“ถ้าคิดจะใช้เซฟเฮาส์หลังนี้เป็นที่หลบหัวซุกหัวซุน คุณก็ควรหัดจำกัดขอบเขตความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองให้มันน้อยลงหน่อย รินรดา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดระคนระมัดระวังดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องควบคุมระบบนิรภัยปิดสนิท กวินก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวร่างบางที่ยังคงมีสีหน้าถอดสีจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อและเส้นเลือดที่ปูดโปนตามสัญชาตญาณของความเครียด เขากดสายตาดุคมลงมองคนตรงหน้า ราวกับต้องการใช้ความนิ่งกดดันให้เธอคายความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังดวงตากลมโตคู่นั้นออกมาให้หมด
รินรดาแสร้งสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปลายลิ้นกวาดริมฝีปากที่แห้งผากชั่วครู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจในอกจะเต้นระรัวราวกับกลองเพลจากคำพูดกำกวมเมื่อครู่ที่เธอดันบังเอิญไปล่วงรู้มาก็ตาม
“จำกัดขอบเขตเหรอคะคุณวิศวกรผู้เคร่งครัด?” รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวoเราะเบาๆ นั้นเต็มไปด้วยความกวนประสาทที่ทำเอากิ้วหนาของกวินต้องกระตุก “แปลกจังนะคะ ทั้งที่คนควรจะระวังตัวไม่ให้ความลับรั่วไหลน่าจะเป็นคุณ ที่ดันเผลอหลุดปากเรื่องโปรเจกต์มืดของ ดร.อานนท์ ออกมาตอนเมาหมัดต่างหากล่ะคะ”
“ผมไม่ได้เมา” กวินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มจัดจนเกือบเป็นคำราม เขาก้าวเข้าไปใกล้เธออีกก้าว จนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปชนกับแผงควบคุมเซิร์ฟเวอร์ด้านหลัง “และที่สำคัญ... ผมไม่ได้พูดเรื่องนั้น คุณต่างหากที่หูฝาด หรือไม่ก็จงใจบิดเบือนคำพูดของผมเพื่อหาทางเจาะระบบฐานข้อมูลของผมตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”
“โอ้โห ปรักปรำกันหน้าด้านๆ เลยนะคะเนี่ย” รินรดาทำหน้าตื่นตระหนกเกินจริง มือบางยกขึ้นทาบอกก่อนจะเปลี่ยนเป็นกอดอกแน่น เธอยิ้มยั่วเย้าที่มุมปาก ส่งสายตาแพรวพราวที่รู้ทันเกมทุกอย่างไปให้ชายหนุ่ม “ถ้าฉันอยากจะเจาะระบบเซฟเฮาส์กระจอกๆ นี่จริงๆ ฉันคงไม่ต้องรอให้คุณเผลอหลุดปากหรอกค่ะคุณกวิน แค่ดีดนิ้วสามครั้ง ข้อมูลลับของบริษัทคุณก็คงไปนอนเล่นอยู่บนหน้าจอของฉันเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ”
“มั่นใจเกินไปแล้วนะ” กวินกัดฟันกรอด ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีย์จ้องมองใบหน้าเนียนใสที่เชิดขึ้นอย่างถือดี เขารู้ดีว่ายัยแฮกเกอร์ตัวแสบคนนี้มีความสามารถระดับที่ทำได้อย่างที่พูดจริงๆ และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เขาหัวเสียที่สุด... เธออันตรายเกินกว่าจะปล่อยให้อยู่ใกล้ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็กลับไม่มีสิทธิ์ไล่เธอออกไปไหนในยามนี้ด้วยเช่นกัน
“ก็คนมันมีความสามารถนี่คะ จะให้ถ่อมตัวคงทำไม่เป็นหรอก” รินรดาเชิดหน้าขึ้นท้าทาย ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งเนิ่นนาน ท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่อัดแน่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าแห่งความตึงเครียด ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบจะแนบชิด ลมหายใจอุ่นร้อนของชายหนุ่มปัดผ่านกลุ่มผมสลวยของหญิงสาว ขณะที่กลิ่นอายความสะอาดแบบผู้ชายปนกลิ่นกาแฟเข้มๆ ลอยวนอยู่ปลายจมูกของเธอ
กวินมองริมฝีปากสีพีชที่ขยับเถียงเขาฉอดๆ ด้วยความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งหมั่นไส้ ทั้งอยากจะจับมาตีสักทีข้อหาปากดีไม่ยอมลดละ แต่ลึกๆ แล้ว... เขากลับยอมรับกับตัวเองไม่ได้เลยว่า หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่เธอเข้ามาปั่นป่วนในระยะประชิดแบบนี้
“ฟังให้ดีนะรินรดา” กวินโน้มใบหน้าลงต่ำจนหน้าผากเกือบจะชนกัน น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นกระซิบแผ่วเบาแต่น่าเกรงขาม “นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป นี่คือ ‘กฎเหล็ก’ ข้อแรกของเซฟเฮาส์หลังนี้ ห้ามก้าวก่ายงานของผม ห้ามแตะต้องไฟล์ในระบบแม่ข่ายเด็ดขาด และที่สำคัญ...” เขากวาดสายตาลงมองริมฝีปากเธอก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตา “ห้ามทำหน้าตากวนประสาทใส่ผมแบบนี้อีก ไม่อย่างนั้น... ผมจะหาทางลงโทษคุณด้วยวิธีที่ไม่อาจปฏิเสธได้แน่”
รินรดาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อถูกสายตาคู่นั้นตรึงไว้ หัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะกับประโยคคุกคามที่เจือความอบอุ่นประหลาด แต่ความพยองในสายเลือดก็ทำให้เธอไม่มีวันยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ หญิงสาวจึงยกยิ้มมุมปาก ยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน สวนกลับด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อยที่ท้าทายขีดสุด
“กฎมีไว้แหกนะคะคุณกวิน... ส่วนวิธีลงโทษของคุณเนี่ย” เธอกวาดสายตาสำรวจแผงอกกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตด้วยแววตาวับวาม “จะเด็ดดวงสักแค่ไหนเชียว ฉันชักจะอยากลองพิสูจน์ดูแล้วสิคะ”
กวินถึงกับสูดหายใจเข้าลึกอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ ยัยตัวแสบคนนี้ช่างกล้าท้าทายไฟนรกอย่างแท้จริง มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นเตรียมจะคว้าจับแขนเรียวเพื่อดึงเข้ามาสั่งสอนให้หลาบจำ แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสผิวเนื้อของเธอ...
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินจากหน้าจอหลักของห้องควบคุมก็ดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟสีแดงฉานกะพริบวาบไปทั่วห้องทำลายบรรยากาศสีชมพูอมควันพิษระหว่างคนทั้งคู่ลงในพริบตา
รินรดาหน้าเปลี่ยนสีทันที เธอยกแท็บเล็ตส่วนตัวขึ้นมาเช็กโค้ดรหัสที่วิ่งผ่านหน้าจออย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันขวับไปมองหน้ากวินด้วยแววตาตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิด
“ไม่ใช่ฝีมือฉัน...” รินรดาเอ่ยเสียงเครียด “แต่มีคนกำลังพยายามแฮกเข้ามาในระบบเซฟเฮาส์จากภายนอก... และดูจากไอพีแอดเดรสแล้ว... มันมาจากคนที่คุณเพิ่งพูดถึงเมื่อกี้... ดร.อานนท์!”
กวินหน้าเคร่งขรึมลงทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่ เขาละสายตาจากหญิงสาว หันขวับไปรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์หลักด้วยความเร็วแสงเพื่อปิดกั้นการเจาะระบบ แต่ทว่า... หน้าจอหลักกลับปราดขึ้นข้อความทักทายสีเลือดที่ทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกึก
*[ยินดีต้อนรับสู่เกมสุดท้าย... เจ้าหนูจำศีล]*
ก่อนที่ประตูเหล็กนิหารของเซฟเฮาส์จะถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้เสียง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาของใครบางคนยืนอยู่ตรงกรอบประตู ท่ามกลางความมืดมิดของทางเดินด้านนอก!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความซึนของพี่กวินและยัยตัวแสบรินรดานะคะ!
เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจวิศวกร•ตอนที่ 3
กฎเหล็กของคนคุมงาน
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจวิศวกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!