กลิ่นควันจางๆ จากแผงวงจรที่ลัดวงจรยังไม่ทันจางหายดี เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาบนพื้นปูนซีเมนต์เปลือยก็ดึงสติทุกอย่างให้กลับมาสู่ความเป็นจริงที่โหดร้าย เงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงไฟสลัว รอยยิ้มบนใบหน้าของ ดร.อานนท์ ช่างดูเยือกเย็นและน่าสะพรึงกลัวเสียจนรินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
ปลายกระบอกปืนเก็บเสียงสีดำสนิทในมือของชายวัยกลางคนไม่ได้สั่นแม้แต่น้อย มันถูกยกขึ้นเล็งตรงมายังจุดที่พวกเธอยืนอยู่ทันที
"เกมจบลงตรงนี้แล้วล่ะครับ... คุณวิศวกรผู้แสนดี กับแฮกเกอร์ตัวแสบ" น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่มักจะเอ่ยด้วยความใจดีเสมอในยามปกติ บัดนี้กลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก
รินรดาขยับตัวจะขยับมือไปที่คีย์บอร์ดฉุกเฉิน ทว่ากวินกลับไวกว่า ร่างหนาพุ่งเข้าประชิดตัวเธอในเสี้ยววินาที แรงกระชากนั้นทำให้แผ่นหลังบางแนบชิดกับอกแกร่งของเขาโดยไม่ต้องนัดหมาย กวินใช้ร่างกายของตนเองบังร่างของเธอไว้มิดชิด ปลายกระบอกปืนพุ่งเป้ามาที่พวกเขาพอดี
"ถอยไปนะกวิน! นายจะบ้าหรือไง!" รินรดาตวาดเสียงสั่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัวต่อความตายที่อยู่ตรงหน้า แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาที่โอบเอวเธอไว้แน่นจนแทบหลอมละลาย
"เงียบปากน่า รินรดา..." กวินกระซิบเสียงพร่าข้างใบหู ลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดรินอยู่แถวขมับ แววตาที่มองเธอมันไม่ใช่สายตาของคนกลัวตาย แต่มันเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและความรู้สึกบางอย่างที่เขาเก็บซ่อนมันมาตลอด "ถ้าเธอรั้นอีกนิดเดียว ฉันคงต้องจับเธอมาจูบปิดปากจริงๆ ด้วยความหมั่นไส้แล้วนะ"
ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย ไดอะล็อกบ้าบอนี้กลับทำให้รินรดาเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา น้ำตาคลอหน่วยที่เอ่อล้นไม่ได้เกิดจากความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะความอุ่นวาบที่แผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างดื้อดึง
"นายมัน... บ้าที่สุด..." เธอพึมพำเสียงสั่น มือเล็กกำเสื้อเชิ้ตชุ่มเหงื่อของเขาแน่น
ดร.อานนท์หัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน สายตาคมกริบมองภาพคนทั้งคู่ด้วยความสมเพชเวทนา "ช่างเป็นความรักที่น่าประทับใจเสียจริงครับ... กวิน เธอคิดจริงๆ หรือว่าการเอาตัวมาบังผู้หญิงคนนี้ จะช่วยให้พวกเธอรอดออกไปจากเซฟเฮาส์นี่ได้?"
"ผมไม่ได้คิดจะรอด... แต่ผมคิดว่าจะลากคุณลงนรกไปกับผมต่างหากล่ะ อานนท์" กวินตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตากลับคมกริบราวนิดใบมีด มือข้างที่ซ่อนอยู่ด้านหลังส่งสัญญาณมือบางอย่างให้รินรดาลอบมองเห็น รหัสลับที่พวกเขาร่วมกันวางแผนไว้ในเสี้ยววินาที
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก ใช้นิ้วเรียวเล็กกดแป้นพิมพ์ลัดผ่านหน้าจอมือถือที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้ออย่างรวดเร็ว ระบบระบายอากาศฉุกเฉินและระบบล็อกประตูอัตโนมัติถูกแฮกเข้าระบบหลักในพริบตา
พรึบ!
ไฟนีออนทั้งหมดในห้องดับวูบลงเหลือเพียงแสงสีแดงฉานจากระบบสำรองฉุกเฉิน เสียงสัญญาณเตือนภัยดังสนั่นหวั่นไหว ดร.อานนท์ชะงักไปชั่วขณะเมื่อวิสัยทัศน์พร่ามัวลง
"ตอนนี้แหละ!"
กวินไม่รอช้า เขาคว้ามือเล็กของรินรดาไว้แน่นแล้วออกวิ่งฝ่าความมุ่งมั่นพุ่งตรงไปที่ประตูทางหนีไฟ แรงกระชากนั้นทรงพลังและเด็ดเดี่ยว ราวกับว่าเขาพร้อมจะแลกด้วยทุกสิ่งเพื่อให้เธอก้าวพ้นเขตอันตรายนี้ไปให้ได้
"คิดจะหนีรึ!" เสียงตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดตามมาพร้อมกับเสียงกระสุนปืนนัดแรกที่เฉี่ยวหัวไหล่ของกวินไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นดินปืนคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
แรงกระแทกจากการวิ่งทำให้ทั้งคู่ล้มกลิ้งลงไปกับพื้นเหล็กของบันไดหนีไฟ ร่างหนาของกวินพลิกตัวลงไปรับแรงกระแทกแทนเธอทั้งหมด แผ่นหลังของเขาชนเข้ากับราวเหล็กอย่างจังจนเกิดเสียงดังสนั่น รินรดาซุกหน้าลงกับแผงอกกว้าง ได้ยินเสียงหัวใจของเขาที่เต้นรัวเร็วไม่เป็นจังหวะ
"กวิน! นายเจ็บตรงไหนหรือเปล่า!" เธอลนลานใช้มือเล็กสำรวจตามร่างกายของเขาอย่างตื่นตระหนก ความเย็นเยียบแล่นริ้วไปทั่วสันหลังเมื่อปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับความชื้นแฉะของของเหลวสีแดงเข้มที่ซึมผ่านเสื้อผ้าเนื้อดีของเขาออกมา
ดวงตาคมดุของวิศวกรหนุ่มมองสบตาเธอในความมืดสลัว แววตาของเขาไม่ได้มีความเจ็บปวดจากบาดแผลหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความลึกซึ้งและประกายระยิบระยับบางอย่างที่สั่นไหวอย่างรุนแรง
"ริน..." กวินเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า มือหนายกขึ้นประคองใบหน้าเปื้อนเขม่าควันของเธอไว้อย่างทะนุถนอม นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยคราบน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา "ถ้าเกิดว่า... ฉันต้องตายในวันนี้จริงๆ คนที่ฉันเสียดายที่สุด... ไม่ใช่โปรเจกต์บ้าๆ นี่หรอกนะ"
รินรดาส่ายหัวพรืด น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย หัวใจบีบอัดเข้าหากันจนเจ็บแปลบ "หุบปากนะ... นายห้ามตาย ได้ยินไหม! นายต้องรอดออกไปพูดคำพวกนี้ด้วยตัวเองสิไอ้บ้า..."
"ฟังให้จบก่อนสิ ยัยตัวแสบ..." กวินแย้มรอยยิ้มอ่อนโยนที่หาดูได้ยากยิ่ง รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักและยอมจำนนต่อหัวใจตัวเองอย่างหมดสิ้น "คนที่ฉันเสียดาย... คือการที่ฉันยังไม่ได้บอกเธอเลยสักครั้ง..."
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงกำลังใกล้เข้ามาทางบันไดหนีไฟทีละน้อย พร้อมกับเสียงตะโกนสั่งการของลูกน้องดร.อานนท์ที่ดังสะท้อนก้อง แต่กวินกลับไม่สนใจสิ่งรอบตัวอีกต่อไป เขาดึงรั้งท้ายทอยของหญิงสาวให้โน้มลงมาใกล้ จนหน้าผากของพวกเขากลืนแนบชิดกัน
ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด หัวใจสองดวงเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางความตายที่คืบคลานเข้ามาประชิดตัว กวินกระซิบถ้อยคำสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและสั่นเครือเล็กน้อย
"ว่าฉัน... รัก..."
ปัง!
เสียงประตูด้านบนถูกถีบเปิดออกพร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องลงมาตรงจุดที่พวกเขานั่งอยู่พอดี!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับตัวละครด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจวิศวกร•ตอนที่ 30
ถ้าต้องตายวันนี้
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจวิศวกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!