เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจวิศวกร•ตอนที่ 29

กับดักของคนร้าย

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
เสียงโลหะหนักหน่วงทับซ้อนกับเสียงสับไกปืนคือสิ่งสุดท้ายที่สติสัมปชัญญะของมนุษย์จะประมวลผลทันในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย รินรดาไม่รู้ว่าร่างกายของเธอมันขยับเร็วกว่าความคิด หรือเป็นสัญชาตญาณดิบของแฮกเกอร์สาวที่มักเอาตัวรอดจากมุมอับของโลกใต้ดินมานักต่อนัก รู้ตัวอีกที แผ่นหลังของเธอก็แนบชิดติดกับแผงควบคุมระบบนิรภัยรุ่นโบราณในห้องเซฟเฮาส์ใต้ดินของดร.อานนท์เสียแล้ว แรงกระชากอย่างรุนแรงจากท่อนแขนแข็งแกร่งของกวินดึงเธอให้พ้นจากวิถีกระสุนที่เจาะฝังทะลุตู้เหล็กด้านหลังจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว "คุณนี่มัน... สมองมีไว้ประดับรอยหยักบนกะโหลกหรือยังไง!" กวินคำรามต่ำในลำคอ ใบหน้าคมคายบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเส้นตรง แม้ลมหายใจของเขาจะหอบกระชั้นและแผ่นอกกว้างจะกระเพื่อมไหวจากการออกแรงยื้อยุทธ แต่นัยน์ตาสีนิลคู่นั้นกลับฉายแววตื่นตระหนกที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดวิศวกรผู้เย็นชา "ถ้าฉันไม่พุ่งตัวหลบตามสัญชาตญาณ ป่านนี้คุณคงได้ยืนไว้อาลัยให้หลุมศพฉันไปแล้วนะคะ คุณวิศวกรปากจัด!" รินรดาย้อนเสียงกร้าว แม้เรียวปากอิ่มจะสั่นระริกด้วยความตื่นกลัว แต่ดวงตากลมโตกลับวาวโรจน์ด้วยความพยศไม่ยอมแพ้ มือเรียวเล็กแกล้งผลักอกแกร่งเบาๆ เป็นเชิงประชดประชัน ทั้งที่หัวใจในอกกำลังเต้นรัวโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกซี่โครง ไม่ใช่เพราะกลัวกระสุนปืนของคนร้าย... แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเธอกับเขาในตอนนี้มันใกล้ชิดจนเกินคำว่า 'ปลอดภัย' ไปไกลลิบ ปัง! เสียงกระสุนนัดที่สองคำรามก้องผ่านความมืดสลัว พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาประชิดหน้าประตูห้องนิรภัย กวินไม่รอช้า มือหนาคว้าข้อมือเล็กของหญิงสาวแล้วออกแรงกระชากให้พุ่งตามเข้ามาหลบในมุมอับหลังบานประตูเหล็กกล้าหนาเตอะของห้องนิรภัยนิรันดร์ ซึ่งเป็นห้องเก็บข้อมูลลับสุดยอดของโปรเจกต์ ก่อนที่เขาจะใช้เท้าถีบประตูเหล็กบานยักษ์ให้ปิดกระแทกลงอย่างแรง พร้อมกับหมุนรหัสและกดสลักล็อกนิรภัยชั้นนอกด้วยความเร็วระดับแสง *คลิก! กริ๊ก... ตึ้ง!* เสียงระบบล็อกกลไกไฮดรอลิกทำงานสมบูรณ์แบบ ตัดขาดโลกภายนอกกับภายในออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ความเงียบงันเข้าปกคลุมทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ที่สะท้อนก้องอยู่ในพื้นที่แคบๆ สี่เหลี่ยม รินรดากวาดสายตามองไปรอบตัวด้วยความตื่นตระหนก ห้องนิรภัยนี้ไม่มีหน้าต่าง อากาศภายในมีจำกัด และที่แย่ยิ่งกว่าคือ ไฟสำรองกะพริบติดๆ ดับๆ ก่อนจะดับสนิทลง เหลือเพียงแสงเรืองรองสีแดงส้มจากแผงควบคุมฉุกเฉินที่กำลังแจ้งเตือนสถานะวิกฤต *[เตือนภัย: ระบบระบายอากาศขัดข้อง - ออกซิเจนคงเหลือ: 30 นาที]* "ให้ตายสิ..." กวินสบถเบาๆ อย่างหัวเสีย ใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬที่ผุดพรายตามไรผม เขารีบก้าวเข้าไปรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์แผงควบคุมเพื่อพยายามปลดล็อกระบบระบายอากาศ แต่สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอสีดำมืดกลับมีเพียงตัวอักษรสีแดงฉานกระพริบเตือน *[Error: ระบบถูกล็อกอินภาระจากรหัสแม่ข่าย - ไม่สามารถเปิดประตูหรือระบบระบายอากาศได้จนกว่าจะครบกำหนด 12 ชั่วโมง]* "สิบสองชั่วโมง?" รินรดาอุทานเสียงหลง ขยับเข้าไปประชิดด้านหลังชายหนุ่มเพื่อดูหน้าจอ "บ้าจริง... ดร.อานนท์ตั้งโปรแกรมรหัสฆ่าตัวตายไว้สินะคะ แบบนี้พวกเราได้กลายเป็นศพแห้งอยู่ในนี้ก่อนที่ความช่วยเหลือจะมาถึงแน่ๆ" "หุบปากแล้วยืนเงียบๆ ให้ผมใช้สมองคิดทางรอดบ้างเถอะน่า คุณแฮกเกอร์ปากดี" กวินหันมาดุเสียงเข้ม แววตาคมกริบมองสบเข้ากับดวงตาดื้อรั้นของหญิงสาวในความมืดสลัว แสงสีแดงจากแผงควบคุมสาดกระทบใบหน้าด้านข้างของเขา ทำให้เห็นสันจมูกโด่งเป็นคมและกรามที่ขบเข้าหากันแน่นด้วยความเครียด "นี่ฉันกำลังช่วยคุณคิดวิเคราะห์สถานการณ์นะคะ ไม่ได้มาหาเรื่องชวนทะเลาะ!" รินรดาลอยหน้าลอยตาเถียงกลับ แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกอึดอัดจากปริมาณออกซิเจนที่ค่อยๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด พื้นที่ในห้องนี้แคบเกินไป ยิ่งเขากับเธอยืนเบียดเสียดกันเพื่อแย่งพื้นที่หายใจ กลิ่นกายสะอาดเจือจางผสมกับความเร่าร้อนจากร่างหนาก็ยิ่งแผ่ซ่านเข้ามาในโสตประสาทจนเธอเริ่มเสียสมาธิ กวินถอนหายใจยาวเหยียด ยอมรับกับตัวเองในใจว่าสถานการณ์ตอนนี้มันเลวร้ายกว่าที่คาดคิดไว้หลายเท่า ร่างกายของเขาร้อนรุ่มไม่ใช่เพราะอุณหภูมิในห้องที่ค่อยๆ สูงขึ้น แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นนุ่มจากร่างบางที่แนบชิดอยู่ไม่ห่าง ความดื้อรั้นและแววตาสقระยิบระยับท้าทายความตายของหญิงสาว ทำให้วิศวกรผู้รักความสมบูรณ์แบบอย่างเขาอยากจะดึงเธอเข้ามาเขกกระโหลกสักที... หรือไม่ก็ทำบางอย่างที่ใจสั่งให้ทำมานานแล้ว "อากาศกำลังจะหมด... คุณรู้ใช่ไหมว่าถ้าเราหายใจแรงเกินไป เราจะตายเร็วขึ้น?" กวินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนปลายจมูกแทบจะชนกัน น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าเจือความเย้าแหย่ที่ซ่อนความห่วงใยไว้อย่างแนบเนียน รินรดาชะงัก ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดผิวแก้มทำให้เธอใจเต้นผิดจังหวะ เธอยกมือขึ้นดันแผงอกเขาไว้เบาๆ แต่เจ้ากรรม... กล้ามเนื้อหน้าอกของเขาทั้งแน่นและแข็งราวกับกำแพงเหล็ก "ถ้าอย่างนั้นคุณก็ถอยไปไกลๆ สิคะ มายืนหายใจรดต้นคอฉันอยู่ได้ มันเปลืองออกซิเจนนะ!" "ปากเก่งนักนะ..." กวินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีนิลพินิจพิเคราะห์ใบหน้าเนียนใสที่เปื้อนฝุ่นควันและเหงื่อ ไรผมชื้นแฉะลู่ปรกแก้ม ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นและออกซิเจนที่เริ่มเบาบางลงทุกที ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความปากแข็งและทิฐิของคนทั้งคู่ก็เริ่มปะทุขึ้น ไดอะล็อกหยิกแกมหยอกเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันอันหนักหน่วงที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าแห่งความเสน่หา รินรดารู้สึกว่าหัวใจของเธอกำลังเต้นรัวแรงยิ่งกว่าตอนที่เผชิญหน้ากับปลายกระบอกปืนเสียอีก ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นมองสบกับแววตาคมกริบที่จ้องมองมาอย่างมีความหมาย ความใกล้ชิดนี้มันอันตราย... อันตรายต่อหัวใจดวงน้อยที่กำลังจะควบคุมไม่อยู่ "กวิน... นี่ไม่ใช่เวลามา..." เสียงหวานขาดห้วงไป เมื่อจู่ๆ แขนแกร่งก็รวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาแนบชิดติดกับแผ่นอกอย่างไร้ช่องว่าง สัมผัสอุ่นวาบแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าจนเธอเผลอสูดหายใจเข้าลึกโดยลืมตัวว่าอากาศกำลังจะหมด "เงียบก่อน... ริน" เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่อเธอห้วนๆ เป็นครั้งแรก น้ำเสียงนั้นอ่อนลงจนน่าใจหาย ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่แถวขมับชื้นเหงื่อของเธออย่างถือวิสาสะ "ถ้าเราต้องตายกันที่นี่จริงๆ... ผมมีเรื่องหนึ่งที่คาดคั้นคุณมานานแล้วและอยากจะเคลียร์ให้รู้เรื่อง" รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำรัวรากลองเพล ลมหายใจที่รดรินอยู่ชิดริมฝีปากทำให้สติสตังของเธอหลุดลอยไปไกลลิบ "เรื่อง... เรื่องอะไรคะ?" กวินนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ สายตาสีคู่นั้นกวาดมองเรียวปากอิ่มที่สั่นระริกด้วยความตื่นเต้น ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาประชิดริมฝีปากของเธอจนแทบจะแนบชิด แต่ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของเขากำลังจะทาบทับลงมาเพื่อปิดกั้นเสียงเถียงของเธอให้สนิท *ครืนนน...!* เสียงกลไกเหล็กกล้าด้านนอกประตูห้องนิรภัยเกิดสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงระเบิดตูมใหญ่ที่ดังสนั่นหวั่นไหวจนพื้นห้องใต้ดินสะเทือนเลื่อนลั่น แผงควบคุมฉุกเฉินดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดสนิท และท่ามกลางความโกลาหลนั้น แสงไฟฉายสว่างจ้าก็สาดส่องลอดผ่านรอยแยกของประตูเหล็กที่บิดเบี้ยว พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนก้าวพ้นควันจางๆ เข้ามา... พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ — ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความซึนของพระเอกเราในตอนนี้ แล้วมาลุ้นระทึกต่อในตอนหน้าด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจวิศวกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%