ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา•ตอนที่ 22

ความโกรธแค้นของมวลชน

ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
“ถ้าคุณยังไม่อยากให้ปอดของตัวเองเต็มไปด้วยฝุ่นเหล็กจากระบบกรองอากาศที่พังยับเยิน ก็ถอยออกไปจากคันโยกควบคุมนั่นซะ เอล่า!” เสียงของเร็นดังก้องผ่านลำโพงสื่อสารที่ติดๆ ดับๆ เขาไม่ได้ตะโกนด้วยความโกรธ แต่น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบราวกับสุญญากาศภายนอกตัวสถานี ในขณะที่เบื้องหน้าของเขาคือมวลชนนับร้อยที่กำลังบ้าคลั่งในเขตระดับล่าง (Sector Zero) เสียงตะโกนสาปแช่งดังกึกก้องสั่นสะเทือนไปถึงโครงสร้างโลหะของผนังห้อง “เร็น! พวกเขาไม่มีอากาศหายใจมาสามวันแล้ว!” เอล่าโต้ตอบกลับมา เสียงของเธอสั่นเครือแต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว เธออยู่ในห้องควบคุมแรงดันหลัก รายล้อมด้วยฝูงชนที่ถือท่อนเหล็กและประแจเป็นอาวุธ “ถ้าฉันไม่เปิดประตูระบายอากาศฉุกเฉินออกซิเจนสำรองที่จะถูกส่งไปยังห้องทำงานส่วนตัวของคาร์ลอส... คนพวกนี้ก็จะตาย!” “ถ้าคุณเปิดมัน แรงดันมหาศาลจะฉีกกระชากส่วนนี้ของสถานีให้กลายเป็นเศษเหล็กทันที!” เร็นกดปุ่มเปิดกล้องวงจรปิด เขาเห็นภาพเอล่าที่เหงื่อโซมกาย มือของเธอสั่นเทาอยู่เหนือปุ่มควบคุมสีแดงฉาน “ฟังผมนะ ความโกรธแค้นมันไม่ได้เติมออกซิเจนให้ใคร แต่มันกำลังจะพาทุกคนไปตาย” สถานีไร้เงาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอีกครั้ง เสียงโลหะบิดงอจากภายนอกทำให้ทุกคนในห้องควบคุมชะงัก ฝูงชนเริ่มกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว เร็นกัดฟันแน่น เขารู้ดีว่าสิ่งที่คาร์ลอสทำไม่ใช่การตัดสินใจทางยุทธศาสตร์ แต่เป็นการบีบให้ผู้คนเป็นกบฏเพื่อที่จะได้มีข้ออ้างในการกำจัดทิ้งทั้งระบบ “คาร์ลอสส่งหน่วยปราบจลาจลมาแล้ว” เร็นพึมพำกับตัวเองขณะมองหน้าจอมอนิเตอร์ เห็นกลุ่มทหารในชุดเกราะครบมือเดินขบวนผ่านโถงทางเดินหลัก “พวกนั้นไม่ได้มาเพื่อเจรจา พวกเขามาเพื่อเคลียร์พื้นที่” ท่ามกลางความโกลาหล ชายร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบผู้บัญชาการปรากฏตัวขึ้นที่ปลายโถง เขาคือคาร์ลอส สายตาของเขาเย็นชาไร้ความรู้สึก ราวกับมองฝูงมดที่กำลังดิ้นรนก่อนจะถูกรองเท้าบูทเหยียบขยี้ เขายกอาวุธคลื่นความถี่สูงขึ้นมา ประกายไฟวาบขึ้นจากปลายกระบอก “หยุดการกระทำที่ไร้สาระนี้ซะ” เสียงของคาร์ลอสผ่านระบบประกาศทั่วทั้งเซกเตอร์ มันนิ่งสงบจนน่าขนลุก “กฎของสถานีนี้คือการอยู่รอด หากใครขัดขวางการจัดสรรทรัพยากร นั่นถือเป็นกบฏ... และโทษของกบฏ คือการปลดปล่อยออกสู่ความว่างเปล่า” เร็นพุ่งตัวผ่านฝูงชนที่กำลังแตกตื่น เขาเห็นความหวาดกลัวฉายชัดในแววตาของเด็กน้อยคนหนึ่งที่ถูกผลักจนล้มลง จิตวิญญาณแห่งวิศวกรที่ยึดมั่นในชีวิตเพื่อนมนุษย์ผลักดันให้เขาคว้าประแจเหล็กขนาดใหญ่ขึ้นมา แม้จะรู้ดีว่าไม่มีทางสู้ทหารระดับสูงได้ แต่เขาก็ไม่ยอมยืนดูเงียบๆ อีกต่อไป “คาร์ลอส! ถ้าคุณจะฆ่าพวกเขาทั้งหมด สถานีนี้ก็ไม่เหลืออะไรให้คุณปกครอง!” เร็นตะโกนขณะวิ่งเข้าขวางหน้าแถวทหาร “ทรัพยากรไม่ได้มีไว้เพื่อพวกคุณเพียงกลุ่มเดียว แต่มันมีไว้เพื่อทุกคนที่สร้างสถานีนี้ขึ้นมา!” คาร์ลอสหันมามองเร็น มุมปากของเขากระตุกเป็นรอยยิ้มสมเพช “เธอยังเพ้อฝันเหมือนพ่อของเธอไม่มีผิด เร็น ความเป็นมนุษย์คือจุดอ่อนที่ทำให้สถานีรุ่นก่อนพินาศ และฉันจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นที่นี่อีก” คาร์ลอสลั่นไก เสียงหวีดหวิวของคลื่นความถี่สูงทำให้ทุกคนล้มลงกุมขมับด้วยความเจ็บปวด เอล่าที่อยู่ในห้องควบคุมเห็นสถานการณ์ผ่านกล้อง เธอตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เธอไม่ได้กดเปิดประตูระบายอากาศ แต่เธอกลับเจาะระบบเข้าสู่วงจรไฟฟ้าหลักของทหารหน่วยปราบจลาจลแทน ไฟในโถงทางเดินดับพรึบลงทันที ความมืดมิดเข้าครอบงำ ท่ามกลางเสียงตะโกนด้วยความสับสนและเสียงปืนที่ดังลั่นสะเปะสะปะ เร็นอาศัยจังหวะนี้พุ่งตัวเข้าหาคาร์ลอสด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่ถูกต้อนจนมุม เขาคว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายและกดลงกับพื้นเหล็กเย็นเฉียบ “ทำไม...” เร็นกระซิบข้างหูคาร์ลอสด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้านด้วยโทสะ “ทำไมถึงต้องทำลายบ้านของตัวเองด้วย?” คาร์ลอสหัวเราะออกมาเบาๆ แม้จะถูกกดจนหายใจลำบาก “เธอยังไม่เห็นความจริงอีกหรือ เร็น? ดูหน้าจอข้างหลังนั่นสิ...” เร็นเหลือบมองจอภาพมอนิเตอร์ที่ติดๆ ดับๆ หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น เมื่อสิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จลาจล แต่เป็นสัญญาณรหัสลับที่เขาส่งไปขอความช่วยเหลือจากสถานีพันธมิตรเมื่อหลายวันก่อน บัดนี้มันถูกเปลี่ยนปลายทางไปสู่... กองทัพของศัตรูที่กำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ ไม่ใช่เพื่อช่วย แต่เพื่อกวาดล้างให้สิ้นซาก ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันแสนโหดร้ายนี้ไปพร้อมกับผมครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไซเรนแห่งดวงดาว: รอยแตกบนสถานีไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%