เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจวิศวกร•ตอนที่ 7

กาแฟแก้วนั้นที่จำไม่ได้

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
กลิ่นออร์แกนิกคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นคั่วเข้มของเมล็ดพันธุ์เอธิโอเปียในร้านกาแฟใต้ตึกเซฟเฮาส์ มันควรจะเป็นกลิ่นที่ปลุกประสาทสัมผัสให้ตื่นตัว แต่สำหรับกวินในเวลานี้ กลิ่นหอมกรุ่นเหล่านั้นกลับพาลให้อารมณ์ของเขาดิ่งวูบลงไปถึงขีดสุด ตั้งแต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เขาถอดรหัสระบบความปลอดภัยของ ดร.อานนท์ข้ามคืน จนถึงวินาทีที่หญิงสาวตรงหน้าจงใจเลื่อนแก้วกระดาษสีคราฟท์มาวางตรงหน้าเขาอย่างอารมณ์ดี “ลาเต้เย็น หวานน้อย เพิ่มช็อตเอสเพรสโซ่ และที่สำคัญ... ใส่ไซรัปคาราเมลพิเศษที่คุณโปรดปรานไงคะ พี่กวิน” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หวานหยดย้อยจนน่าหมั่นไส้ ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซนเหมือนแมวตัวร้ายที่เพิ่งขโมยปลาทูสำเร็จ เธอเท้าคางมองปฏิกิริยาของวิศวกรหนุ่มเจ้าระเบียบอย่างใจจดใจจ่อ รู้ดีว่าทุกคำที่พูดออกไปคือการราดน้ำมันลงบนกองไฟ กวินชะงักมือที่กำลังเคาะแป้นพิมพ์คีย์บอร์ด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาหรี่แคบลงทันที เขามองแก้วกาแฟตรงหน้าสลับกับใบหน้าพ้อยท์เตอร์สาวที่ยิ้มรับความผิดแบบไม่มียางอาย “รินรดา...” เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างกดขี่ “คุณก็รู้ว่าผมเกลียดคาราเมลเข้าไส้ มันไม่ใช่แค่หวานเลี่ยน แต่มันคือน้ำตาลเคี่ยวที่ทำลายโครงสร้างประสาทรับรสของผมให้พินาศ” “แหม ทำเป็นเรื่องใหญ่โตไปได้” เธอหัวเราะคิกคัก ยืดตัวขึ้นพิงพนักเก้าอี้อย่างไม่สะทกสะท้าน “เขากล่าวว่าคนเราควรเปิดรับรสชาติใหม่ๆ ในชีวิตบ้างนะคะวิศวกรผู้เคร่งครัด โลกนี้นอกจากอัลกอริทึมแห้งแล้งกับโค้ดไบนารีแล้ว มันยังมีสีสันและความหวานละมุนซ่อนอยู่ ตั้งใจทำงานหามรุ่งหามค่ำจนสมองฝ่อแบบนี้ เดี๋ยวแก่เร็วนะคะ ฉันหวังดีหรอกถึงซื้อมาให้” “หวังดีหรือหวังแกล้งให้ผมประสาทกินตายไปข้างหนึ่งกันแน่” กวินแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยราดด้วยความหงุดหงิดปนเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด เขายื่นมือไปหยิบแก้วกาแฟนั้นขึ้นมาพิจารณา ราวกับมันคือวัตถุระเบิดเวลาที่ต้องกู้ซาก “จำได้แม่นว่าเมื่อวานผมเพิ่งอธิบายให้คุณฟังไปสามรอบถ้วน ว่าคาราเมลคือสิ่งแปลกปลอมในคาเฟอีนของผม แต่คุณกลับจงใจสั่งแก้วนี้มา... หรือว่าสมองส่วนความจำระยะสั้นของคุณมันถูกไวรัสตัวไหนกัดกินไปแล้ว ถึงได้บล็อกข้อมูลสำคัญขนาดนี้” “อุ๊ย ใครกันแน่ที่สมองเสื่อม” รินรดาแกล้งทำเป็นเบิกตากว้าง ยกมือขึ้นทาบอกด้วยความตกใจเกินจริง “ฉันแค่ทดสอบระบบความจำระยะยาวของคุณต่างหากล่ะคะ ว่ายังเฉียบคมเหมือนตอนเจาะระบบเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท ดร.อานนท์ หรือเปล่า... ผลปรากฏว่าคุณจำได้แม่นยำเสียยิ่งกว่าเครื่องสแกนลายนิ้วมือซะอีก น่านับถือจริงๆ ค่ะ” คำพูดกวนประสาทนั้นทำเอากวินเกือบจะสำลักลมหายใจ เขาขยับตัวเข้าหาโต๊ะทำงานเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่าย ดวงตาคมจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่ยังคงขยับเย้าแหย่เขาไม่หยุด ความรู้สึกหมั่นไส้ตีรวนขึ้นมาพร้อมกับแรงดึงดูดประหลาดที่เขาเกลียดชังนัก—เกลียดที่เธอทำให้เขาละสายตาไม่ได้ เกลียดที่เธอรู้จุดอ่อนของเขาทุกกระเบียดนิ้ว และเกลียดที่หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่เธอเข้าใกล้ในระยะประชิดแบบนี้ “อยากลองดีนักใช่ไหม” กวินพูดเสียงเย็นเยียบ แต่แววตากลับพราวระยับด้วยประกายความท้าทายที่อันตราย “เอ๊ะ... จะทำอะไรคะ” รินรดารู้สึกถึงรังสีความเจ้าเล่ห์ที่แผ่ออกมาจากร่างสูง เธอขยับถอยหลังตามสัญชาตญาณ แต่ทว่ามันสายเกินไปเสียแล้ว ร่างสูงไม่ปล่อยให้เธอได้ตั้งตัว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หมุนอย่างรวดเร็ว มือหนาเอื้อมไปคว้าแก้วกาแฟเจ้าปัญหาบนโต๊ะขึ้นมา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกับกลุ่มผมนุ่มที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็ก “ในเมื่อคุณอุตส่าห์เมตตาซื้อมาให้...” กวินกระซิบเสียงพร่าชิดริมใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ “ผมก็ไม่อยากจะขัดศรัทธา... แต่ถ้ามันหวานเลี่ยนจนผมทนไม่ไหว คุณจะต้องเป็นคนรับผิดชอบความเสียหายนี้ด้วยตัวเอง เข้าใจไหมครับ... เอ๊ย เข้าใจไหมคะ” เขาจงใจเปลี่ยนสรรพนามท้ายประโยคเยาะเย้ยเธอกลับอย่างแสบคัน รินรดาถึงกับชะงัก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนประหม่า หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับตีกลองศึกเมื่อใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบเดียว กลิ่นอายความเป็นผู้ชายที่ผสมผสานกับความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ ขยับไปไหนไม่ได้ดั่งใจนึก “พ... พี่กวิน จะทำอะไรคะ ถอยไปเลยนะ” รินรดาพยายามดึงสติแล้วเอ่ยเสียงแข็งกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก มือเล็กดันอกแกร่งเอาไว้ แต่มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันทลาย “ถอยทำไมล่ะครับ ในเมื่อผมกำลังจะชิม... ความหวังดีของคุณ” กวินยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา เขายกแก้วกาแฟขึ้นจรดริมฝีปาก โดยที่สายตายังคงจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ไม่ยอมละสายตาหนีไปไหนแม้แต่วินาทีเดียว ราวกับกำลังประกาศชัยชนะเหนือแฮกเกอร์สาวจอมแสบ ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวชั่วขณะ เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิว แต่บรรยากาศกลับร้อนระอุขึ้นมาอย่างน่าประหลาด รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยประมวลผลโค้ดคอมพิวเตอร์ได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่าลงเสียดื้อๆ ภาพที่วิศวกรหนุ่มมาดนิ่งกำลังดื่มกาแฟที่เธอแกล้งสั่งโดยไม่ละสายตาจากเธอ มันช่างทรงพลังและสร้างแรงกระแทกในอกอึดอัดจนน่ากลัว ทว่า... ในจังหวะที่กวินกำลังจะจิบน้ำหวานอึกแรกนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงเคาะประตูก็กระแทกเข้ามาดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังลงมา *ปัง! ปัง! ปัง!* “คุณกวิน! คุณรินรดา! แย่แล้วครับ!” เสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของลูกน้องคนสนิทดังแทรกขึ้นพร้อมกับการผลักประตูห้องเซฟเฮาส์เปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาท กวินชะงักค้าง รินรดาสดุ้งสุดตัวผุดลุกขึ้นยืนทันที หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่เปิดทิ้งไว้ส่งเสียงสัญญาณเตือนภัยดังระรัว แสงไฟสีแดงฉานกะพริบวาบไปทั่วห้องมืดทึบ ข้อมูลชุดลับสุดยอดที่พวกเขาเพิ่งเจาะระบบเข้าไปได้เมื่อครู่กำลังถูกลบหายไปต่อหน้าต่อตาอย่างรวดเร็วราวกับมีมือที่มองไม่เห็นเข้ามาควบคุม และที่หน้าจอหลักนั้นปรากฏข้อความทักทายสั้นๆ เป็นตัวอักษรสีเลือดวิ่งวนซ้ำไปซ้ำมา... *‘ยินดีต้อนรับสู่กับดัก... หนูติดกับแล้ว’*
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจวิศวกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%