห็นหน้า แต่น้ำเสียงที่แหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยของเธอสะท้อนความตระหนกที่แฝงอยู่ใต้ความนิ่งสงบ เธอซ่อนตัวอยู่หลังเสาคอนโซลในเขตสลัมชั้นล่าง ที่ซึ่งเสียงประกาศจากส่วนกลางมักจะก้องสะท้อนจนปวดประสาท
เร็นไม่ตอบ เขาดึงประแจเลื่อนออกจากน็อตตัวสุดท้าย หยาดเหงื่อเม็ดโตไหลย้อยจากขมับลงมาตามแนวสันกราม ดลใจให้เขานึกถึงเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน—วันที่เปลวเพลิงสีฟ้ากลืนกินร่างของครอบครัวเขาไปในเตาปฏิกรณ์ของสถานีรุ่นพี่ ภาพเหล่านั้นยังคงคมชัดราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ความรู้สึกผิดบาปที่ช่วยใครไว้ไม่ได้ยังคงกัดกินขั้วหัวใจ แต่วันนี้ เขารู้ดีว่าความตายไม่ได้มาเพราะอุบัติเหตุ แต่มันกำลังถูก "จัดฉาก" ขึ้นอย่างประณีต
*ปี๊บ! ปี๊บ! ปี๊บ!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยสีเหลืองอำพันเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานทันที แสงไฟกระพริบบนเพดานสาดส่องลงมาอาบไล้โครงสร้างเหล็กกล้าให้กลายเป็นเงายาวน่ากลัว
จากลำโพงทั่วทุกมุมของสถานี เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของผู้บัญชาการคาร์ลอสประกาศก้องกังวานด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ความปรานี
*"เรียน ประชาชนและเจ้าหน้าที่ประจำสถานีอวกาศโอเอซิส-4 ทุกท่าน ขณะนี้ตรวจพบความผิดปกติระดับวิกฤตในระบบระบายอากาศโซนที่สามถึงเจ็ด มีการรั่วไหลของก๊าซพิษและกัมมันตรังสี เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ระบบความปลอดภัยอัตโนมัติได้สั่งปิดกั้นประตูผนึกกั้นเขต (Bulkheads) ทั้งหมดทันที ขอให้ทุกคนอพยพไปยัง 'จุดรวมพลนิรภัยเซกเตอร์ A' โดยด่วนที่สุด ย้ำ—นี่ไม่ใช่การซ้อม"*
คำประกาศนั้นจบลงด้วยเสียงสัญญาณเตือนภัยยาวต่อเนื่อง เร็นหยุดชะงัก มือที่ถือประแจแข็งค้าง
*เซกเตอร์ A*—จุดรวมพลที่คาร์ลอสระบุในประกาศ คือโกดังเก็บสินค้าเก่าที่ไร้ระบบระบายอากาศสำรอง และที่สำคัญที่สุด มันคือจุดอับสัญญาณที่เชื่อมต่อโดยตรงกับเตาเผาขยะสุญญากาศขนาดใหญ่ หากใครต้อนฝูงชนเข้าไปในนั้น คาร์ลอสก็เพียงแค่กดปุ่มเดียวเพื่อปล่อยแก๊สพิษซ้ำ หรือไม่ก็เปิดประตูกั้นสูญญากาศส่งพวกเขาทั้งหมดออกไปลอยเคว้งในห้วงอวกาศอย่างไร้ร่องรอย มันคือ "จุดสังหาร" ที่ถูกออกแบบมาอย่างแยบยลภายใต้หน้ากากของการช่วยเหลือ
"ไอ้สารเลวคาร์ลอส..." เร็นกัดฟันกรวดจนกรามขึ้นสันนูน ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะป้องกันตัวเริ่มถูกความโกรธเกรี้ยวเผาลาญจนมอดไหม้
"เร็น นายได้ยินประกาศนั่นไหม?" เสียงของเอล่าแทรกเข้ามาทางช่องสื่อสาร "ตอนนี้ฝูงชนในชั้นล่างกำลังแตกตื่น พวกเขาพากันวิ่งกรูไปทางลิฟต์ขนส่งมุ่งหน้าสู่เซกเตอร์ A ตามที่มันสั่งแล้ว! ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ อีกไม่ถึงสิบนาทีคนนับพันจะเดินเข้าไปในโลงศพเหล็กนั่น"
เร็นกวาดสายตามองหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้า ข้อมูลผังสถานีแสดงให้เห็นเส้นทางเดินรถไฟใต้ดินสำรองที่ยังใช้งานได้ แต่มันถูกบล็อกด้วยรหัสผ่านระดับผู้บัญชาการ
"เอล่า ฟังฉันนะ" เร็นพูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวและราบเรียบอย่างน่ากลัว "เจาะเข้าไปในระบบควบคุมหลักของลิฟต์ขนส่ง ดึงเวลาการปิดกั้นประตูของเซกเตอร์ A ไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฉันจะไปที่ห้องควบคุมกลาง"
"นายบ้าไปแล้วรึไง? ห้องควบคุมกลางตอนนี้มีทหารยามของคาร์ลอสตรึงกำลังอยู่เป็นกองร้อย นายเดินเข้าไปก็เท่ากับเอาหัวไปให้เขายิงทิ้งชัดๆ!"
"ถ้าฉันไม่ไป และนายไม่ช่วยดึงเวลา..." เร็นหันไปมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาที่เต็มไปด้วยคราบเขม่า "พรุ่งนี้เช้า จะไม่มีใครเหลือรอดบนสถานีนี้แม้แต่คนเดียว รวมถึงเราสองคนด้วย"
ความเงียบงันปกคลุมชั่วขณะผ่านคลื่นวิทยุ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของเอล่าที่ดังลอดเข้ามา ก่อนที่เธอจะถอนหายใจยาวเหยียด
"ให้ตายเถอะ... ฉันน่าจะเลือกคบเพื่อนที่เป็นวิศวกรสติปัญญาปกติมากกว่านาย... เริ่มนับถอยหลังได้ ฉันจะให้เวลาตายนายสิบนาทีเต็ม เรำรีบทำสิ่งที่ต้องทำเถอะ"
เร็นตัดสัญญาณ เขาสอดประแจเลื่อนเก็บไว้ที่เข็มขัด หยิบปืนพกเลเซอร์รุ่นเก่าที่บรรจุพลังงานไม่ถึงครึ่งกระบอกขึ้นมาเล็งสำรวจความพร้อม ดวงตาคมกริบภายใต้เงาหมวกนิรศการมองตรงไปยังทางเดินมืดมิดเบื้องหน้า ซึ่งทอดยาวไปสู่หัวใจของสถานีที่คาร์ลอสกำลังนั่งรออยู่
เสียงฝีเท้าของผู้คนที่กำลังวิ่งหนีตาย กรีดร้อง และเบียดเสียดกันดังสะท้อนก้องมาจากท่อระบายอากาศชั้นบน บ่งบอกว่าเวลาแห่งการตัดสินใจได้หมดลงแล้ว
ทว่า ในขณะที่เร็นกำลังจะก้าวเท้าออกจากจุดซ่อนตัว เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะอย่างประหลาด—เสียงรองเท้าบูทหนังทหารกระทบพื้นเหล็ก—ก็ดังขึ้นจากด้านหลังของทางตันที่ควรจะไร้ผู้คน
*ตึก... ตึก... ตึก...*
เร็นชะงักเท้าทันที ร่างกายเกร็งเครียดพร้อมสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดที่ตื่นตัวถึงขีดสุด เขากลั้นหายใจ ค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ พร้อมกับยกปืนเลเซอร์ขึ้นเล็งฝ่าความมืดของทางเดินที่มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงวาบวับ
เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นมุมมืดออกมาอย่างไม่เร่งรีบ ร่างนั้นสวมชุดเกราะทหารยศสูงไร้สังกัด ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากกรองอากาศรุ่นทหารราบ แต่ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและประกายความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้เลือดในกายของเร็นเย็นเฉียบลงทันที
ไม่ใช่ทหารยศกระจอกของคาร์ลอส... แต่เป็นบุคคลที่ควรจะติดอยู่บนยานอพยพฉุกเฉินที่เพิ่งระเบิดกลางอวกาศไปเมื่อสามวันก่อน
ริมฝีปากภายใต้หน้ากากนั้นยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยจะเอ่ยทักทายเขาอย่างใจเย็น
"ไม่เจอกันนานนะ เร็น... นายยังซ่อมแซมอะไรที่พังไปแล้วไม่ได้เหมือนเดิมเลยสินะ"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดและหายนะบนสถานีอวกาศแห่งนี้ไปด้วยกันครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ! — ไฮเปอร์ไดรฟ์
ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา•ตอนที่ 8
สัญญาณเตือนภัย
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!