"ถ้าคุณจะฆ่าผม ก็ขอให้ทำด้วยปืนที่ยิงนัดเดียวตาย อย่าให้ผมต้องทรมานกับคำโกหกพวกนี้อีกเลย"
เร็นกระแทกแท็บเล็ตข้อมูลลงบนโต๊ะโลหะเย็นเฉียบ เสียงดังปังของมันสะท้อนก้องไปทั่วห้องมืดสลัวที่ถูกใช้เป็นห้องเก็บพัสดุชั่วคราว แสงสีน้ำเงินจางๆ จากจอโฮโลแกรมส่องกระทบใบหน้าของเอล่าที่ซีดเผือด เธอไม่ได้สบตาเขา แต่จ้องมองไปยังแผงวงจรที่เธอพยายามจะเจาะเข้าไปด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย
"เร็น... คุณไม่เข้าใจหรอกว่าถ้าความจริงนี้หลุดออกไป อะไรจะเกิดขึ้น" เอล่าเอ่ยเสียงเบาแหบพร่า ปลายนิ้วของเธอหยุดชะงักเหนือแป้นพิมพ์ "เอเธอร์-9 ไม่เคยถูกออกแบบมาเพื่อการสำรวจดาราจักร เราถูกหลอกตั้งแต่ก้าวแรกที่ขึ้นมาบนนี้"
"คุกดัดสันดาน" เร็นเค้นเสียงหัวเราะออกมา มันเป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ "ผมตรวจพบรหัสโครงสร้างพื้นที่ในฐานข้อมูลส่วนกลาง มันไม่ใช่สถานีวิจัย แต่มันคือศูนย์กักกันนักโทษการเมืองชั้นสูงที่ถูกลบประวัติจากสารบบจักรวาลไปแล้ว เราทุกคน... ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ เราคือนักโทษที่ถูกจับมาเป็นตัวทดลองระบบนิเวศปิดตาย!"
เอล่าหันกลับมามองเขา ดวงตาของเธอไหวระริก "คาร์ลอสไม่ได้ทำเพื่อยุทธศาสตร์หรอกเร็น เขาทำเพื่อ ‘ผลผลิต’ บางอย่าง"
"ผลผลิตอะไร?"
"ความกลัวไงครับ"
เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ประตูบานเลื่อนปิดสนิทลงพร้อมกับเสียงล็อคแบบแม่เหล็กไฟฟ้า ผู้บัญชาการคาร์ลอสเดินก้าวออกมาจากเงามืด ชุดเครื่องแบบสีเทาเข้มของเขาไร้รอยยับ สายตาของเขามองเร็นราวกับมองมดแมลงที่กำลังไต่อยู่บนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดผึง
เร็นขยับมือไปแตะประแจพกพาที่ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ แต่มันช้าไป คาร์ลอสไม่ได้มาคนเดียว ทหารรักษาการณ์สองนายพร้อมปืนช็อตไฟฟ้าปรากฏตัวขึ้นขนาบข้าง
"คุณมีพรสวรรค์เรื่องวิศวกรรมมากกว่าเรื่องการเมืองนะเร็น" คาร์ลอสเดินเข้ามาใกล้จนเร็นได้กลิ่นไอของน้ำยาฆ่าเชื้อและบุหรี่ราคาแพงจากตัวเขา "คุณพยายามขุดคุ้ยในที่ที่คนตายไปแล้วหลายร้อยคนพยายามจะหนีออกมาแต่ทำไม่ได้ คุณคิดว่าการรู้ความจริงจะทำให้คุณรอดหรือเปล่า?"
"ผมไม่ได้อยากรอดด้วยการเป็นขี้ข้าใคร!" เร็นตะคอกกลับ แม้ในใจจะประเมินสถานการณ์ว่ามีโอกาสชนะเพียงศูนย์จุดหนึ่งเปอร์เซ็นต์ก็ตาม "สถานีนี้สังหารครอบครัวผมไปแล้วในการทดลองเมื่อสิบปีก่อน และผมจะไม่ยอมให้มันสังหารคนอื่นเพิ่มอีก"
คาร์ลอสเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาของเขาไร้ความสงสาร "ความสูญเสียของคุณคือผลพลอยได้ที่งดงามในสมการการปรับตัวของมนุษย์ครับเร็น เราต้องการคนที่มีแรงจูงใจสูงอย่างคุณมาซ่อมแซมระบบระบายอากาศที่กำลังจะพังทลาย เพื่อที่จะได้ขัง ‘พวกนั้น’ ไว้ข้างในต่ออีกระยะหนึ่ง"
"พวกนั้น?" เอล่าอุทานขึ้น เสียงของเธอสั่นเครือ "คุณหมายถึง... พวกที่อยู่ใต้ระดับศูนย์เหรอ?"
คาร์ลอสยิ้ม ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดเท่าที่เร็นเคยเห็นมาในชีวิต "ระดับศูนย์ไม่ใช่คุกสำหรับมนุษย์ แต่มันคือแหล่งเพาะเชื้อที่คอยกัดกินทุกอย่างที่ขวางหน้า และหน้าที่ของพวกคุณ คือการทำให้แน่ใจว่ากำแพงเหล็กนั้นจะไม่ถูกพังลงมา... ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิตของใครก็ตาม"
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นอย่างฉับพลัน เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับต่ำดังขึ้นจากภายนอก เป็นเสียงที่เร็นคุ้นเคยแต่มันกลับฟังดูน่าสยดสยองกว่าครั้งไหนๆ เพราะคราวนี้เขาเข้าใจความหมายของมันแล้ว มันไม่ใช่การเตือนภัยจากอุกกาบาต แต่เป็นการเตือนภัยว่า ‘สิ่งที่อยู่ข้างล่าง’ กำลังตื่นขึ้น
เร็นจ้องมองคาร์ลอสด้วยสายตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟแค้น ในขณะที่มือของเขาสัมผัสได้ถึงอุปกรณ์ส่งสัญญาณขนาดเล็กในกระเป๋าเสื้อ มันคือสิ่งที่เขาเตรียมไว้สำหรับสถานการณ์นี้ แต่เขายังไม่ได้คิดว่าจะกดมันตอนนี้
ทันใดนั้น แสงไฟในห้องดับวูบลงเหลือเพียงไฟสำรองสีแดงก่ำ เสียงโลหะฉีกขาดดังสนั่นมาจากผนังด้านหลังกำแพงเหล็กที่หนาที่สุดในสถานี
"ดูเหมือนว่า... พวกที่ผมพูดถึง จะไม่อยากรอนานนักนะ" คาร์ลอสกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ขณะที่ผนังเหล็กเริ่มบิดเบี้ยวและมีรอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นพร้อมกับไอเย็นที่พุ่งทะลักออกมา
เร็นเหลือบมองเอล่าที่หยิบอาวุธขึ้นมาเตรียมตัวอย่างจำยอม ก่อนที่เขาจะตัดสินใจทำในสิ่งที่คาร์ลอสไม่คาดคิด เขาคว้าอุปกรณ์ส่งสัญญาณในกระเป๋าออกมา แล้วขว้างมันใส่แผงควบคุมระบบล็อคของห้องนี้แทนที่จะเป็นอาวุธ
เสียงระเบิดขนาดเล็กทำงาน พร้อมกับประตูที่เปิดออกสู่ทางเดินหลัก แต่สิ่งที่รอพวกเขาอยู่หน้าประตู ไม่ใช่ทางรอดอย่างที่หวัง
ร่างเงาสูงโปร่งที่ผิวหนังซีดเผือดจนเกือบโปร่งแสง สวมชุดนักโทษที่ขาดวิ่นและเต็มไปด้วยคราบเลือดดำมืด ยืนเรียงรายเต็มทางเดิน ดวงตาของพวกมันไม่มีลูกตาสีขาว มีเพียงสีแดงฉานที่จ้องตรงมาที่คาร์ลอส... และเร็น
คาร์ลอสถอยหลังกรูด ใบหน้าของเขาถอดสีเป็นครั้งแรก "มันไม่ควรจะออกมาได้... ใครเป็นคนปิดระบบล็อค!"
เร็นก้าวถอยหลังไปชิดกำแพง มุมปากยกยิ้มอย่างเย็นชาขณะมองไปที่สิ่งมีชีวิตเหล่านั้น "ผมบอกแล้วไงครับผู้บัญชาการ ว่าผมคือวิศวกร... และผมก็รู้วิธีทำลายระบบที่คุณสร้างขึ้นมาดีที่สุด"
ทว่าในวินาทีที่สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ มืออันเย็นเฉียบของหนึ่งในนั้นกลับคว้าเข้าที่คอของเร็นไม่ใช่เพื่อจะฆ่า แต่มันกระซิบคำหนึ่งออกมาด้วยเสียงที่เหมือนกับ... เสียงของแม่เขาที่ตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน
"เร็น... อย่าให้เขาปิดระบบ... หัวใจของสถานี... อยู่ที่ตัวคุณ"
ทุกอย่างรอบตัวดับวูบลงพร้อมกับเสียงกรีดร้องของคาร์ลอสที่ดังขึ้นในความมืดมิด
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันแสนโหดร้ายนี้ไปพร้อมกับผมครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา•ตอนที่ 21
ความจริงจากห้วงลึก
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!