"คุณรวิศคะ... ฉันว่าเราเล่นใหญ่เกินไปหรือเปล่าคะนั่น ดูหน้าคุณกิตติสิคะ ตอนนี้เขียวคล้ำเหมือนคนกินมะระสดไปครึ่งสวนแล้วนะคะ"
มินตรากระซิiเบาๆ พفางดึงชายเสื้อสูทราคาแพงที่รวิศเพิ่งสวมมาหมาดๆ สายตาของเธอลอบมองชายวัยกลางคนผู้สวมนาฬิกาเรือนละหลายล้านที่ตอนนี้กำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่กลางห้องจัดเลี้ยงสุดหรู
รวิศยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบอย่างใจเย็น รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเหนือกว่า อดีตซีอีโอหนุ่มผู้เคยตกอับจนต้องกินมาม่าประทังชีวิต บัดนี้กลับยืนสง่างามอยู่บนจุดสูงสุดด้วยพลังของ "ระบบป่วนเมือง" ที่ประทานความร่ำหาศาลมาให้แบบไม่ทันตั้งตัว
"ใหญ่เกินไปอะไรกันครับคุณมินตรา สำหรับคนประเภทที่เหยียบย่ำคนอื่นตอนเราล้มละลาย การให้บทเรียนราคาแพงแบบนี้... ถือว่าน้อยไปด้วยซ้ำนะครับ" รวิศเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
ย้อนกลับไปเมื่อสัปดาห์ก่อน กิตติ เจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ เคยหัวเราะเยาะเย้ยรวิศและมินตรากลางงานประชุมอย่างไม่ไว้หน้า ไล่พวกเขาออกจากห้องประชุมราวกับหมูเหมือนหมา พร้อมกับคำพูดดูถูกดูแคลนที่รวิศยังจำฝังใจ *‘คนจนตรอกอย่างพวกเธอ สิ้นเดือนนี้ก็คงต้องไปนอนข้างถนนแล้วล่ะมั้ง’*
แต่ในวันนี้ สถานการณ์กลับตาลปัตรแบบ 180 องศา!
"คุณกิตติครับ" รวิศเอ่ยเรียกเสียงดังฟังชัด ท่ามกลางแขกเหรื่อไฮโซนับร้อยคนที่ต่างหยุดบทสนทนาและหันมามองเป็นตาเดียว "โปรジェクト (โปรเจกต์) มูลค่าพันล้านที่ท่านพยายามวิ่งเต้นประมูลอยู่เมื่อครู่... พอดีว่าผมเพิ่งกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทคู่แข่ง และโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดให้เป็นชื่อของ 'คุณมินตรา' คู่หมั้นของผมเรียบร้อยแล้วล่ะครับ"
พรวด!
เสียงสำลักไวน์ดังขึ้นจากมุมหนึ่ง แต่ไม่มีใครสนใจ เพราะสายตาทุกคู่ต่างเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง กิตติถึงกับเข่าทรุดลงไปกองกับพื้น หน้าซีดเผือดราวกับคน The Walking Dead ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะเปล่งเสียงเถียง
มินตราอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ ด้วยความมึนงง เธอมองหน้าคู่หมั้นหนุ่มสลับกับเอกสารสิทธิ์ในมือที่พนักงานธนาคารเพิ่งนำมามอบให้เมื่อคร่าวนี้ นี่เธอกลายเป็นเศรษฐีพันล้านชั่วข้ามคืนแล้วจริงๆ หรือนี่?
[ติ๊ง! ภารกิจ 'ปั่นหัวตระกูลกิตติให้สิ้นซาก' สำเร็จลุล่วง!]
[ระบบทำการโอนเงินสดเข้าบัญชีสำรอง 5,000,000,000 บาท เรียบร้อย!]
[ท่านได้รับฉายาใหม่: "เจ้าพ่อแห่งการปั่นประสาท"]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของรวิศ รอยยิ้มกวนประสาทผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา เขาชอบจริงๆ เวลาที่คนอวดรวยต้องมาคุกเข่าแทบเท้า
"เอ่อ... คุณรวิศครับ คือว่าเรื่องเมื่อก่อน..." กิตติคลานเข้าไปหาพร้อมน้ำตาคลอเบ้า พยายามจะเกาะขาชายหนุ่มเพื่อขอความเมตตา
รวิศก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างรังเกียจ เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้เสมอกับกิตติ ก่อนจะตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ สองที
"จำคำพูดของคุณเมื่อสัปดาห์ก่อนได้ไหมครับ? คนจนตรอก... เขาไม่นอนข้างถนนหรอครับคุณกิตติ แต่เขาจะซื้อตึกที่คุณนอนอยู่ต่างหากล่ะครับ"
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทั่วห้องจัดเลี้ยง ความสะใจแผ่ซ่านไปทั่วร่างของรวิศและมินตรา นี่คือการล้างแค้นที่หอมหวานและกวนประสาทที่สุดในประวัติศาสตร์วงการธุรกิจ!
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังชื่นมื่น เสียงปรบมือช้าๆ และทรงพลังก็ดังขึ้นจากทางเข้าประตูหลัก
*แปะ... แปะ... แปะ...*
ทุกลมหายใจในห้องราวกับถูกหยุดนิ่ง เมื่อร่างระหงของหญิงสาวในชุดราตรีสีดำสนิท ล้อมเพชรระยิบระยับก้าวเข้ามา พร้อมกับบอดี้าร์ดชุดดำนับสิบชีวิตที่เดินแห่ตามหลัง และสิ่งที่ทำให้รวิศถึงกับหุบยิ้มทันที คือใบหน้าของหญิงสาวคนนั้น... เธคืออดีตภรรยาเก่าของเขาผู้เป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องติดลบในชีวิตตั้งแต่แรก!
"ไม่เจอกันนานเลยนะ... สามีเก่า" เสียงเย็นเยียบเอ่ยขึ้น พร้อมรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก "ดูท่าทางคุณจะรวยขึ้นเยอะนี่... หวังว่าเงินพวกนี้ คงไม่ได้มาจากการเกาะผู้หญิงคนอื่นกินหรอกนะ?"
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเสียงหัวเราะและความสะใจมาด้วยกันจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
ชีวิตติดลบแต่ระบบดันอยากให้เป็นตัวตึง•ตอนที่ 11
ปั่นให้ยับ รับทรัพย์รัวๆ
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชีวิตติดลบแต่ระบบดันอยากให้เป็นตัวตึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!