“ถ้าเราเปิดประตูนั่นออกไปแล้วไม่มีทางหวนกลับ คุณมั่นใจใช่ไหมว่าสิ่งที่รออยู่หลังกำแพงเหล็กนั่นคือชัยชนะ ไม่ใช่หลุมศพของพวกเราทุกคน”
เร็นเอ่ยเสียงเรียบ ขณะที่นิ้วเรียวยาวของเขาเคาะลงบนแผงวงจรที่ถอดเปลือกนอกออกจนเห็นสายไฟระโยงระยางราวกับเส้นเลือดบนสถานีไร้เงา แสงสีฟ้าหม่นจากหน้าจอโฮโลแกรมสะท้อนบนดวงตาที่ไร้แววของเขา สายตาของเขามิได้มองไปที่เอล่า แต่จ้องเขม็งไปยังตำแหน่งจุดยุทธศาสตร์ของสะพานเดินเรือที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ร้อยเมตร
เอล่าขยับแว่นสายตาที่ร้าวเล็กน้อย มือของเธอสั่นเทาขณะพิมพ์รหัสลับผ่านแป้นสัมผัส “คาร์ลอสไม่ได้มองเราเป็นศัตรูหรอกเร็น เขามองเราเป็นเพียงความผิดพลาดที่ต้องลบออกไปจากสมการ ถ้าเราไม่ยึดสะพานเดินเรือก่อนที่สถานีจะเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตสุญญากาศ... เราก็ไม่ต่างอะไรกับเศษขยะอวกาศที่รอวันถูกทิ้ง”
“ความผิดพลาดที่ต้องลบออกงั้นหรือ” เร็นแค่นยิ้มที่มุมปาก “เขาลืมไปแล้วล่ะมั้งว่าสมการที่เขาถืออยู่นั่นน่ะ มีครอบครัวของฉันเป็นตัวหารที่ทำให้เขาขึ้นมาถึงจุดนี้ได้”
บรรยากาศในห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยกลิ่นสนิมและน้ำมันเครื่องกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เร็นหยิบประแจโลหะขึ้นมาหมุนกระชับที่สายรัดข้อมือ อุปกรณ์พยุงชีพของเขาทำงานผิดปกติส่งเสียงหึ่งๆ แฝงความเจ็บปวดลึกๆ ในทุกย่างก้าว เอล่ายังคงจดจ่อกับข้อมูลที่ไหลผ่านจอ แสงวับวาบของพิกเซลทำให้ใบหน้าของเธอแลดูซีดเผือด
“ระบบรักษาความปลอดภัยเปลี่ยนรหัสหมุนเวียนทุกๆ สี่สิบห้าวินาที” เอล่าพึมพำ “คาร์ลอสระวังตัวแจ เขาเดาได้ว่าเราต้องพยายามทำอะไรสักอย่าง แต่เขาคงไม่คิดว่าเราจะทำมัน ‘ในตอนนี้’”
“ความมั่นใจมักจะเป็นหลุมศพที่ดีที่สุดสำหรับคนฉลาด” เร็นลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาดึงหน้ากากออกซิเจนขึ้นมาปิดส่วนล่างของใบหน้า ดวงตาสีเทาเข้มของเขาฉายแววเด็ดเดี่ยว “เอล่า ถ้าฉันไม่ได้กลับออกมา ให้ส่งข้อมูลความลับเรื่องอุบัติเหตุเมื่อห้าปีก่อนไปที่ระบบกระจายสัญญาณหลักของสมาพันธ์ดวงดาวทันที อย่ารอ”
“เร็น... คุณกำลังพูดเหมือนสั่งเสีย” เอล่าหยุดมือจากการพิมพ์ เธอมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล
เร็นเพียงแค่พยักหน้าเบาๆ แทนคำตอบ ก่อนจะหันหลังเดินเข้าสู่ความมืดมิดของช่องระบายอากาศ เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นเหล็กดังก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงันของสถานีไร้เงา ในหัวของเขามีเพียงภาพของสะพานเดินเรือที่บัดนี้กลายเป็นเป้าหมายเดียวที่จะตัดสินชะตาชีวิตของเขาและผู้บริสุทธิ์บนสถานีนี้
เขาเคลื่อนตัวผ่านท่อส่งอากาศที่แคบและเต็มไปด้วยความร้อนจากเตาปฏิกรณ์ ความอึดอัดที่เขาสัมผัสได้ไม่ใช่เรื่องกายภาพ แต่เป็นความทรงจำที่กัดกินใจเมื่อเขานึกถึงวันที่พ่อและแม่ต้องกลายเป็นปุ๋ยอวกาศเพราะการตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาทีของชายที่ชื่อคาร์ลอส
*ปัง!*
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารยามดังใกล้เข้ามา เร็นหยุดนิ่ง กดร่างกายแนบชิดกับผนังเหล็กที่สั่นสะเทือนตามจังหวะการทำงานของสถานี เขาชักมีดพับเลเซอร์ออกมาจากซองข้างขา กลิ่นไอของโอโซนจางๆ ลอยมาเตะจมูก
“จุดตรวจสอบ B-12 ยืนยันความเรียบร้อย ไม่มีสิ่งผิดปกติ” เสียงทหารยามดังผ่านวิทยุสื่อสารที่เขาแอบดักฟังไว้
เร็นแสยะยิ้ม แผนการของเขาไม่ใช่การบุกโจมตีแบบซึ่งหน้า แต่มันคือการแทรกซึมเข้าสู่ระบบประสาทของสถานี เขาเอนตัวออกจากช่องระบายอากาศด้วยความเร็วที่แม่นยำราวกับเสือดาวที่จ้องตะครุบเหยื่อ ทหารยามคนนั้นยังไม่ทันหันมามองด้วยซ้ำ มีดเลเซอร์เล่มคมก็หยุดนิ่งอยู่ที่ลำคอของชายผู้นั้น
“อย่าขยับ” เร็นกระซิบ เสียงของเขาเรียบเย็นแต่ทรงพลังจนอีกฝ่ายแข็งทื่อ “บอกคาร์ลอสว่าวิศวกรที่เขาเคยทิ้งไว้ในความมืด กำลังจะกลับมาทวงถามคำตอบ”
ทหารยามคนนั้นเริ่มสั่นเทาขณะที่เร็นกดรหัสปลดล็อกประตูสะพานเดินเรือ ประตูไฮดรอลิกค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นภาพเบื้องหน้าที่ทำให้เร็นต้องชะงัก ร่างของคาร์ลอสนั่งอยู่บนเก้าอี้บัญชาการ แสงดาวสีม่วงจากภายนอกกระจกบานใหญ่ทอแสงผ่านใบหน้าของเขา เขากำลังจิบไวน์ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ท่ามกลางความวุ่นวายของลูกเรือที่กำลังรีบเร่งปฏิบัติหน้าที่
“นายมาเร็วกว่าที่ฉันคิดไว้สองนาทีนะ เร็น” คาร์ลอสเอ่ยโดยไม่หันมามอง แววตาของเขาดูผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด “คนอย่างนายไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ... เลือกที่จะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อความยุติธรรมที่ไม่มีอยู่จริง”
เร็นก้าวเข้าไปในสะพานเดินเรือโดยมีทหารยามเป็นเกราะกำบัง เขาเล็งอาวุธไปที่แผงควบคุมหลัก “หยุดสถานีซะคาร์ลอส นายกำลังจะพาพวกเราทุกคนไปสู่เขตดาวมรณะเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว”
คาร์ลอสหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับเร็น สิ่งที่ทำให้เร็นต้องเบิกตากว้างจนแทบหยุดหายใจไม่ใช่ปืนที่ชี้มาทางเขา แต่มันคือภาพบนจอโฮโลแกรมหลักที่ปรากฏขึ้น
มันคือภาพของเอล่า... เอล่าที่ถูกจับตัวอยู่ในห้องใต้ดินโดยกลุ่มคนในชุดเครื่องแบบของเขาเอง และที่แย่ไปกว่านั้น บนหน้าจอแสดงการนับถอยหลังของระบบทำลายตัวเองที่ถูกกระตุ้นไว้แล้ว
“นายคิดว่านายวางหมากใหม่ได้ฝ่ายเดียวงั้นหรือ” คาร์ลอสวางแก้วไวน์ลง “หมากที่นายรักที่สุด... ตอนนี้กำลังจะกลายเป็นตัวจุดชนวนที่ทำลายสถานีนี้ไปพร้อมกับความแค้นของนายเอง”
เร็นยืนนิ่ง มือของเขาสั่นเทาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เมื่อเขาเห็นเอล่าในจอขยับปากพูดโดยไร้เสียง แต่มันชัดเจนว่าเธอพยายามบอกอะไรเขาบางอย่าง... เธอไม่ได้ถูกจับ แต่เธอเป็นคนสั่งให้ระบบนี้เริ่มทำงานด้วยตัวเอง
“ลาก่อนเร็น” คาร์ลอสยิ้มเหี้ยม “นายชนะเกมนี้แล้ว แต่นายจะไม่มีวันได้เห็นผู้ชนะหรอกนะ”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในความมืดมิดของดวงดาวกับผม ไฮเปอร์ไดรฟ์ นะครับ
ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา•ตอนที่ 39
การวางหมากใหม่
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!