เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจวิศวกร•ตอนที่ 6

อย่าทำตัวรู้ดี

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าจัดจ้านที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศสะท้อนแววตาคู่คมกริบของกวินอย่างเย็นชา นิ้วเรียวยาวราวกับศิลปินเปียโนกำลังเคาะแป้นพิมพ์ไร้สายด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงคลิกเบาๆ ระรัวราวกับเสียงฝนตกกระทบหลังคากระจก แต่ละบรรทัดของโค้ดที่เขาเขียนถูกลบและเขียนใหม่ด้วยความหงุดหงิดที่อัดแน่นจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นเปลวไฟ ทว่า ต้นเหตุแห่งความวุ่นวายทั้งหมดในค่ำคืนนี้ กลับกำลังนั่งไขว่ห้างจิบกาแฟดำสนิทราวกับน้ำหมึกอยู่บนโซฟาหนังแท้สีชาดมุมห้อง เธอยังส่งเสียงฮัมเพลงแจ๊สเบาๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดี ราวกับที่นี่ไม่ใช่เซฟเฮาส์ลับที่ซ่อนตัวจากระบบความปลอดภัยระดับชาติ แต่เป็นคาเฟ่เก๋ๆ ริมถนนย่านปริมณฑล "คุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นเต็มไปด้วยแรงอัดอั้น "หยุดทำตัวเป็นเด็กซนที่กำลังสนุกกับการรื้อลิ้นชังห้องนอนคนอื่นสักทีได้ไหมคะ?" รินรดาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง ‘กริ๊ก’ จงใจสร้างความรำคาญ เธอยืดตัวขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มพราวระยับด้วยประกายความท้าทายที่พร้อมจะจุดชนวนสงครามประสาทได้ทุกเมื่อ "เด็กซนเหรอคะ? ว้าว... คำชมจากปากวิศวกรผู้เคร่งขรึมอย่างคุณนี่มันทำให้ฉันรู้สึกเด็กลงไปสักสิบปีได้เลยนะคะพี่กวิน" เธอจงใจเน้นเสียงตรงคำว่า ‘พี่’ เพื่อกวนประสาทเขาโดยเฉพาะ "แต่บอกไว้ก่อนนะว่าข้อมูลชุดที่ฉันเพิ่งเจาะเข้าไปดูเนี่ย มันไม่ใช่แค่ลิ้นชังธรรมดา แต่มันคือห้องใต้ดินลับที่คุณกับดร.อานนท์พยายามซ่อนศพไว้ต่างหากล่ะคะ" กวินหยุดมือจากการพิมพ์ เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์เดือดดาลที่พุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนขึ้นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนตรงท่อนแขนบ่งบอกถึงความอดทนที่เดินทางมาถึงขีดจำกัด เขาก้าวเท้าฉับๆ เข้าหาเธอด้วยระยะห่างที่บีบคั้นหัวใจจนคนมองแทบหยุดหายใจ รินรดาไม่ถอยหนี เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวผิดจังหวะจากแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านมาจากตัวเขา รัศมีความเป็นผู้นำและความดุดันของกวินในยามนี้น่ากลัวราวกับเสือดาวที่พร้อมขย้ำเหยื่อ แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เธอสนุกจนเนื้อเต้น "อย่าทำตัวรู้ดีไปหน่อยเลย รินรดา" กวินโน้มตัวลงมา มือหนาข้างหนึ่งท้าวกับพนักโซฟาเหนือศีรษะเธอไว้ กักขังเธอให้อยู่ในอาณาเขตของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นมี้นต์จางๆ ปะทะเข้ากับข้างแก้มเนียนจนเผลอตัวเกร็ง "เธอคิดว่าโลกไซเบอร์มันเป็นสนามเด็กเล่นของเธอกรำกะท่อมมาหรือไง? การที่เธอแอบดึงฐานข้อมูลการเงินของบริษัทแม่เข้ามาตรวจสอบแบบนั้น... เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังเหยียบกับดระเบิดเวลาที่พร้อมจะเป่าสมองเรากระเด็นทั้งคู่!" "ถ้าฉันไม่ทำ แล้วคุณจะตาสว่างเหรอคะ?" รินรดาเชิดหน้าขึ้นท้าทาย แม้ระยะห่างระหว่างใบหน้าจะใกล้กันเสียจนปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่แล้ว กลิ่นกายสะอาดเจือความเครียดของผู้ชายตรงหน้าทำให้สติเธอเริ่มกระเจิดกระเจิง แต่เธอก็ยังคงฝืนยิ้มเยาะ "ดร.อานนท์ไม่ได้แค่ทุจริตงบประมาณโปรเจกต์สมองกลนั่นหรอกนะคะพี่กวิน... เขากำลังขายข้อมูลความปลอดภัยของประชาชนนับล้านให้กลุ่มทุนต่างชาติ! และถ้าคุณยังมัวแต่ก้มหน้าก้มตาเขียนโค้ดตามคำสั่งเขาแบบนี้ อีกไม่นานคุณนั่นแหละที่จะกลายเป็นแพะรับบาปตัวจริง!" คำพูดนั้นทำให้กวินชะงัก ประกายความโกรธในแววตาคมกริบวาบแสงสลับซับซ้อนขึ้นชั่วขณะ ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉยที่เย็นชายิ่งกว่าเดิม เขารู้... เขารู้ดีกว่าใครเสียอีกว่าดร.อานนท์เป็นคนอย่างไร เพียงแต่เขามีแผนการของตัวเองในการกระชากหน้ากากคนสารเลวผู้นั้นโดยไม่ต้องให้แฮกเกอร์สาวจอมจุ้นอย่างเธอเข้ามาเสี่ยงตายด้วย แต่รินรดากลับเลือกที่จะวิ่งเข้าใส่กองไฟโดยไม่บอกกล่าวใครล่วงหน้า "แล้วมันเรื่องอะไรที่เธอต้องเอาชีวิตเข้ามาเสี่ยงด้วยห๊ะ!" กวินเผลอตะคอกออกมาด้วยความโมโหปนความหวาดกลัวที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบาย มือหนาเลื่อนมาจับต้นแขนมนทั้งสองข้างของเธอแน่นโดยไม่รู้ตัว "เธอคิดว่าตัวเองเป็นฮีโร่มาจากไหน? คิดว่าเก่งมากจนไม่มีใครทำอะไรได้งั้นสิ? ถ้าเกิดดร.อานนท์รู้ตัวก่อนแล้วส่งคนเก็บเธอขึ้นมาจริงๆ เธอกลisคิดบ้างไหมว่าใครจะมานั่งเคลียร์ความซวยนี้ให้เธอ!" ความดุดันที่เจือด้วยความห่วงใยอย่างไม่ปิดบังทำให้รินรดาชะงักไป ดวงตากลมโตคู่นั้นไหววับ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของวิศวกรหนุ่ม พยายามค้นหาความจริงใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดด่าทอเหล่านั้น และเธอก็พบมัน... ความห่วงใยที่ร้อนรุ่มเสียจนน่าตกใจ หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำผิดจังหวะ ความซึนเดเระระดับสิบของพ่อหนุ่มวิศวกรคนนี้มักจะแสดงออกมาในรูปแบบของการดุและตบะแตกทุกครั้งไป รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ "เป็นห่วงฉันเหรอคะ?" น้ำเสียงของเธออ่อนลงโดยอัตโนมัติ ไม่มีความกวนประสาทเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความนุ่มนวลชวนใจสั่นที่เล็ดลอดออกมา กวินสะดุ้งราวกับถูกไฟช็อต รีบผละมือออกจากต้นแขนของเธอทันทีราวกับเธอกลายเป็นของร้อน ชายหนุ่มเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงจางๆ ที่ลามเลียไปถึงใบหู เขาปรับเสียงให้กลับมาแข็งกร้าวกลบเกลื่อนความพิรุธ "ใครเป็นห่วงเธอ! อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยรินรดา!" เขาหันกลับมาถลึงตาใส่ "ฉันแค่รำคาญที่ต้องมาคอยเก็บกวาดความฉิบหายที่เธอเป็นคนก่อต่างหาก! ถ้าโปรเจกต์นี้พังเพราะความอวดดีของเธอ ฉันต่างหากที่จะซวยไปด้วย!" รินรดาแอบอมยิ้มบางๆ กับท่าทางปั้นปึ่งที่ดูออกง่ายเสียเหลือเกินของคนปากแข็ง เธอขยับตัวลุกขึ้นยืนประชิดตัวเขาบ้าง จนกวินต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "ปากแข็งจังนะคะ ระวังเถอะ... สักวันปากแข็งๆ แบบนี้จะโดนฉันลงโทษด้วยวิธีที่คาดไม่ถึงเข้าสักวัน" เธอเอ่ยกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูเขาด้วยความท้าทาย พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ ทว่า ก่อนที่กวินจะทันได้ตอกกลับคำพูดแสบคันนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็สว่างวาบขึ้นทั่วทั้งห้องเซฟเฮาส์ พร้อมๆ กับเสียงระบบรักษาความปลอดภัยที่ดังลั่นสนั่นตึก *ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด! — ตรวจพบการบุกรุกจากภายนอก ประตูนิรภัยหลักกำลังถูกเจาะรหัส!* กวินหน้าถอดสีทันที เขาดึงตัวรินรดาให้มาหลบอยู่ด้านหลังด้วยสัญชาตญาณ นัยน์ตาดุดันกวาดมองจอภาพมอนิเตอร์ที่แสดงภาพกล้องวงจรปิดด้านนอก และภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกึก หน้าจอแสดงร่างเงาของชายฉกรรจ์สวมชุดดำไม่ต่ำกว่าห้าคนกำลังใช้เครื่องตัดพลาสม่าเจาะผ่านประตูเหล็กกล้าเข้ามาอย่างเลือดเย็น และคนที่ยืนอยู่แถวหน้าสุด สั่งการทุกอย่างด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบผ่านเลนส์แว่นตากรอบทอง... คือ ดร.อานนท์ ตัวการใหญ่มาเร็วกว่าที่พวกเขาคาดการณ์ไว้ถึงสัปดาห์เต็ม! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกและใจฟูไปกับเคมีสุดเดือดของพี่กวินและรินรดานะคะ!
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจวิศวกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%