เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจวิศวกร•ตอนที่ 12

หนีให้พ้นถ้าแน่จริง

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ก* เบาหวิวที่กรอบหน้าต่างห้องนั่งเล่น คือสัญญาณเตือนภัยเดียวที่รินรดาไม่ต้องการให้เกิดขึ้นในวินาทีนี้ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเงาสะท้อนบนกระจกใสเผยให้เห็นร่างของบุคคลที่เธอคิดไม่ถึงที่สุด—ไม่ใช่ลูกน้องของดร.อานนท์ แต่เป็นคนที่ควรจะนั่งรอความช่วยเหลืออยู่ที่สถานีตำรวจทางหลวง ห่างจากเซฟเฮาส์แห่งนี้ไปนับร้อยกิโลเมตร "ฉันบอกแล้วไงคะ ว่าระบบรักษาความปลอดภัยห่วยๆ ของคุณ มันกันได้แค่แมวขโมย" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ขณะที่เจ้าตัวก้าวข้ามธรณีหน้าต่างเข้ามาอย่างถือวิสาสะ รองเท้าผ้าใบเปื้อนโคลนย่ำลงบนพรมราคาแพงโดยไม่แยแสสักนิด รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูง มือเรียวไล้วางบนคีย์บอร์ดโน้ตบุ๊กเพื่อเตรียมคำสั่งทำลายข้อมูลอัตโนมัติ แต่เร็วกว่าที่ปลายนิ้วเธอจะกดลงไป ร่างสูงใหญ่ของกวินก็พุ่งเข้ามาประชิดตัว แรงกระชากที่ข้อแขนทำให้เธอเซเข้าหาแผงอกกว้างโดยไม่ทันตั้งตัว กลิ่นอายเฉพาะตัวของวิศวกรหนุ่ม ทั้งกลิ่นกระดาษ กาแฟเข้มๆ และความตึงเครียดเจือจาง ปะทะเข้ากับปลายจมูกจนเธอต้องผะยองหน้าขึ้นสู้ "อยากตายหรือไง ถึงได้พาตัวเองมาอยู่ในรัศมีทำการของมันแบบนี้" กวินกระซิบเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบฉายแววเกรี้ยวกราดจนน่ากลัว แต่ขณะเดียวกัน มือหนากลับกระชับข้อมือเธอแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปในอากาศ "ปล่อยฉันนะยะ! ตาบ้า... นี่คุณตามฉันมาทำไมเนี่ย ฉันบอกให้รอที่เซฟเฮาส์เก่าไงคะ!" รินรดาดิ้นรนสุดแรงเกิด ฝ่ามืออีกข้างทุบลงบนอกเสื้อเชิ้ตของเขาไม่ยั้ง แต่วิศวกรหนุ่มกลับทำตัวราวกับกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กที่ไม่สะทกสะท้านต่อแรงกระแทกอันน้อยนิดนั้นเลยสักนิด "ถ้าฉันไม่ตามมา ป่านนี้คุณคงกลายเป็นศoนอนอยู่ในห้องขยะของตึกนี้ไปแล้ว รินรดา! เลิกทำตัวเป็นภาระแล้วหัดฟังคำสั่งคนอื่นบ้างจะได้ไหม!" กวินตวาดกลับเสียงต่ำ ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกลงไปในนัยน์ตาเธอ ความหงุดหงิดระคนเป็นห่วงฉายชัดในความมืดมิดของม่านตาคู่นั้น จนหัวใจของแฮกเกอร์สาวกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว "ฉันไม่ใช่ภาระนะคะ! และอีกอย่าง..." รินรดาชะงักคำพูดเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นที่หน้าประตูทางเข้า เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ถูกสะเดาะด้วยเครื่องมือช่างมืออาชีพ! *พวกมันมาแล้ว... เร็วกว่าที่คาดไว้เสียอีก* กวินสบถออกมาคำหนึ่งอย่างหัวเสีย ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องเพื่อหาทางหนทีไล่ ในขณะที่รินรดากลับดึงมือออกจากอุ้งมือเขาแล้วคว้าแฟลชไดรฟ์ตัวจิ๋วขึ้นมาจากโต๊ะทำงาน ท่าทางปราดเปรียวและไม่เกรงกลัวตายทำให้วิศวกรหนุ่มถึงกับต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความระоาใจระคนทึ่ง "จับมือฉันไว้" กวินออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด ไร้ซึ่งความลังเล "หะ... หา? อะไรของคุณคะเนี่ย" "ถ้าไม่อยากสมองไหลคาห้องนี้ ก็หุบปากแล้ววิ่งตามมา!" วิศวกรหนุ่มไม่รอให้เธอได้เถียง เขาคว้าข้อมือเรียวแล้วออกแรงดึงสุดกำลัง ร่างทั้งร่างของรินรดาเซถลาตามแรงฉีกกระชากอย่างเลี่ยงไม่ได้ เสียงประตูห้องพักถูกถีบพังโครมใหญ่ตามหลังมาพร้อมๆ กับเสียงปืนเก็บเสียงที่ดัง *ฟึ่บ!* เจาะทะลุกรอบหน้าต่างไม้จนเศษไม้กระจายว่อน กวินพาเธอลัดเลาะไปตามทางหนีไฟด้านหลังห้อง ซึ่งเชื่อมต่อกับท่อระบายอากาศเก่าของตัวอาคาร พื้นที่แคบและอับชื้นทำให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างยากลำบาก กลิ่นอับชื้นและฝุ่นละอองคละคลุ้งจนรินรดาต้องนิ้วเรียวขึ้นปิดจมูกเบาๆ แต่เธอก็ไม่มีเวลามาบ่นอะไรทั้งสิ้นเมื่อกระสุนนัดที่สองเฉี่ยวผ่านหัวไหล่ของกวินไปปักลงบนผนังปูนจนฝุ่นตลบ "กวิน! คุณเลือดออก!" รินรดาอุทานเสียงหลงเมื่อเห็นรอยแดงซึมผ่านเนื้อผ้าบริเวณหัวไหล่ซ้ายของชายหนุ่ม "เรื่องแค่นี้ ฉันไม่ตายง่ายๆ หรอกน่า" กวินกัดฟันกรอด ความเจ็บปวดไม่ได้ทำให้ความเร็วในการก้าวเท้าของเขาลดลงเลยแม้แต่น้อย เขาดึงร่างบางให้มุดผ่านช่องระบายอากาศแคบๆ ออกสู่ระเบียงด้านนอกของตึกร้างอีกฝั่งหนึ่ง ลมยามค่ำคืนปะทะเข้ากับใบหน้าจนผมเผ้าปลิวสยาย พวกเขาทิ้งตัวลงบนเบาะรถกระบะคันเก่าที่จอดซ่อนไว้ในมุมอับสายตา กวินไม่รอช้า เขาสSاتกุญแจรถเสียบเข้าช่องสตาร์ทแล้วเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปจากลานจอดรถด้วยความเร็วสูงทันที ก่อนที่เงาร่างของกลุ่มชายชุดดำจะวิ่งกรูออกมาจากซอกตึกไม่กี่วินาทีต่อมา ภายในห้องโดยสารที่มืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากถนนด้านนอกที่สาดส่องเข้ามาเป็นระยะ ความเงียบงันปกคลุมอยู่ชั่วครู่ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนทั้งคู่ที่ดังแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ รินรดานั่งกอดอก เม้มริมฝีปากแน่นพยายามข่มความตื่นตระหนก สายตาเหลือบมองไปเห็นรอยเลือดที่เริ่มซึมเป็นวงกว้างบนเสื้อของคนขับ ความรู้สึกผิดลึกๆ ตีตื้นขึ้นมาในอกจนเธอต้องเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย "นี่... จอดรถก่อนสิคะ ฉันจะทำแผลให้" "ไม่ต้อง ขับไปอีกหน่อยค่อยว่ากัน" กวินตอบเสียงห้วน ใบหน้าคมคายยังคงมองตรงไปข้างหน้าด้วยความเคร่งเครียดสันกรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน "บอกให้จอดไงคะ! ถ้าคุณแขนเดี้ยงแล้วใครจะขับรถหนีพวกมันเล่า!" รินรดาแหวใส่ด้วยความหงุดหงิด เธอเอื้อมมือไปคว้าพวงมาลัยรถจนกวินต้องหักหลบกะทันหันอย่างเสียไม่ได้ ก่อนที่เขาจะยอมตบไฟเลี้ยวแล้วจอดรถเข้าข้างทางในซอยเปลี่ยวที่ค่อนข้างมืดสนิท วิศวกรหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ หันมาจ้องหน้าเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดุ ดัน "คุณนี่มันดื้อด้านไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ รินรดา" "ฉันหวังดีหรอกนะคะ!" เธอย้อนกลับทันควัน พร้อมกับเอื้อมมือไปเปิดไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือแล้วส่องตรงไปยังบาดแผลที่หัวไหล่ของเขา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ในตอนนี้ใกล้กันเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน กวินชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบเนียนใสที่อยู่ห่างเพียงคืบ แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนละมุนที่ยากจะปิดมิด รินรดาที่กำลังงגתอยู่กับการแกะกระดุมเสื้อของเขาเพื่อดูแผลเงยหน้าขึ้นสบตาเขาพอดี... จังหวะนั้นเองที่โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน "มองอะไรคะ หน้าฉันมีแผลด้วยหรือไง" เธอเอ่ยเสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างแปลกประหลาด "เปล่า..." กวินกระซิบตอบ เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ปลายดั้งโด่งคลอเคลียอยู่ใกล้ขมับของเธอโดยไม่ตั้งใจ "แค่กำลังคิดว่า... ทำไมผู้หญิงปากเก่งอย่างคุณ ถึงชอบทำให้ฉันต้องใจหายวาบอยู่เรื่อย" รินรดาหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เธอกำลังจะอ้าปากเถียงกลับเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่ทว่า... *ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะกระจกฝั่งคนขับดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างกะทันหัน! ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว กวินรีบดึงรินรดาให้หมอบลงไปที่เบาะข้างคนขับทันทีด้วยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองยังนอกหน้าต่างรถด้วยความระแวดระวัง และเมื่อแสงไฟจากเสาไฟริมทางสาดส่องกระทบใบหน้าของคนที่ยืนยิ้มเยาะอยู่ข้างรถ รินรดาก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ *...ดร.อานนท์!* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งเสียงเชียร์ให้ "เหมยฮวาแรกแย้ม" มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจวิศวกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%