เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจวิศวกร•ตอนที่ 21

จูบแก้สถานการณ์

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ย่ำใกล้เข้ามาบนพื้นปูนเปลือยของลานจอดรถชั้นใต้ดิน ไม่ได้ทำให้หัวใจของรินรดาเต้นรัวเท่ากับฝ่ามือหนาที่กระชากต้นแขนเธอเข้าไปซ่อนหลังเสาต้นใหญ่ แผ่นหลังของเธอแนบชิดกับเนื้อปูนเย็นเฉียบ ทว่าไอร้อนจากร่างสูงของกวินที่ทาบทับเข้ามากลับแผดเผาจนแทบละลาย วิศวกรหนุ่มเจ้าระเบียบผู้มักจะรักษาภาพลักษณ์สุขุมเยือกเย็นเสมอ ยามนี้กลับมีเม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมสัน ดวงตาคู่คมกริบฉายแววตื่นตัวระแวดระวังอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "เงียบ" กระซิบคำสั่งนั้นชิดริมฝีปาก ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้วเนียนจนขนลุกซู่ ปลายทางเดินห่างออกไปไม่ถึงสี่เมตร ลูกน้องมือขวาของ ดร. อานนท์ กำลังเดินตรวจตราพร้อมไฟฉายสาดส่องไปทั่วทุกซอกมุม หากพวกมันหันมาทางนี้เพียงนิดเดียว ความลับเรื่องเซฟเฮาส์และความพยายามในการเจาะระบบฐานข้อมูลลับจะพังทลายไม่เป็นท่า รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูงเพื่อหาทางหนีทีไล่ แต่ทว่าช่องว่างระหว่างเสากลับแคบเกินกว่าจะขยับตัวได้โดยไม่เกิดเสียง กวินขยับตัวเข้ามาประชิดยิ่งขึ้นเพื่อบังร่างเธอไว้มิดชิด จนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับทรวดทรงอิ่มเอิบ ไอร้อนจากตัวเขากลบกลืนกลิ่นอายความเย็นเยือกของลานจอดรถไปจนสิ้น แสงไฟฉายกราดผ่านเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เงาทอดยาวของชายฉกรรจ์สะท้อนบนผนังฝั่งตรงข้าม ร่างสูงของกวินชะתงไปชั่วขณะ ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะก้มลงมองเธอด้วยประกายความระแวงแกมท้าทาย "ถ้าไม่อยากให้พวกมันเห็น... ทำตามที่ฉันบอก" กวินกระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจร้อนระอุเปรดผ่านใบหูจนรินรดาต้องย่นคอหนีด้วยความจั๊กจี้ ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยปากเถียง สายตากลับเหลือบไปเห็นลำแสงไฟฉายที่กำลังจะกวาดมาถึงมุมเสาที่พวกเขายืนอยู่ ไม่มีเวลาให้ลังเล ไม่มีพื้นที่ให้ใช้ความคิดคำนวณใดๆ ทั้งสิ้น ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดจนไม่เหลือช่องว่าง ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะทาบทับกลีบปากนุ่มของเธออย่างรวดเร็วและเด็ดขาด! รินรดาดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เสียงอุทานประหลาดติดอยู่ลำคอ สมองที่เคยลื่นไหลรวดเร็วคล้ายหยุดทำงานไปชั่วขณะ สัมผัสอุ่นจัดจากริมฝีปากของชายหนุ่มทั้งดุดันและเร่งเร้า รสชาติความตื่นตระหนกผสมผสานกับความวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วสรรพang กลิ่นอายความเป็นตัวตนของกวิน—กลิ่นกาแฟเข้มเจือจางกับความสะอาดสดชื่น—โอบล้อมเธอไว้จนแทบขาดใจ นี่ไม่ใช่แค่การแสดงเพื่อตบตาคนร้าย... แต่มันคือการฉกฉวยโอกาสในวิกฤตที่ทำให้หัวใจของวิศวกรผู้เจ้าระเบียบเต้นรัวราخواกลองศึก รินรดาพยายามจะผงะถอย แต่ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งกลับเลื่อนขึ้นมาประคองท้ายทอยเธอไว้มั่น บังคับให้อนุญาตรับสัมผัสอันอุกอาจนี้อย่างจำยอม ปลายนิ้วเรียวของเธอเผลอขยุ้มสาบเสื้อเชิ้ตสีเทาเข้มของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว เพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวในขณะที่โลกทั้งใบคล้ายกำลังหมุนเคว้งคว้าง เสียงฝีเท้าของลูกน้อง ดร. อานนท์ หยุดชะงักลงตรงหน้าเสาพอดี เสียงบ่นพึมพำด้วยความหงุดหงิดดังลอดเข้ามาในโสตประสาท พร้อมกับเสียงสบถเบาๆ เมื่อพวกเขาเข้าใจว่ามุมมืดตรงนี้เป็นเพียงจุดอับสายตาของคู่รักที่แอบมาสวีทกันในยามวิกาล "ไปเหอะวะ ที่นี่ไม่มีอะไรหรอก ขืนไปขัดจังหวะพวกมัน เดี๋ยวโดนหัวหน้าด่าอีก" เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างรำคาญใจ ก่อนที่เสียงฝีเท้าเหล่านั้นจะค่อยๆ เดินห่างออกไป เสียงปิดประตูเหล็กกั้นโซนดังขึ้นตามมา ยืนยันว่าอันตรายผ่านพ้นไปแล้วชั่วคราว ทว่า... ริมฝีปากของทั้งคู่ยังคงแนบชิดติดกันอยู่ กวินค่อยๆ ถอนจูบออกช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง ดวงตาคู่คมที่มักจะเย่อหยิ่งและเย็นชา ยามนี้กลับพราวระยับด้วยประกายความปรารถนาที่ซ่อนเร้นมานาน ปลายจมูกโด่งยังคงคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียน ลมหายใจของทั้งสองคนหอบกระชั้นถี่รัวสะท้อนความตื่นเต้นที่ยังค้างคา รินรดากระพริบตาปริบๆ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความโกรธเคืองที่ควรจะปะทุขึ้นมาต่อว่าชายหนุ่ม กลับถูกกลืนหายไปด้วยความร้อนผ่าวที่ลามเลียพวงแก้ม "นาย... ฉวยโอกาสนะกวิน" เธอเอ่ยเสียงกระซิบแหบพร่า พยายามดันอกกว้างออกห่าง แต่แรงที่มีกลับน้อยนิดราวกับลูกแมว วิศวกรหนุ่มยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มร้ายกาจที่หาดูได้ยากปรากฏบนใบหน้าคมสัน ปลายนิ้วยาวยังคงเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มให้อย่างเบามือ สวนทางกับวาจาปากร้ายตามนิสัยที่กลับมาทำงานทันที "ถ้าไม่ทำถึงขนาดนี้... เธอจะเงียบสนิทได้นานขนาดนั้นเลยรึไง แม่แฮกเกอร์ตัวแสบ" "ฉันเอาตัวรอดเองได้น่า ไม่เห็นจำเป็นต้อง..." "เหรอ? เมื่อกี้ใครกันนะที่ยืนแข็งทื่อเป็นหิน" กวินสวนกลับทันควัน นัยน์ตาพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้เป็นฝ่ายชนะ "หรือติดใจสัมผัสเมื่อกี้จนพูดไม่ออกกันแน่" รินรดาหน้าแดงก่ำด้วยความหมั่นไส้ หญิงสาวตวัดสายตาค้อนใส่เขาชุดใหญ่ มือเรียวยื่นไปหยิกเข้าที่เอวสอบของอีกฝ่ายเต็มแรงจนกวินต้องสูดปากด้วยความเจ็บ แต่รอยยิ้มบนมุมปากกลับไม่ได้จางหายไปเลยแม้แต่น้อย เคมีที่คุกกรุ่นระหว่างความซึนเดเระและความแสบสันต์ก่อตัวขึ้นหนาแน่นในความมืดสลัว "ปากดีนักนะพ่อวิศวกรเจ้าระเบียบ ระวังตัวไว้เถอะ รอบหน้าฉันไม่ยอมให้เอาเปรียบฟรีๆ แน่" เธอขู่เสียงลอดไรฟัน พยายามจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เพื่อกลบเกลื่อนความรัญจวนใจที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด "ยินดีต้อนรับเสมอ..." กวินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มเจือความคลั่งรักที่เจ้าตัวพยายามปกปิดอย่างสุดชีวิต "ถ้ามันทำให้เธอเลิกทำอะไรเสี่ยงๆ แบบนี้... ฉันยอมให้เธอเอาคืนทั้งวันก็ได้" คำพูดกำกวมและสายตาร้อนแรงทำให้รินรดาต้องเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่กำลังระบายบนใบหน้า ทว่าก่อนที่ทั้งคู่จะได้โต้เถียงกันต่อ เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากแท็บเล็ตในกระเป๋าเป้ของเธอก็สั่นสะเทือนขึ้นทำลายความเงียบ รินรดารีบดึงหน้าจอขึ้นมาดู ข้อความโค้ดลับที่ถูกส่งตรงมาจากแหล่งข่าววงในทำให้สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากสีระเรื่อเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่ออ่านบรรทัดสุดท้าย กวินสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงขยับเข้าไปใกล้ "มีอะไร?" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกที่รุนแรงกว่าตอนเจอคนร้ายเสียอีก "ดร. อานนท์ไม่ได้อยู่ที่นี่... และเป้าหมายที่แท้จริงของเขาคืนนี้ ไม่ใช่เซฟเฮาส์หลังนี้" เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "แต่เป็นระบบความปลอดภัยหลักของตึกใหญ่... ที่ตอนนี้กำลังถูกแฮกจากข้างในโดยคนสนิทของนายเอง" กวินชะงักกึก รอยยิ้มเมื่อครู่หายวับไปกับตา ดวงตาคมกริบฉายแววอันตรายขึ้นมาทันที ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจวิศวกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%