หน้าจอโฮโลแกรมสี่จอเบื้องหน้ากะพริบเป็นสีแดงฉาน เสียงเตือนความถี่สูงระดับวิกฤตกรีดแทงโสตประสาทจนน่าหงุดหงิด รินรดาไม่แม้แต่จะชายตามองแก้วกาแฟอุ่นๆ ที่กวินเพิ่งวางลงบนโต๊ะทำงานด้วยท่าทีเก๊กขรึมตามเคย สองนิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์พาสิลอยตัวด้วยความเร็วจนเกิดภาพติดตา ดวงตากลมโตฉายแววเคร่งเครียดระคนท้าทาย เธอรู้ดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลามาต่อปากต่อคำ แต่ใครใช้ให้วิศวกรหนุ่มเจ้าสำอางคนนี้ทำหน้าเหมือนเธอกำลังทำบ้านไฟไหม้อยู่เล่า
"เลิกทำหน้าเหมือนฉันเป็นตัวหายนะสักทีได้ไหมคะคุณกวิน" รินรดาเอ่ยกลั้วหัวเราะแห้งๆ ทั้งที่เหงื่อกาฬเริ่มผุดพรายตามกรอบหน้า "ในเมื่อดร.อานนท์ตาแก่หนังเหนียวคนนั้นอุตส่าห์ส่งของขวัญชิ้นใหญ่มาทักทายถึงหน้าบ้าน เราก็แค่ต้อนรับเขาให้สมเกียรติหน่อยไม่ดีหรือคะ"
กวินพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมาอย่างเหลืออด เขาสกิดไหล่บางให้ขยับถอยออกไปก่อนจะทิ้งน้ำหนักตัวลงแทนที่ พร้อมกับสอดมือเรียวยาวเข้าควบคุมชุดคำสั่งป้องกันภัยไซเบอร์อย่างแม่นยำ สันจมูกโด่งรั้นย่นเข้าหากันเล็กน้อยยามที่เขาต้องขบกรามแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธ
"ถ้าคุณยังพูดจาเล่นเป็นเด็กๆ แบบนี้อีกสักคำ ฉันจะจับคุณมัดติดกับเก้าอี้แล้วโยนลงไปทางท่อระบายน้ำทิ้งเสียจริงๆ รินรดา" กวินหันมาคาดโทษด้วยแววตา ดุ ดัน จนหัวใจดวงน้อยในอกของหญิงสาวกระตุกวูบไปชั่วขณะ "พวกมันไม่ได้แค่สแกนหาพิกัดธรรมดา แต่มันกำลังเจาะไฟร์วอลล์ชั้นที่สามเข้ามาแล้ว! ระบบโครงข่ายเซฟเฮาส์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อซ่อนตัวจากเรดาร์ทหาร แต่เจ้านายเก่าของคุณกลับใช้คีย์โค้ดระดับมาสเตอร์... ซึ่งมีแค่คุณคนเดียวเท่านั้นที่รู้รหัสลับนี้!"
บรรยากาศภายในห้องควบคุมลดฮวบลงจนเย็นยะเยือก รินรดาสะอึกไปเล็กน้อย ความขี้เล่นเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเมื่อได้ยินประโยคหลัง ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดด้านหลังเก้าอี้ที่กวินนั่งอยู่ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุรุษอ่อนๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนเธอเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"คุณกำลังจะบอกว่า... มีคนใน หรือไม่ก็... ฉันเป็นคนขายข่าวว่างั้นเถอะคะ?" น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที ไหล่บางเกร็งตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
กวินชะงักมือที่กำลังรัวแป้น เขานิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะเหลือบสายตาขึ้นมองเงาสะท้อนของหญิงสาวผ่านกระจกหน้าจอ ความห่วงใยที่ฉายชัดอยู่ก้นบึ้งของดวงตานั้นถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีปากจัดตามนิสัยอย่างแนบเนียน
"ถ้าฉันคิดว่าคุณเป็นหนอนบ่อนไส้ ป่านนี้ฉันคงไม่มายืนหัวเสียอยู่ตรงนี้หรอกน่า..." กวินพึมพำลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดระคนเอ็นดู "แต่ปัญหาคือ... มันตามเราเจอเร็วเกินไป เร็วกว่าที่ควรจะเป็นตั้งสามสัปดาห์เต็ม"
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยเปลี่ยนเป็นเสียงทุ้มต่ำและยาวนาน ไฟสีแดงภายในห้องดับวูบลงเหลือเพียงแสงเรืองรองจากหน้าจอหลัก แสดงให้เห็นถึงแผนที่จำลองสามมิติของตัวอาคาร และจุดสีแดงฉานนับสิบจุดที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาปิดล้อมรอบทิศทางอย่างเป็นระบบ พวกมันไม่ใช่แค่นักเจาะระบบออนไลน์ธรรมดา แต่เป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ถูกฝึกมาอย่างดีเพื่อการกวาดล้างโดยเฉพาะ!
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความรู้สึกผิดพุ่งพล่านขึ้นมาจุกอก เธอเป็นคนดึงกวินเข้ามาพัวพันกับเรื่องบ้าๆ นี้เอง หากไม่ใช่เพราะข้อมูลดิบที่เธอขโมยมาจากเซิร์ฟเวอร์ของดร.อานนท์ วิศวกรหนอนหนังสือผู้นี้คงใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในห้องแล็บของเขาไปนานแล้ว
"ฉันขอโทษค่ะ..." เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบาอย่างไม่คุ้นชิน ทำเอาคนที่กำลังงละลนงลานกับการกู้ระบบถึงกับชะงักกึก กวินหันขวับมามองหน้าเธอตรงๆ ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจความรู้สึกที่ไหววูบอยู่ในแววตาคู่สวยนั้น
"เก็บคำขอโทษของคุณไว้ใช้ตอนที่เราปลอดภัยเถอะรินรดา" กวินเอ่ยเสียงเข้ม พลางฉุดกระชากข้อ มือบางให้ลุกขึ้นยืนตามแรงดึง "ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาดราม่าเรียกคะแนนสงสาร หยิบกระเป๋าอุปกรณ์ของคุณแล้ววิ่งไปที่ห้องใต้ดินซะ!"
"แล้วคุณล่ะคะ?" รินรดารั้งตัวไว้ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นเขากดสวิตช์ฉุกเฉินเพื่อแยกโซนห้องควบคุมออกจากตัวอาคารหลัก "อย่าบอกนะว่าคุณจะ..."
"ฉันต้องถ่วงเวลาพวกมัน ไม่อย่างนั้นเราตายกันหมดทั้งคู่นี่แหละ!" กวินตวาดเสียงกร้าว แต่ในจังหวะที่เขาผลักร่างบางให้ถอยหลังเพื่อเข้าไปยังทางลับ ดวงตาสีเข้มกลับฉายความอาลัยอาวรณ์ที่ยากจะปิดมิด "อย่าดื้อ... ทำตามที่ฉันบอกซะ!"
"ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้นถ้าไม่มีคุณ!" รินรดาแหวใส่เสียงดังลั่นพร้อมกับยื้อยุดแขนแกร่งไว้สุดแรง สัญชาตญาณความกล้าได้กล้าเสียในตัวเธอพุ่งพล่าน เธอยอมเป็นเป้าเสียเองดีกว่าปล่อยให้ผู้ชายปากร้ายแต่ใจดีคนนี้ต้องมารับเคราะห์แทน
ทว่า ยังไม่ทันที่กวินจะได้เอאะอะตวาดกลับ ประตูเหล็กกล้าทางเข้าห้องควบคุมที่ถูกเสริมความแข็งแกร่งด้วยระบบไฮดรอลิก ก็ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับเหล็กกำลังถูกฉีกกระชากด้วยความร้อนสูง แรงระเบิดเบาๆ บริเวณบานพับทำให้ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
ร่างสูงของใครบางคนก้าวพ้นกลุ่มควันเข้ามาอย่างช้าๆ รองเท้าคอมแบทเหยียบย่ำลงบนเศษกระจกที่แตกละเอียดจนเกิดเสียงดังน่ากลัว รินรดาลมหายใจสะดุดกึก ใบหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปากของแขกยามวิกาลผู้นั้น
ดร.อานนท์กวาดสายตามองคนทั้งสองด้วยแววตาสمเพชเวทนา ก่อนจะปรบมือเบาๆ ช้าๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย
"แหม... ช่างเป็นภาพคู่รักหนีตายที่น่าประทับใจเสียจริงนะครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเย้ยหยัน พลางเล็งปากกระบอกปืนเก็บเสียงสีดำสนิทตรงมายังหน้าอกของกวินโดยไม่ลังเล "น่าเสียดายจริงๆ ที่ละครฉากนี้... ต้องจบลงตรงนี้เสียแล้วล่ะครับ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจวิศวกร•ตอนที่ 17
ร่องรอยการถูกติดตาม
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจวิศวกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!