กลิ่นไอออนจางๆ และคราบสนิมเหล็กผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อกาฬและน้ำมันเครื่องในห้องใต้ดินระดับสี่สิบห้า—โซนอับอากาศที่ระบบฟอกอากาศทำงานเพียงครึ่งกำลัง—ทำให้บรรยากาศรอบตัวเร็นหนาแน่นราวกับถูกกดทับด้วยมวลบรรยากาศของดาวพฤหัสบดี
เร็นตัวแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนแค้นเคือง เมื่อเงาร่างของคนที่ยืนถือปืนอยู่เบื้องหลังเขาค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่ปรากฏบนใบหน้าของบุคคลที่เขาคาดไม่ถึงที่สุด—คนที่ควรจะนั่งอยู่บนบัลลังก์บัญชาการปลอดภัยที่ชั้นบนสุด...
"ไม่คิดล่ะสิ ว่าฉันจะลงมาเดินย่ำโคลนตมด้วยตัวเอง, เร็น"
เสียงของ *ผู้บัญชาการคาร์ลอส* แหบพร่าแต่ทรงพลัง ก้องสะท้อนกังวานอยู่ในห้องใต้ดินแคบๆ ปลายกระบอกปืนพลาสม่ารุ่นทหารราบสีดำด้านสะท้อนแสงไฟฉุกเฉินสีแดงก่ำ มันจ่อตรงไปยังแผ่นหลังของเร็นพอดิบพอดี ไร้ซึ่งความลังเลในสายตาคู่คมกริบที่ผ่านการผ่านศึกมาโชกโชน
เร็นไม่ขยับ กล้ามเนื้อทุกมัดเกร็งเครียดจนสั่นระริก เสียงหัวใจของเขาเต้นกระหน่ำราวกับกลองศึก ความโกรธแค้นที่อัดอั้นจากการสูญเสียพ่อแม่ไปในอุบัติเหตุปฏิกรณ์ขัดข้องเมื่อสิบปีก่อน—อุบัติเหตุที่เขารู้ดีในใจว่าถูกปกปิดความจริง—พุ่งพล่านขึ้นมาจุกที่ลำคอ ภาพของคาร์ลอสในชุดเครื่องแบบรีดเรียบที่เคยยืนยันเสียงแข็งในห้องประชุมสภาว่า 'ความเสียสละของชนชั้นล่างคือฟันเฟืองของความก้าวหน้า' ซ้อนทับกับภาพชายตรงหน้า
"แก... ลงมาทำไมด้วยตัวเอง, คาร์ลอส" เร็นเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงเย็นชาแต่สั่นเครือด้วยแรงโทสะ "หรือว่าแผนการกวาดล้างหนูท่ออย่างพวกเรา มันหอมหวานจนแกต้องมาดูผลงานด้วยตาตัวเอง?"
คาร์ลอสหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งและน่าขนลุก เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด รองเท้าบูทหนังคอมแบทส่งเสียงกระทบพื้นเหล็กดัง *ก๊อก-ก๊อก* "หนูท่อเหรอ? เปล่าเลย เร็น แกมันก็แค่... ตัวกระตุ้นปฏิกิริยาเคมีที่จำเป็นต่างหาก ลำพังแค่แรงงานระดับล่างสามหมื่นชีวิตที่นอนหายใจทิ้งไปวันๆ บนสถานีอวกาศ 'ไซเรน' แห่งนี้ มันไม่มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้สภาสูงอนุมัติงบประมาณซ่อมแซมระบบระบายความร้อนหลักหรอก... จนกระทั่งแกเริ่มขุดคุ้ยนี่แหละ"
ขณะที่เผชิญหน้ากับความตายเบื้องหน้า ห่างออกไปเพียงสามเมตรหลังแผงควบคุมระบบระบายความร้อนที่ถูกรื้อถอน เอล่ากำลังนั่งอยู่หน้าจอโฮโลแกรมพกพาที่กะพริบแสงสีส้มรัวเร็ว นิ้วเรียวเล็กของเธอราวกับกำลังเล่นเปียโนแห่งความตาย รัวแป้นคีย์บอร์ดเสมือนด้วยความเร็วสูงสุด เหงื่อเม็ดโตไหลย้อยลงตามกรอบหน้าผากซีดเซียว สายตาของเธอไม่ละไปจากบรรทัดโค้ดที่วิ่งผ่านนับพันบรรทัด
*อีกนิดเดียว...* เอล่ากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ข้อมูลในชิปที่กู้มาจากหน่วยความจำสำรองของหุ่นยนต์ซ่อมบำรุงที่ถูกทำลาย กำลังถูกถอดรหัสชั้นสุดท้ายผ่านโปรแกรมเจาะระบบที่เธอใช้เวลาเขียนมาแรมปี
เสียงระบบแจ้งเตือนดัง *ติ๊ด-ติ๊ด-ติ๊ด* ถี่ขึ้นเรื่อยๆ สร้างความกระวนกระวายใจให้กับบรรยากาศตึงเครียด
คาร์ลอสเหลือบหางตาไปยังทิศทางของเอล่า รอยยิ้มเยียบเย็นบนใบหน้าขยายกว้างขึ้นเล็กน้อย "ปล่อยให้แม่หนูแฮกเกอร์คนนั้นพยายามต่อไปเถอะเร็น การถอดรหัสไฟล์ระดับ 'โอเมก้า-ไพรม์' ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้เสร็จภายใน... ชั่วธูปดอกเดียวหรอกนะ"
"แกหมายความว่ายังไง" เร็นถามสวนทันควัน พยายามถ่วงเวลาให้เอล่ามีสิทธิ์ทำภารกิจให้ลุล่วง แม้จะรู้ว่าความตายอยู่ห่างแค่ปลายนิ้วเหนี่ยวไก
"หมายความว่า... ฉันจงใจปล่อยให้พวกแกเข้าถึงห้องนี้ยังไงล่ะ" คาร์ลอสพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังอธิบายสมการคณิตศาสตร์ที่เรียบง่ายที่สุด "ระบบระบายความร้อนหลักไม่ได้พังเพราะอุบัติเหตุ และออกซิเจนในโซนที่สี่ไม่ได้รั่วไหลเพราะความเสื่อมสภาพ... ฉันเป็นคนสั่งปิดวาล์วเองทั้งหมด เพื่อบีบให้พวกแกจนมุม และวิ่งเข้ามาหาหลักฐานชิ้นนี้ด้วยความสมัครใจ"
เร็นเบิกกว้างขึ้นไปอีก ความจริงที่หลุดออกมาจากปากของผู้อำนวยการสถานีทำให้โลกทั้งใบของเขาสั่นคลอน "แก... แกฆ่าคนของตัวเองเป็นพันๆ คนเมื่อเดือนก่อนเพื่ออะไรวะ!"
"เพื่อความอยู่รอดของคนห้าแสนคนบนวงโคจรนี้!" คาร์ลอสตะคอกกลับเสียงดังจนก้องห้อง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความสุขุม "ทรัพยากรบนโลกส่งขึ้นมาไม่ถึงครึ่ง แร่ธาตุในแถบดาวเคราะห์น้อยเริ่มแห้งขอด ถ้าสถานี 'ไซเรน' ยังต้องแบกรับปากท้องของชนชั้นแรงงานไร้ประโยชน์ที่ผลิตผลผลิตไม่คุ้มค่าพลังงานที่ใช้หายใจ สถานีนี้ทั้งหมดจะต้องร่วงหล่นสู่ชั้นบรรยากาศภายในสามปี!"
คาร์ลอสยกปืนขึ้นเล็งตรงไปที่ศีรษะของเร็นอย่างไร้ความลังเล "การล้างบางชนชั้นแรงงาน... ไม่ได้เป็นเพียงนโยบาย แต่มันคือสัญชาตญาณของการดำรงเผ่าพันธุ์ มนุษยชาติจะรอดได้ ต้องตัดกิ่งก้านที่เน่าเฟะออกซะ—และพวกแก... คือกิ่งก้านเหล่านั้น"
*คลิก!*
เสียงสัญญาณจากจอโฮโลแกรมของเอล่าดังขึ้นเป็นเสียงทุ้งกังวานยาวนาน มันไม่ใช่เสียงเตือนอันตราย แต่เป็นเสียงยืนยันความสำเร็จ—*Decrypting Complete.*
หน้าจอโฮโลแกรมเปลี่ยนจากสีส้มเดือดดาลเป็นสีฟ้าใสสะอาด ข้อมูลเอกสารลับ แผนผังห้องทดลองใต้ดิน และรายชื่อสถานีอัปยศที่ใช้แรงงานเป็นมนุษย์ทดลองถูกฉายพรวดพราดขึ้นกลางอากาศ แสงสีฟ้าสะท้อนเข้ากับดวงตาของคาร์ลอสที่หันขวับไปมองด้วยความตกใจเป็นครั้งแรก รอยยิ้มเยียบเย็นบนใบหน้าของเขาแข็งค้าง
เอล่าผุดลุกขึ้นยืน ชูชิปข้อมูลขนาดเท่าเล็บมือขึ้นเหนือหัว รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนริมฝีปากที่แห้งผากของเธอ "เสียใจด้วยนะท่านผู้บัญชาการ... ไฟล์ทั้งหมดถูกสำรองและกระจายสัญญาณไปยังเครือข่ายดาวเคราะห์เบื้องล่างเรียบร้อยแล้ว ในอีกสามนาที ทุกคนบนสถานี—และคนครึ่งค่อนโลก—จะได้ยินเสียงกรีดร้องของความจริง"
คาร์ลอสหน้าถอดสี แววตาฉายแววอำมหิตถึงขีดสุด นิ้วชี้ของเขาเริ่มออกแรงกดไกปืนพลาสม่าจนเกิดเสียงประจุไฟฟ้าดัง *จี่...*
แต่ก่อนที่ลำแสงมรณะจะพุ่งทะลุร่างของเร็น สัญญาณเตือนภัยทั่วทั้งสถานีอวกาศ 'ไซเรน' ก็พลันดังสนั่นหวั่นไหว เสียงไซเรนโหยหวนกรีดแทรกโสตประสาท พร้อมกับแรงโน้มถ่วงเทียมที่ดับวูบลงชั่วขณะ ทำให้ร่างของทุกคนลอยเคคว้างกลางอากาศ
ในความมืดมิดและไร้แรงโน้มถ่วงนั้นเอง... ประตูนิรภัยด้านหลังห้องควบคุมซึ่งควรจะถูกเชื่อมตายด้วยระบบไฮดรอลิก กลับค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นกลุ่มคนนับสิบในชุดเกราะรบสีเงินยวง ที่ไม่มีใครเคยพบเห็นมาก่อนในทำเนียบทหารของสถานี
และคนที่เดินนำหน้าสุด... คือคนที่เร็นคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ, ลูกชาย" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิด พร้อมกับกระบอกปืนที่จ่อตรงมาที่หลังของคาร์ลอส
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดมิดไปพร้อมกับตัวละครครับ — ไฮเปอร์ไดรฟ์
ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา•ตอนที่ 7
รหัสลับใต้สถานี
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!