หน้าจอคอมพิวเตอร์สามจอแสดงผลโค้ดสีเขียวตัดกับพื้นหลังมืดสนิท รินรดากำลังรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดด้วยความเร็วระดับแสง เสียงแป้นพิมพ์กระทบกันรัวๆ ราวกับสนามรบขนาดย่อม ทว่าความเงียบสงบในเซฟเฮาส์กลับต้องพังทลายลง เมื่อร่างสูงโปรดของวิศวกรหนุ่มเจ้าของห้องก้าวเข้ามาหยุดยืนเท้าสะเอวอยู่เบื้องหลัง พร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่ดังเสียยิ่งกว่าเสียงพัดลมระบายอากาศ
"ถ้าคุณยังแก้ปัญหาด้วยการเขียนโค้ดลัดเลาะกำแพงไฟแบบเด็กฝึกงานเล่นสนุก โปรเจกต์นี้คงพังก่อนที่เราจะได้เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ของ ดร.อานนท์เสียอีกค่ะ รินรดา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยือกเย็นและเรียบเฉียบดังขึ้นทันที กวินปรายตามองหน้าจอด้วยแววตาตำหนิ มือหนาคว้าแก้วกาแฟดำขึ้นจิบ ร่างกายขยับเข้าใกล้จนรินรดารู้สึกได้ถึงไอความร้อนจากตัวเขาที่แผ่ซ่านเข้ามาในเขตพื้นที่ส่วนตัว
รินรดากระแทกนิ้วลงบนปุ่ม Enter ครั้งสุดท้ายด้วยแรงที่มากกว่าปกติ ก่อนจะหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตฉายแววพยศและท้าทายอย่างเห็นได้ชัด เธอหมุนเก้าอี้ล้อเลื่อนหันมาสบตาเขาตรงๆ เชิดคางขึ้นเล็กน้อยอย่างคนที่ไม่เคยคิดจะยอมจำนนต่อความเผด็จการของใครหน้าไหนทั้งสิ้น
"เด็กฝึกงานเหรอคะ? หึ... ถ้าเด็กฝึกงานคนนี้ไม่แก้โค้ดลัดเลาะที่คุณว่า ป่านนี้ระบบป้องกันชั้นที่สามของบริษัทโฮลดิ้งนั่นคงดีดไอพีแอดเดรสของเราทิ้งตั้งแต่ห้านาทีแรกแล้วค่ะ คุณกวิน" รินรดาโต้กลับทันควัน น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันที่อีกฝ่ายจงใจทำเป็นมองไม่เห็นความพยายามของเธอ
กวินหรี่ตาลงเล็กน้อย สันจมูกโด่งคมเป็นสันนูนขึ้นตามแรงขบกรามของเจ้าตัว เขาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘ปัง’ จนของเหลวสีเข้มกระฉอกเล็กน้อย ความหงุดหงิดฉายชัดอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะนิ่งสงบเป็นประจำ
"คุณกำลังใช้ความสะใจส่วนตัวมาเดิมพันกับความปลอดภัยของทีม การเจาะระบบแบบมักง่ายแบบนั้นมันเสี่ยงเกินไป วิศวกรที่ดีเขาออกแบบระบบด้วยตรรกะและความรอบคอบ ไม่ใช่ใช้อารมณ์พาไปเหมือนแฮกเกอร์ข้างถนนอย่างคุณ"
"อ้าว! พูดให้มันดีๆ นะคะคุณวิศวกรผู้แสนจะเจ้าระเบียบ!" รินรดาลุกพรวดขึ้นยืนจนเก้าอี้กระแทกผนังห้องเสียงดัง เธอจ้องหน้าเขาเขม็ง ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบเดียว จนเธอต้องแหงนหน้ามองเขาเล็กน้อย "ถ้าไม่มีแฮกเกอร์ข้างถนนคนนี้คอยกวาดขยะดิจิทัลที่คุณทำหล่นไว้ ป่านนี้คุณคงนั่งเหงื่อตกอยู่ในคุกใต้ดินของ ดร.อานนท์ไปนานแล้วค่ะ อย่ามาทำเป็นเชิดใส่ฉันหน่อยเลย ถ้าเก่งนักทำไมไม่เขียนอัลกอริทึมเข้ารหัสเองตั้งแต่แรกดูล่ะคะ!"
"ผมไม่ได้ทำหล่น ผมกำลังวางแผนรัดกุม!" กวินก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการปกป้องและควบคุมสถานการณ์ทำให้เขาต้องขยับเข้ามาบล็อกพื้นที่ไม่ให้เธอถอยหนี แผ่นหลังของรินรดาชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานโดยปริยาย ขณะที่กวินใช้มือข้างหนึ่งค้ำยันโต๊ะไว้ ก้มหน้าลงมาจนใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มใสที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความโกรธปนความประหม่าที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างกะทันหัน
"ถอยไปเลยนะ..." รินรดาเสียงแผ่วลงไปเล็กน้อยเมื่อรู้ตัวว่าถูกต้อนจนมุม ดวงตาคู่สวยหลบวูบไปมองริมฝีปากหยักที่ขยับพูดคำพูดขวานผ่าซากใส่เธอ "ใกล้เกินไปแล้วค่ะ"
"กลัวเหรอครับ?" กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่า แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นประกายลึกล้ำที่ยากจะคาดเดา เขายังคงรักษาสถานะความนิ่งขรึมไว้ได้ แต่หัวใจที่เต้นรัวอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มกลับทรยศคำพูดของตัวเองสิ้นเชิง "นึกว่าแฮกเกอร์ปากเก่งอย่างคุณจะไม่รู้จักคำว่ากลัวซะอีก เวลาเถียงผมนี่เก่งนัก แต่พอโดนจี้เข้าหน่อยทำไมถึงเสียงสั่นล่ะครับ"
"ฉันไม่ได้กลัว! ฉันแค่... รำคาญความเผด็จการของคุณต่างหากเล่า" รินรดาเถียงอุบอิบ พยายามใช้มือดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่าง แต่ทว่าร่างกายของเขากลับมั่นคงราวกำแพงหิน ยิ่งเผลอออกแรงดัน ตัวเธอกยิ่งเหมือนแนบชิดติดกับตัวเขามากขึ้นไปอีก กลิ่นอายความเป็นผู้ชายเจือกลิ่นกาแฟจางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนเธอเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งท่ามกลางบรรยากาศที่เปลี่ยนจากความเดือดดาลกลายเป็นความตึงเครียดอีกรูปแบบหนึ่ง ความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็นทำให้จังหวะการหายใจของทั้งคู่เริ่มติดขัด กวินก้มมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกที่ขัดแย้งในใจ ปากบอกว่ารำคาญความดื้อรั้น แต่ลึกๆ แล้วเขากลับรู้สึกว่ายัยตัวแสบตรงหน้ากำลังทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาเต้นแรงจนควบคุมไม่ได้
รินรดากัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างขัดใจเมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังเพลี่ยงพล้ำในเกมจิตวิทยาครั้งนี้ เธอรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดเตรียมจะอ้าปากสวนกลับด้วยประโยคเจ็บแสบสักประโยคเพื่อกู้ศักดิ์ศรี
ทว่า...
*กริ๊งงงงง!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินจากระบบเครือข่ายภายในเซฟเฮาส์ดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟสีแดงกะพริบวาบไปทั่วห้องทำงานมืดทึบ หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกลดการแสดงผลลงเหลือเพียงข้อความเตือนภัยสีเลือดขนาดยักษ์: **[WARNING: UNAUTHORIZED EXTERNAL ACCESS DETECTED]**
กวินผละออกจากร่างบางทันที สีหน้าแววตาเปลี่ยนกลับมาเป็นโหมดนักรบผู้เคร่งเครียดในเสี้ยววินาที เขาหันขวับกลับไปที่หน้าจอหลัก สเต็ปการขยับตัวรวดเร็วเด็ดขาด "แย่แล้ว... ไอพีแอดเระของเราถูกแกะรอยเจอ ดร.อานนท์ส่งคนมาแล้ว!"
รินรดานัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ลืมความเขินอายเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น เธอกระโดดกลับมานั่งประจำที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์สวนกลับระบบป้องกันทันที "เป็นไปไม่ได้ ฉันเข้ารหัสพร็อกซีไว้ถึงเจ็ดชั้น ทำไมมันถึงแกะรอยเร็วนัก..."
*ปัง!*
เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงโลหะกระแทกกลอนประตูจนบานไม้หนาบุบยุบลงมาต่อหน้าต่อตา!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกและใจฟูไปกับเคมีสุดเดือดของพี่กวินและรินรดานะคะ!
เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจวิศวกร•ตอนที่ 4
ทฤษฎีความวุ่นวาย
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจวิศวกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!