กลิ่นกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอบอวลอยู่ทั่วห้องควบคุมระบบของเซฟเฮาส์ แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบราศีกำลังจะติดลบ เมื่อผู้มาเยือนยามวิกาลไม่ได้มาเพียงลำพัง ดร.อานนท์ ในชุดสูทเนี๊ยบกริบขัดกับสถานที ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยรอยยิ้มเยาะที่เคลือบยาพิษ ด้านหลังของเขาคือชายฉกรรจ์ในชุดดำอีกสี่นายที่แผ่รังสีคุกคามชัดเจน
"ไม่คิดเลยว่าหนูรินจะซ่อนตัวอยู่ในรูหนูสกปรกๆ แบบนี้... น่าผิดหวังจริงๆ นะคะ" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความเหยียดหยามของอานนท์ดังขึ้น พร้อมกับก้าวล้ำเข้ามาในเขตหวงห้ามอย่างไร้มารยาท
รินรดาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หมุน นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะกระจกเป็นจังหวะช้าๆ ทว่าดวงตากลับคมกริบราวกับแมวป่าที่พร้อมตะปบเหยื่อ เธอยกยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย
"รูหนูแห่งนี้คงสะอาดไม่พอที่จะต้อนรับคนหน้าหนาอย่างคุณหรอกค่ะ ดร.อานนท์ เชิญทางออกอยู่ด้านหลัง... หรืออยากให้ฉันช่วยกดปุ่มส่งตัวคุณออกไปด้วยระบบขับไล่ขยะดีล่ะคะ?"
อานนท์หัวเราะในลำคอ แววตาคมปลาบกวาดมองไปทั่วห้องก่อนจะมาหยุดที่ร่างสูงของกวินที่ยืนบังรินรดาไว้อย่างแนบเนียนแต่เด็ดขาด วิศวกรหนุ่มเจ้าของเซฟเฮาส์ไม่ได้ปริปากพูดสักคำ แต่แววตาที่จ้องมองอานนท์นั้นเย็นชาและคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกน
"อ้อ... วิศวกรหนุ่มอนาคตไกลผู้รักความสันโดษนี่เอง คุณกำลังเอาอนาคตตัวเองมาทิ้งเพราะผู้หญิงคนเดียวคุ้มแล้วหรือครับกวิน? เธอแค่เครื่องมือชิ้นหนึ่งที่ขโมยข้อมูลบริษัทไป... ส่งตัวเธอมาให้ผมซะ แล้วผมจะทำเป็นลืมเรื่องทั้งหมด" อานนท์เอ่ยด้วยท่าทีเหนือกว่า
กวินแค่น A หึในลำคอ ร่างสูงก้าวออกมายืนเต็มความสูง บังร่างของหญิงสาวไว้มิดชิดยิ่งขึ้นโดยสัญชาตญาณ ปฏิกิริยาปกป้องนี้แสดงออกมาชัดเจนจนรินรดาที่นั่งอยู่ด้านหลังถึงกับชะงัก หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่
"เครื่องมือ? คุณคงตาถั่วมากสินะครับ ถึงมองเพชรเม็ดงามเป็นแค่เศษเหล็ก... และอีกอย่าง เซฟเฮาส์นี่เป็นเขตหวงห้าม คนไม่มีมารยาทอย่างคุณ... หมอรับประกันไหมครับว่าก้าวออกไปจากที่นี่ครบสามสิบสองหรือเปล่า" กวินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนอานนท์หุบยิ้มแทบไม่ทัน
ดร.อานนท์หน้าตึงขึ้นมาทันทีเมื่อถูกตอกกลับอย่างเจ็บแสบ เขาโบกมือส่งสัญญาณให้ลูกน้องด้านหลังขยับเข้าประชิด "ปากดีนักนะ! จับตัวมันไว้!"
ชายฉกรรจ์สองนายพุ่งเข้ามาหาทันทีด้วยความเร็ว แต่กวินไวกว่า เขาคว้าประแจเหล็กขนาดใหญ่บนโต๊ะทำงานเหวี่ยงสกัดเข้าที่ข้อพับเข่าของคนแรกอย่างแม่นยำจนร่างนั้นทรุดฮวบล้มลงไปกองกับพื้น ก่อนจะหมุนตัวเตะเสยปลายคางของอีกคนจนกระเด็นไปกระแทกชั้นวางเอกสารเสียงดังสนั่น
รินรดาแอบอมยิ้มอย่างนึกสนุก เธอยกมือขึ้นกอดอกมองภาพวิศวกรหนุ่มออกโรงบู๊ต่อหน้าต่อตา "โอ้โห... นึกว่าเป็นแต่นั่งหน้าคอมพ์ ที่แท้ก็มีดีกรีสายบู๊เหมือนกันนี่คะคุณวิศวกร" เธอเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด
กวินหันมามองค้อนเธอด้วยหางตาแวบหนึ่ง "หุบปากไปเลยรินรดา! เธอนั่นแหละตัวปัญหา!" เขาตวาดกลับเสียงเขียว แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อนั้นฟ้องชัดเจนว่าเขากำลังเขินอายที่ถูกชมต่อหน้าคนอื่น
อานนท์เห็นลูกน้องพ่ายแพ้ไม่เป็นท่า สีหน้าจึงบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาสบถออกมาอย่างหัวเสียก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทเพื่อหยิบอาวุธบางอย่างออกมา
"ในเมื่อพวกแกดื้อด้านนัก ก็ตายกันไปซะทั้งคู่เถอะ!"
ทันทีที่เห็นวัตถุโลหะสีดำมันวาวในมือของอานนท์ สัญชาตญาณดิบของกวินก็ทำงาน เขารีบพุ่งตัวกระโจนเข้าใส่รินรดาที่นั่งอยู่ทันที แรงกระแทกทำให้ทั้งคู่ล้มกลิ้งลงไปกับพื้นห้อง โดยมีร่างหนาของกวินโถมทับปกป้องเธอไว้ใต้ร่างอย่างแน่นหนา
*ปัง!*
กระสุนปืนนัดแรกเจาะทะลุกระจกหน้าต่างแตกกระจาย เสียงคำรามก้องของวิศวกรหนุ่มดังลั่น พร้อมกับลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดอยู่ใกล้ใบหูของหญิงสาว
รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวโครมครามไม่ใช่เพราะความกลัวจากคมกระสุน แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเธอกับกวินในเวลานี้มันใกล้เสียจนเธอได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นเหงื่ออ่อนๆ ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบ ดวงตาคมคายคู่นั้นฉายแววตื่นตระหนกและห่วงใยอย่างปิดไม่มิด
"เธอ... เจ็บตรงไหนไหมยัยตัวแสบ!" กวินถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ร่างกายของเขายังคงเกร็งเครียดเพื่อบังกระสุนให้เธอทุกตารางนิ้ว
รินรดาจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น รอยยิ้มซุกซนปรากฏขึ้นที่มุมปาก แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด เธอก็อดไม่ได้ที่จะแกล้งคนปากแข็งตรงหน้า
"ถ้าฉันไม่เจ็บ... แต่หัวใจจะวายเพราะคุณกอดแน่นเกินไปนี่สิคะ..." เธอจงใจกระซิบเสียงแผ่วเบa ดวงตาพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์
กวินชะงักกึก ใบหน้าที่เคยเคร่งเครียดบัดนี้ขึ้นสีแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เขาเม้มปากแน่นอย่างขัดเขินแต่ก็ยังไม่ยอมขยับตัวหนี "ใคร... ใครกอดเธอ! ฉันแค่... ฉันแค่ปกป้องหลักฐานคดีต่างหากเล่า!"
"หลักฐานคดีกอดแน่นขนาดนี้เลยเหรอคะคุณกวินขา..." รินรดายิ่งได้ใจ เธอยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้โดยอัตโนมัติ ใบหน้าสวยขยับเข้าไปใกล้จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกับแก้มสากของเขา
วิศวกรหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เคมีที่พวยพุ่งระหว่างคนทั้งสองร้อนแรงยิ่งกว่าอุณหภูมิในห้องควบคุม กวินรู้สึกราวกับสติสตางค์ของตัวเองกำลังจะหลุดลอยไปกับดวงตาส่อประกายท้าทายคู่นั้น
ทว่า ก่อนที่กวินจะได้เอאยปากเถียงอะไรกลับไป เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงไซเรนรถตำรวจที่ดังมาจากภายนอกก็ทำให้อานนท์หน้าถอดสี รีบถอยกรูดออกไปทางประตูหน้าทันทีพร้อมลูกน้องที่เหลือ
"ฝากไว้ก่อนเถอะพวกแก!" อานนท์ตะโกนอาฆาตก่อนจะวิ่งหนีหายไปในความมืด
ภายในห้องควบคุมกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ที่ยังคงกอดเกยกันอยู่บนพื้น
กวินก้มมองหญิงสาวที่นอนอยู่ใต้ร่าง สายตาของเขาอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ความหึงหวง ความโกรธ และความกังวลเมื่อครู่หลอมรวมกลายเป็นความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายเป็นคำพูด
รินรดาสบตากลับ รอยยิ้มซุกซนเมื่อครู่เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาไหวระริกที่คาดเดาไม่ได้ เธอกระซิบเสียงเบาหวิวราวกับจะท้าทายความอดทนครั้งสุดท้ายของเขา
"ไหนล่ะคะ... อาการหึงหวงเมื่อกี้ บอกหน่อยสิว่ากลัวฉันโดนยิง... หรือกลัวฉันโดนผู้ชายคนอื่นคาบไปกินกันแน่คะคุณวิศวกร?"
กวินนิ่งงดไปอึดใจหนึ่ง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมฝีปากนุ่มของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกันในระยะประชิดที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ และก่อนที่รินรดาจะทันตั้งตัว กวินก็เอ่ยกระซิบเสียงพร่าข้างริมฝีปากเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นน้อยๆ
"ถ้าเธอยังไม่เลิกยั่ว... ฉันอาจจะไม่ได้แค่กอดเธอไว้เฉยๆ แบบนี้แน่..."
ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามและเอาใจช่วยความซึนของพ่อวิศวกรกับแม่แฮกเกอร์ตัวแสบของเรานะคะ!
เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจวิศวกร•ตอนที่ 27
อาการหึงหวงแบบซึนๆ
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจวิศวกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!