“ถ้ามึงกดปุ่มนั่น เร็น มึงก็เท่ากับประกาศสงครามกับสถานีทั้งสถานี... ไม่ใช่แค่คาร์ลอส แต่มึงกำลังท้าทายกฎเหล็กของสมาพันธ์ดวงดาวทั้งระบบ”
เอล่าแค่นเสียงหัวเราะที่แห้งผาก นิ้วเรียวยาวของเธอสั่นเทาอยู่เหนือแผงวงจรที่เชื่อมต่อกับเสาส่งสัญญาณหลัก แสงไฟสีแดงฉานจากระบบเตือนภัยภายในห้องควบคุมระดับล่างกะพริบถี่ราวกับจังหวะหัวใจที่เต้นรัว เร็นยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ทว่าแววตาที่ว่างเปล่ากลับสะท้อนภาพเปลวเพลิงจากเหตุการณ์ในอดีตที่เขาฝังลึกเอาไว้
“คาร์ลอสไม่ได้ตัดสินใจเพื่อยุทธศาสตร์หรอกเอล่า เขาก็แค่กลัว” เร็นตอบเสียงเรียบ พลางถอดถุงมือช่างที่เปื้อนคราบน้ำมันไฮดรอลิกออก “เขากลัวว่าถ้ามีคนรู้ว่าสถานีนี้กำลังเน่าเฟะจากภายใน อำนาจที่เขาสร้างมาบนซากศพของคนงานรุ่นก่อนจะพังทลายลง”
“แล้วมึงล่ะ? มึงไม่ได้ทำเพื่อช่วยทุกคนหรอกใช่ไหม?” เอล่าจ้องมองเขาด้วยสายตาที่อ่านยาก “มึงทำเพราะมึงอยากจะเห็นสถานีนรกนี่วอดวายไปพร้อมกับเขา”
เร็นนิ่งไปครู่หนึ่ง เสียงครืดคราดจากแรงสั่นสะเทือนของสถานีที่กำลังจะแตกดับดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท เขาไม่ได้ปฏิเสธ นั่นคือความจริงที่เขาไม่อาจซ่อนได้ แต่มันไม่ใช่เหตุผลเดียว
“ฉันแค่อยากให้เสียงของคนตาย... ได้รับการรับรู้บ้าง”
เขาก้าวเข้าไปใกล้แผงควบคุม แล้วเอื้อมมือไปแตะที่ปลอกคอเครื่องส่งสัญญาณความถี่สูง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีโบราณที่คาร์ลอสสั่งห้ามใช้มาหลายทศวรรษ หากส่งสัญญาณนี้ออกไป มันไม่ใช่แค่การขอความช่วยเหลือ แต่มันคือการเปิดโปงบันทึกทุกอย่างที่คาร์ลอสซ่อนไว้ในเซิร์ฟเวอร์ลับ
“นายรู้ใช่ไหมว่าคาร์ลอสกำลังมาที่นี่” เอล่าลดเสียงลงต่ำ “กล้องวงจรปิดในโซนอุตสาหกรรมถูกตัดไปหมดแล้ว แต่เขาเป็นทหารเก่า เขารู้จักทางลัดในท่อระบายอากาศดีกว่าใคร”
“นั่นคือเหตุผลที่เธอต้องเป็นคนกดปุ่ม” เร็นขยับตัวไปขวางประตูทางเข้าห้องควบคุม “เธอยังมีโอกาสรอดถ้าเธอปฏิเสธว่าถูกฉันบังคับ”
“เลิกพูดจาสูงส่งเหมือนพระเอกหนังเก่าสักทีเถอะ เร็น!” เอล่าตวาด น้ำตาคลอเบ้า “ในอวกาศนี้ไม่มีใครมาช่วยเราหรอก มีแต่คนที่จะรุมทึ้งซากเราถ้าสัญญาณนั่นหลุดออกไป”
เร็นไม่ตอบ เขาหันกลับไปที่แผงควบคุมแล้วลงมือเชื่อมต่อสายสัญญาณด้วยความชำนาญ มือของเขาทำงานอย่างแม่นยำแม้จะรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงขึ้นจากภายนอก สถานีไร้เงากำลังจะถึงจุดสิ้นสุดของอายุการใช้งาน แรงดันอากาศเริ่มลดต่ำลงจนเสียงลมหวีดหวิวลอดผ่านรอยแยกของผนังเหล็ก
“ส่งข้อมูลทั้งหมดไปที่ฐานทัพเรือของสหพันธ์” เร็นสั่ง
“เร็น... ถ้าส่งไปตอนนี้ สัญญาณจะไปถึงในอีกสิบนาที แต่เราจะไม่มีทางหนีพ้นคาร์ลอสก่อนที่เขาจะมาถึงที่นี่” เอล่าพยายามโน้มน้าว “เราน่าจะเอาข้อมูลนี้ไปต่อรอง เพื่อขอเรือหนีภัยสักลำ...”
“นั่นคือสิ่งที่คาร์ลอสต้องการให้เราคิด” เร็นหันกลับมา แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันมีความมุ่งมั่นที่น่าเกรงขาม “ถ้าเราต่อรอง เราจะกลายเป็นเบี้ยของเขาไปตลอดชีวิต แต่ถ้าเราส่ง... เราจะเป็นอิสระ ถึงแม้ความอิสระนั้นจะแลกด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้ายก็ตาม”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูทเหล็กก็ดังก้องมาจากทางเดินด้านนอก ตามด้วยเสียงระเบิดของประตูนิรภัยที่ถูกทำลายจากแรงระเบิดพลาสติก ควันจางๆ พุ่งเข้ามาพร้อมกับร่างในชุดเกราะสีดำทมิฬที่เดินเข้ามาอย่างใจเย็น
ผู้บัญชาการคาร์ลอสปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับปืนพกเลเซอร์ในมือ เขายกมันขึ้นเล็งไปที่ศีรษะของเร็นโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
“นายทำพลาดไปหนึ่งอย่างเร็น” คาร์ลอสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิต “นายคิดว่านายเป็นคนเดียวที่ต้องการให้สถานีนี้จบสิ้นลง... แต่ความจริงคือ ฉันเองต่างหากที่รอให้ใครสักคนเป็นแพะรับบาป เพื่อที่ฉันจะได้กดปุ่มทำลายตัวเองและทำลายหลักฐานทั้งหมดทิ้งไปกับพวกนาย”
เร็นชะงัก นิ้วของเขายังคงค้างอยู่ที่ปุ่มส่งสัญญาณ
คาร์ลอสแสยะยิ้มที่มุมปาก “ข้อมูลที่นายกำลังจะส่งออกไปน่ะเหรอ? ฉันแฮกคีย์รหัสของนายตั้งแต่นาทีแรกที่นายก้าวเข้ามาในโซนนี้แล้ว ข้อมูลที่นายส่งออกไป... คือไฟล์ขยะที่ฉันเตรียมไว้ให้พวกสหพันธ์ต่างหากล่ะ”
ในเสี้ยววินาทีนั้น เร็นเหลือบไปเห็นค่าตัวเลขบนจอภาพ ซึ่งมันกำลังวิ่งสวนทางกับสิ่งที่เขาคิดไว้ ข้อมูลที่เขาส่งไปไม่ได้เปิดโปงคาร์ลอส แต่มันกำลังส่งพิกัดตำแหน่งที่ตั้งของสถานีนี้ไปให้กองกำลังล่าสังหารที่คาร์ลอสว่าจ้างไว้
“จบกันเสียที” คาร์ลอสเหนี่ยวไก
ทว่าก่อนที่ลำแสงเลเซอร์จะพุ่งออกจากกระบอกปืน เสียงสัญญาณเตือนภัยมหาศาลก็ดังขึ้นทั่วสถานีไม่ใช่จากเร็น และไม่ใช่จากคาร์ลอส แต่มันคือเสียงการตอบรับจาก "บางอย่าง" ในอวกาศห้วงลึกที่ขานรับสัญญาณที่เร็นส่งไป
ไม่ใช่สัญญาณจากสหพันธ์... แต่มันคือสัญญาณจากสิ่งที่คนในสถานีนี้หวาดกลัวที่สุดตลอดมา
คาร์ลอสหน้าถอดสี มือที่ถือปืนสั่นเทาโดยไม่รู้ตัวเมื่อมองออกไปนอกกระจกหน้าต่างบานใหญ่ที่ไร้เงา—แสงดาวข้างนอกนั้นหายไป แต่ถูกแทนที่ด้วยเงาทะมึนขนาดมหึมาที่กำลังโอบล้อมสถานีเอาไว้
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันครั้งสำคัญนี้กับผม ไฮเปอร์ไดรฟ์ นะครับ
ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา•ตอนที่ 40
ความหวังครั้งสุดท้าย
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!