เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจวิศวกร•ตอนที่ 23

เบื้องหลังบริษัทสีเทา

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
แสงไฟนีออนสีขาวนวลจากหน้าจอคอมพิวเตอร์นับสิบจอ สะท้อนลงบนกรอบแว่นสายตาและสันจاوโด่งคมคายของกวิน วิศวกรหนุ่มเจ้าระเบียบผู้ไม่เคยปล่อยให้ความผิดพลาดใดๆ หลุดลอดสายตา ทว่าในวินาทีนี้ นิ้วเรียวยาวที่เคยรัวแป้นพิมพ์คำสั่งระบบด้วยความมั่นใจกลับชะงักค้างกลางอากาศ ลมหายใจของเขาติดขัด ราวกับออกซิเจนในห้องเซฟเฮาส์ถูกสูบหายไปจนหมดสิ้น เมื่อรินรดาเคาะแป้นenterครั้งสุดท้ายเพื่อถอดรหัสไฟล์ลับขั้นสูงสุดจากเซิร์ฟเวอร์หลักของบริษัท บนหน้าจอหลัก ปรากฏชื่อโครงการวิจัยระบบสมองกลอัจฉริยะที่เขาและทีมทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายสร้างมานับปี แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของกวินกระตุกวูบจนชาไปทั้งแถบ ไม่ใช่ตัวเลขงบประมาณมหาศาลหรือแผนผังซอร์ฟแวร์ที่ถูกดัดแปลง หากแต่เป็นชื่อผู้มีอำนาจลงนามอนุมัติโครงการลับเบื้องหลัง... "ดร.อานนท์..." เสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคมกวาดมองข้อความในเอกสารดิจิทัลซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกบรรทัดคือหลักฐานมัดตัวว่าผู้อำนวยการผู้ใจดีและเป็นที่เคารพรักของทุกคน แท้จริงแล้วคือผู้อยู่เบื้องหลังการขโมยข้อมูล และจงใจสร้างช่องโหว่ความปลอดภัยเพื่อให้ระบบล่มสลาย เพื่อโยกย้ายเงินทุนเข้าบัญชีลับนอกระบบ "ไม่จริง..." กวินพึมพำกับตัวเอง ความรู้สึกชาหนึบวิ่งพล่านจากปลายนิ้วลามขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ มันไม่ใช่ความตกใจระคนหวาดกลัว แต่เป็นความเจ็บปวดลึกๆ ที่ถูกทรยศโดยคนที่เขาเคยไว้ใจและนับถือเหมือนอาจารย์ รินรดาที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานอยู่ไม่ไกล สังเกตเห็นความผิดปกติทางสีหน้าของชายหนุ่ม แววตาคมกริบของแฮกเกอร์สาวไหววูบลงเล็กน้อย ความแสบสันและท่าทีปั่นประสาทที่เธอชอบใช้หยอกล้อเขาเป็นประจำมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความเห็นอกเห็นใจที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งสงบ "ความจริงบางครั้งมันก็รสชาติแย่เสียยิ่งกว่ากาแฟดำหมดอายุนะคะ คุณวิศวกรเจ้าระเบียบ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าทุกครั้ง เธอทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หมุนตัวใกล้ๆ เอื้อมมือเรียวไปแตะหลังมือหนาที่กำลังกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン "เจ็บใจใช่ไหมล่ะคะ ที่คนที่ไว้ใจที่สุด กลับกลายเป็นคนที่ถือมีดแทงข้างหลังเราเสียเอง" กวินไม่ได้สะบัดมือเธอออกอย่างที่เคยทำทุกครั้งเวลาที่เธอเข้าใกล้เกินความจำเป็น เขากลับพลิกฝ่ามือขึ้นแล้วกุมมือบางของเธอไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว แรงบีบที่สะท้อนผ่านสัมผัสนั้นบอกเล่าความเคียดแค้น ผิดหวัง และสับสนที่อัดแน่นอยู่ในอกได้อย่างชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ ดวงตาสองคู่ประสานกันท่ามกลางความเงียบงันของห้องเซฟเฮาส์ ในยามที่โลกทั้งใบของกวินกำลังพังทลายลงต่อหน้า รินรดากลับกลายเป็นที่ยึดเหนี่ยวเดียวที่เขามี แววตาที่มักจะฉายแววดื้อรั้นและเจ้าเล่ห์ของหญิงสาวในยามนี้กลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ลึกซึ้งจนคนมองหัวใจกระตุก "ฉันไม่เคยคิดเลยว่า... คนที่เราปกป้องระบบให้เขามาตลอด จะเป็นคนทำลายมันด้วยมือของตัวเอง" กวินแค่นหัวเราะออกมาอย่างสมเพชตัวเอง น้ำเสียงทุ้มแหบพร่าเต็มไปด้วยความเจ็บช้ำ "ฉันมันโง่ใช่ไหมรินรดา? ไว้ใจคนผิดมาตลอด จนเกือบทำให้โปรเจกต์ที่ทุกคนฝากความหวังไว้ต้องพังพินาศ" "คุณไม่ได้โง่ค่ะกวิน..." รินรดาเรียกชื่อจริงของเขาเป็นครั้งแรกด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและจริงจังเป็นที่สุด เธยขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนไหล่ของทั้งคู่แนบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะกระชั้นชิด "คุณแค่เป็นคนซื่อตรงเกินไปในโลกที่เต็มไปด้วยคนหลอกลวงต่างหากล่ะคะ... แต่อย่าลืมสิคะว่าคุณไม่ได้สู้คนเดียว อย่างน้อยตอนนี้... คุณก็ยังมีฉัน" คำพูดนั้นทำเอาหัวใจของวิศวกรหนุ่มเจ้าระเบียบเต้นรัวจนแทบหลุดออกมาจากอก ความอบอุ่นจากฝ่ามือที่กุมกันไว้แผ่ซ่านเข้ามาเยียวยารอยร้าวในใจที่กำลังเลือดไหลได้อย่างน่าประหลาด ความรู้สึก 'ซึนเดเระ' ที่เคยพยายามสร้างกำแพงกั้นระหว่างเธอกับเขาพังทลายลงในชั่วพริบตา กวินเงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาว แววตาคมกริบฉายแววความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะควบคุม ไอร้อนผ่าวตีตื้นขึ้นมาที่พวงแก้มของชายหนุ่มจนเขาต้องเบี่ยงสายตาหนีเล็กน้อยด้วยความเขินอายปนระansa "ใครบอกว่าฉันต้องการให้เธอมาสงสารกันเล่า ยัยตัวแสบ" กวินพยายามปรับน้ำเสียงให้กลับมาแข็งกระด้างเช่นเดิม พร้อมกับชักมือกลับอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาฟอร์ม แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัดนั้นกลับทรยศความรู้สึกที่แท้จริงของเขาโดยสิ้นเชิง รินรดาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างนึกเอ็นดู ท่าทีปากไม่ตรงกับใจของพ่อวิศวกรหนุ่มคนนี้ช่างน่าแกล้งเสียจนเธออดใจไม่ไหว "ปากแข็งเสียจริงนะคะ ทั้งๆ ที่เมื่อกี้เกือบจะร้องไห้งอแงซบไหล่ฉันอยู่รอมร่อแล้วแท้ๆ" "รินรดา!" กวินตวาดแหวด้วยความเขินจัด ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่อจนลามไปถึงต้นคอ เขายื่นมือออกไปหมายจะคว้าแขนเธอมาคาดโทษข้อหาปากดี แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสตัวหญิงสาว *ปัง!* เสียงประตูกระจกนิรภัยของเซฟเฮาส์ถูกถีบกระเด็นเปิดออกด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับร่างของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำนับสิบคนที่กรูเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว ราวกับฝูงหมาป่าที่ได้กลิ่นเลือด และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือร่างสูงใหญ่ของ ดร.อานนท์ ที่ก้าวตามเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก แววตาที่เคยใจดีและอบอุ่นในอดีต บัดนี้กลับว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม "เล่นสนุกกันพอหรือยังครับ... คุณวิศวกรคนเก่ง และคุณแฮกเกอร์ตัวแสบ" เสียงทุ้มต่ำของผู้อำนวยการเอ่ยขึ้นพร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ สองสามครั้ง ราวกับกำลังชมละครสัตว์ฉากใหญ่ "น่าเสียดายจริงๆ นะครับ ที่ความจริงที่พวกคุณอุตส่าห์ค้นพบ... จะไม่มีวันได้ถูกนำออกไปบอกใครอีกเลยตลอดกาล" รินรดากระชากแขนกวินให้ถอยหลังไปชิดติดกับมุมโต๊ะคอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็ว พร้อมกับมือข้างหนึ่งที่แอบเลื่อนไปกุมด้ามปืนพกขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ใต้เข็มขัดอย่างเตรียมพร้อม ในขณะที่กวินเองก็แววตาเปลี่ยนเป็นดุดันขึ้นมาทันที เขายืนบังร่างบางของหญิงสาวไว้ข้างหลังตามสัญชาตญาณการปกป้อง แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะตกเป็นรองอย่างสิ้นเชิงก็ตาม หวังว่าหัวใจของนักอ่านทุกท่านจะยังเต้นแรงอยู่เช่นเดียวกับตัวละครนะคะ! - เหมยฮวาแรกแย้ม
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจวิศวกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%