เสียงยางรถยนต์กรีดร้องไปกับผิวถนนแอสฟัลต์ที่ชุ่มโชกไปด้วยสายฝนที่กระหน่ำเทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา คือดนตรีประกอบความตายที่ดร.อานนท์บรรเลงให้เราฟังในค่ำคืนนี้ค่ะ รินรดาเหลือบมองกระจกมองหลังผ่านม่านน้ำที่ปัดไม่ทันของรถสปอร์ตซีดานคันหรู แต่เวลานี้มันคือกรงขังเคลื่อนที่ชัดๆ เมื่อแสงไฟหน้าสีขาวนวลของรถเอสยูวีสีดำสนิทสองคันกำลังไล่บี้ท้ายเข้ามาในระยะประชิด ชนิดที่ว่าหากเธอเหยียบเบรกพลาดแม้แต่นิดเดียว ปลายกันชนของมันคงเสยท้ายเราจนหมุนเคว้งกลางทางด่วนไปแล้ว
"ถ้าไม่อยากให้สมองของฉันกระเด็นไปติดกระจกหน้ารab คุณช่วยเหยียบให้มันมิดพื้นรถกว่านี้อีกนิดได้ไหมคะ คุณวิศวกรเจ้าระเบียบ!" รินรดาหันไปแหวใส่กวินที่กำลังกำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ใบหน้าคมสันตึงเครียด สายตาคมกริบกวาดมองกระจกข้างสลับกับเบื้องหน้าอย่างคำนวณทิศทาง
"ถ้าฉันเหยียบมิดกว่านี้ เราคงได้ไปยมโลกเร็วกว่ากำหนดหกสิบวินาทีค่ะคุณแฮกเกอร์ปากดี!" กวินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาติดจะหงุดหงิดแต่แฝงความจริงจังขั้นสุด "เกาะเบาะไว้ให้แน่นๆ! ทางข้างหน้าคือทางโค้งหักศอก ถ้าเธอไม่อยากสมองไหล เธอต้องหุบปากแล้วภาวนาให้เบรกเซฟเฮาส์อันนี้มันได้มาตรฐานพอ"
สิ้นคำพูดนั้น กวินก็หักพวงมาลัยซ้ายสุดแรงเกิด พร้อมกับดึงเบรกมือกระชากรถให้ดริฟท์ผ่านโค้งมรดกเลือดบนทางด่วนลอยฟ้า แรงเหวี่ยงมหาศาลดึงร่างของรินรดาให้เซถลาไปกระแทกกับไหล่กว้างของเขาอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นอายความเครียดและฝนจางๆ ลอยเข้าจมูกเธอ ชั่ววินาทีนั้น โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน หัวใจเจ้ากรรมของรินรดาเต้นแรงยิ่งกว่าเสียงเครื่องยนต์ที่กำลังคำรามซะอีก
รถเอสยูวีคันหลังที่พยายามไล่กวดพุ่งเลยโค้งชนเข้ากับแบริเออร์คอนกรีตเสียงดังสนั่นหวั่นไหว สะเก็ดไฟพุ่งกระจายท่ามกลางสายฝน แต่รถอีกคันยังคงตามติดไม่ลดละ มันเร่งเครื่องตีคู่ขึ้นมาด้านข้าง กระจกฝั่งรินรดาถูกลดลง ชายชุดดำคนหนึ่งชูอาวุธปืนสั้นติดกระบอกเก็บเสียงขึ้นเล็งตรงมาที่เธอ
"ก้มหัวลง!"
กวินคำรามลั่น พร้อมกับเอื้อมมือหนามาควท้ายทอยของรินรดากดลงแนบตักของเขาอย่างไม่ลังเล ร่างบางของเธอแทบจะมุดหายไปกับเบาะรถในจังหวะเดียวกับที่กระสุนปืนนัดแรกเจาะทะลุกระจกฝั่งผู้โดยสารจนแตกละเอียด เศษกระจกกระจายเกลวราวกับเกล็ดน้ำแข็ง แต่วินาทีนี้ไม่มีเวลาให้กรีดร้อง เพราะกวินตัดสินใจหักพวงมาลัยกระแทกด้านข้างของรถเราเข้าใส่รถมือปืนอย่างจัง แรงปะทะทำให้รถฝั่งศัตรูเสียหลักพุ่งชนราวสะพานจนล้อลอยคว่ำ
บรรยากาศในรถกลับมาเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ และเสียงเม็ดฝนที่ยังคงซัดสาดหลังคาเหล็ก
รินรดาค่อยๆ เงยศีรษะขึ้นจากตักของชายหนุ่ม ใบหน้าของเธอห่างจากลำคอแกร่งของเขาเพียงไม่กี่เซนติเมตร ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาคมปลาบที่มองลงมาสำรวจความปลอดภัยของเธอพอดี ในระยะประชิดเช่นนี้ เธอเพิ่งสังเกตเห็นว่าแพขนตาของวิศวกรหนุ่มเจ้าระเบียบคคนนี้งอนงามกว่าผู้หญิงเสียอีก และลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่เหนือหน้าผากของเธอกำลังทำลายสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่
"นาย... นายปลอดภัยดีนะ?" รินรดาถามเสียงสั่นโดยไม่รู้ตัว ความซ่าก่อนหน้านี้หายวับไปกับตา
"ถ้าเธอยังเอาหน้ามาใกล้ฉันขนาดนี้ ฉันอาจจะตายเพราะความดันขึ้นก่อนกระสุนของดร.อานนท์ซะอีกค่ะ" กวินตอบเสียงพร่า สายตาของเขาไม่ได้มองทางข้างทางแล้ว แต่กำลังจ้องมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างประหม่าของเธอ ปากก็พูดจาถางถางตามนิสัย แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดตัดกับผิวขาวๆ นั่นฟ้องชัดเจนว่าพ่อหนุ่มซึนเดเระคนนี้กำลังเขินอายจนแทบระเบิด
รินรดารีบขยับตัวกลับมานั่งตรงที่ของตัวเอง ใบหน้าร้อนผ่าวราถูกไฟลน เธอกระแอมไอเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก "ใครเข้าใกล้คุณกันยะ หลงตัวเองชะมัด... ว่าแต่เราจะเอายังไงต่อ รถสภาพนี้ขับต่อไปไม่รอดแน่"
กวินมองสภาพกระจกที่แตกละเอียดและฝนที่เริ่มซัดเข้ามาภายในห้องโดยสาร เขาขบกรามแน่นก่อนจะตัดสินใจหักเลี้ยวรถเข้าสู่ทางออกฉุกเฉินที่มุ่งหน้าไปยังเขตก่อสร้างร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นจุดอับสัญญาณที่พวกดร.อานนท์จะตามแกะรอยได้ยากที่สุด
"เราต้องทิ้งรถคันนี้ที่นี่" กวินดับเครื่องยนต์ หันมามองเธอด้วยแววตาจริงจังที่ไร้ซึ่งความล้อเล่น "และเราต้องเดินเท้าเข้าไปในโกดังเก่าฝั่งโน้น... หวังว่าเธอจะฟิตพอที่จะไม่เป็นภาระให้ฉันต้องแบกนะ รินรดา"
"ระดับฉันแล้ว วิ่งเร็วกว่าคุณก็แล้วกันค่ะคุณกวิน!" เธอเชิดหน้าขึ้นเถียงตามสัญชาตญาณ แม้ในใจจะแอบหวั่นวิตกกับความมืดและบรรยากาศวังเวงเบื้องหน้า
กวินเปิดประตูรถออกไปก่อนจะอ้อมมาเปิดฝั่งเธอ มือหนายื่นออกมารับความช่วยเหลืออย่างไม่เต็มใจนัก แต่สัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาที่กุมมือเธอแน่นเพื่อดึงให้ออกจากตัวรถ กลับเป็นเกราะคุ้ม ภัยที่ดีที่สุดในคืนที่เหน็บหนาวนี้
ทั้งคู่ก้าวเดินเคียงกันฝ่าสายฝนที่เริ่มโปรยเม็ดบางลง มุ่งหน้าสู่ความมืดมิดของโกดังร้างเบื้องหน้าโดยไม่รู้เลยว่า มีเงาร่างหนึ่งยืนรอต้อนรับพวกเขาอยู่แล้วในความมืด พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ซ่อนอยู่หลังแสงไฟฉาย
แสงไฟฉายสว่างวาบขึ้นตรงหน้าสาดเข้าใส่ใบหน้าของทั้งคู่เต็มๆ จนต้องยกมือขึ้นปัดป้อง พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ดังสะท้อนก้องโครงสร้างเหล็กขึ้น
"ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของพวกเธอ... กวิน, รินรดา" เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยของดร.อานนท์ดังขึ้น พร้อมกับปลายกระบอกปืนเก็บเสียงที่จ่อตรงมายังหน้าอกของกวินพอดิบพอดี!
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมฝ่าพายุความระทึกขวัญมาด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจวิศวกร•ตอนที่ 18
การไล่ล่าบนถนนสายฝน
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจวิศวกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!