ชีวิตติดลบแต่ระบบดันอยากให้เป็นตัวตึง•ตอนที่ 10

มินตรากับการแต่งตัวสไตล์ตัวตึง

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"แกแน่ใจนะรวิศ ว่าชุดนี้มัน... เออ... ปกติดี?" เสียงกระซิบเจือความหวาดระแวงของมินตราดังขึ้น ท่ามกลางเสียงดนตรีคลาสสิกคลอเบาๆ ในห้องจัดเลี้ยงสุดหรูของโรงแรมระดับห้าดาว ร่างระหงในชุดราตรีที่รวิศเพิ่งลงทุนสั่งตัดพิเศษด้วยระบบมหาศาล กำลังยืนตัวลีบอยู่หลังเสาต้นใหญ่ ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองแขกเหรื่อไฮโซนับร้อยคนที่แต่งกายด้วยชุดราตรีและสูทสากลสุดเนี้ยบ แล้วก้มลงมองชุดของตัวเองสลับกันไปมาด้วยความรู้สึกเหมือนมนุษย์ต่างดาวที่เพิ่งแลนดิ้งลงกลางงานกาลาดินาร์ รวิศ ในชุดสูททักซิโด้ตัดเย็บอย่างประณีต ยิ้มมุมปากอย่างมาดมั่น เขายกแก้วแชมเปญขึ้นจิบเบาๆ ก่อนจะหันมามองคู่หมั้นสาวที่อยู่เคียงข้างเขามาตั้งแต่ยุคมาม่าซองละหกบาทด้วยสายตาเป็นประกาย "ปกติครับ... ปกติแบบที่พวกเซเลบหน้าเงินในงานนี้ไม่มีวันเข้าใจ" รวิศตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทางเจ้าสัวบูรพาและกลุ่มญาติผู้พี่ที่เพิ่งโดนเขาตบหน้าฉะๆ ไปหมาดๆ ในตอนที่แล้ว ร่างของเจ้าสัวแก่ๆ คนนั้นยังคงยืนตัวสั่นเทาอยู่มุมห้อง สีหน้าซีดเซียวราวกับคนเพิ่งเห็นผีกลางวันแสกๆ หลังจากรู้ว่าหุ้นทั้งหมดในมือตัวเองกำลังจะกลายเป็นเศษกระดาษเพราะปลายนิ้วคลิกเดียวของรวิศ แต่ความสนใจของคนทั้งงานในตอนนี้... กลับไม่ได้อยู่ที่เจ้าสัวผู้ยิ่งใหญ่ (ที่ตอนนี้หดเหลือตัวเท่ามด) อีกต่อไป เพราะรัศมีบางอย่างจากมินตรากำลังแผ่ซ่านสะกดทุกสายตา หากมองผิวเผิน มินตราในยามนี้ดูราวกับเจ้าหญิงจากเทพนิยายกรีก-โรมัน ชุดเดรสยาวกรอมเท้าสีขาวมุกเนื้อผ้าไหมแก้วบริสุทธิ์ทอพิเศษสะท้อนแสงไฟแชนเดอเลียร์ระยิบระยับ ดีไซน์เปิดไหล่เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียด ทว่าจุดที่ทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้างจนแมลงวันแทبيบินเข้าปาก ไม่ใช่ความแพงระยับของเนื้อผ้า... แต่เป็นกิมมิคสุดกวนประสาทที่รวิศจงใจใส่เข้าไปตามสไตล์ 'ตัวตึง' ประจำระบบ! บนศีรษะของมินตราประดับด้วยมงกุฎเพชรแท้น้ำงามมูลค่าสิบล้าน... ที่คาดทับด้วยที่คาดผมหูแมวมีไฟกระพริบสีรุ้งอ่อนๆ ตรงกระเป๋าคลัตช์หนังจระเข้แท้ใบจิ๋วห้อยพวงกุญแจตุ๊กตายางเป็ดน้อยที่ส่งเสียง 'กั๊บๆ' ทุกครั้งย่างก้าว และที่สะเทือนไตที่สุดคือ รองเท้าส้นสูงฝังเพชรคริสตัลชวารอฟสกี้แท้ทั้งคู่ แต่รวิศดันบังคับให้เธอใส่ถุงเท้าผ้าฝ้ายลายการ์ตูนหับจุกโผล่ขึ้นมาให้เห็นโต้งๆ! ความหรูหราไฮโซระดับลักชูรีที่ตัดกันอย่างดิบดีกับความกวนโอ๊ยขั้นสุดยอดนี้ ทำให้คุณหญิงคุณนายตระกูลดังที่กำลังจิบไวน์ถึงกับสำลักพรวดออกมาพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย "นั่น... นั่นมันยัยมินตราไม่ใช่เหรอ? ลูกสาวบริษัทล้มละลายที่เพิ่งโดนถอนหมั้นไปรอบก่อนนี่นา!" เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้อง "แต่งตัวบ้าอะไรวะนั่น? มีมงกุฎเพชรแต่ใส่ถุงเท้าลายเป็ดเนี่ยนะ? ประสาทหลอนหรือเปล่า หรือถังแตกจนสติหลุดไปแล้ว?" คุณหญิงท่านหนึ่งจ้องมองด้วยสายตาเหยียดหยาม พร้อมกับใช้พัดขนนกบังปากแล้วหัวเราะคิกคักกับเพื่อนสนิท รวิศได้ยินถ้อยคำเหล่านั้นชัดเจนทุกพยางค์ เขายังคงยิ้มกริ่ม รอยยิ้มของอดีตซีอีโอผู้กุมอำนาจเงินมหาศาลเต็มสูบไม่มีความสะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขากล้าการันตีเลยว่า อีกไม่ถึงสามนาทีข้างหน้า พวกปากหอยปากปูเหล่านี้จะต้องรีบกลืนน้ำลายตัวเองลงคอแทบไม่ทัน "รวิศ... ฉันว่าเรากลับกันเถอะนะ คนมองกันทั้งห้องแล้ว หน้าฉันชาไปหมดแล้วเนี่ย" มินตราดึงชายแขนเสื้อสูทของรวิศยิกๆ ใบหน้าหวานเริ่มขึ้นสีแดงก่ำด้วยความเขินอาย เธอไม่ใช่คนชอบทำตัวเด่น ยิ่งต้องมาตกเป็นเป้าสายตานับร้อยคู่ในสภาพ 'แฟชั่นล้ำยุค' แบบนี้ด้วยแล้ว เธอยิ่งอยากจะขุดหลุมมุดหนีมันซะตรงนั้น "จะรีบไปไหนล่ะครับที่รัก งานเลี้ยงเพิ่งจะเริ่มต้นเองนะ" รวิศโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแฝงความอบอุ่นที่ทำเอามินตราใจเต้นไม่เป็นจังหวะ "จำที่ผมเคยสัญญาไว้ได้ไหม... วันที่คุณอยู่เคียงข้างผมในวันที่เราไม่มีอะไรเลย วันนี้ผมจะพาคุณมายืนอยู่บนจุดที่สูงที่สุด จนพวกมันต้องแหงนคอมองจนคอเคล็ดเลยล่ะครับ" ดวงตากลมโตของมินตราไหววับ เธอมองใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและจริงจังของรวิศ ความหวาดกลัวในใจพลันมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นซาบซึ้งที่เอ่อล้นอยู่ในทรวงอก มือเรียวเล็กที่สั่นเทาเล็กน้อยในตอนแรก ค่อยๆ เอื้อมไปกุมมือหนาของรวิศไว้แน่นขึ้น ในจังหวะนั้นเอง เสียงพิธีกรบนเวทีก็ประกาศก้องผ่านไมโครโฟนไร้สายด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นระคนประหม่า "เอ่อ... ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีครับ! ทางผู้จัดงานได้รับแจ้งจากฝ่ายบริหารสูงสุดของโรงแรม... และ... และตัวแทนจากกลุ่มทุนระดับโลก 'เดอะ แบล็ควูด โฮลดิ้งส์' ว่า พวกเขามีเซอร์ไพรส์สุดพิเศษที่จะประกาศให้ทุกท่านทราบในค่ำคืนนี้ครับ!" สิ้นเสียงประกาศ ฮอลล์จัดเลี้ยงที่เคยมีเสียงพูดคุยจอแจก็พลันเงียบกริบลงทันที ทุกคนต่างหันไปมองบนเวทีด้วยความงุนงง เพราะไม่มีกำหนดการนี้มาก่อน เจ้าสัวบูรพาที่ยืนหน้าซีดอยู่มุมห้องถึงกับขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณความโลภและหวาดระแวงบอกเขาว่า กำลังจะมีพายุลูกใหญ่ซัดถล่มใส่หัวเขาอีกรอบ บนเวที... ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมเดินก้าวขึ้นมาด้วยเหงื่อกาฬแตกพลั่ก ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับเจอผีกลางวันแสกๆ มือสั่นเทาจนแทบถือไมโครโฟนไม่อยู่ เขากวาดสายตามองไปทั่วห้อง ก่อนจะไปหยุดนิ่งที่ร่างของรวิศและมินตราที่ยืนอยู่ริมเสา ผู้จัดการโรงแรมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วประกาศออกไมโครโฟนด้วยเสียงสั่นเครือที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง "ทาง... ทางเดอะ แบล็ควูด โฮลดิ้งส์ ได้ทำการซื้อกิจการทั้งหมดของโรงแรมแห่งนี้ รวมถึงตึกระฟ้าใจกลางเมืองอีกสามแห่งเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วในวินาทีนี้ครับ!" เฮือก! เสียงสูดปากด้วยความตกใจดังขึ้นจากแขกเหรื่อหลายคน ซื้อโรงแรมห้าดาวกับตึกใจกลางเมืองภายในพริบตาเดียว?! เงินทุนหนาขนาดไหนกันวะเนี่ย! แต่ประโยคถัดมาของผู้จัดการโรงแรม ทำเอาคนทั้งห้องถึงกับหัวใจวายตายคาที่ "และ... และท่านประธานคนใหม่ผู้ถือหุ้นใหญ่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ได้มีคำสั่งด่วนที่สุดลงมา ณ วินาทีนี้... สั่งให้เชิญ 'คุณรวิศ' และ 'คุณมินตรา' ขึ้นมารับตำแหน่งเกียรติยศสูงสุดบนเวที พร้อมกับ..." ผู้จัดการกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออีกครั้ง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความเหลือเชื่อสุดขีด "...พร้อมกับมอบอำนาจการ์ดสีดำ 'Black Infinite Card' วงเงินไม่จำกัด ให้แก่คุณมินตรา เพื่อใช้จ่ายได้ตามอำเภอใจภายในงานเลี้ยงนี้ เพื่อเป็นเกียรติแก่... แฟชั่นนิสต้าผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในค่ำคืนนี้ครับ!" ปัง! เหมือนมีฟ้าผ่าลงกลางห้องจัดเลี้ยง ทุกสายตาหันขวับกลับมามองที่รวิศและมินตราเป็นตาเดียว กลุ่มคุณหญิงที่เคยหัวเราะเยาะเมื่อครู่ถึงกับหน้าซีดเผือด ปากอ้าค้างจนกรามแทบหลุด ขณะที่เจ้าสัวบูรพาเข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันที รวิศแย้มรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก เขาก้มลงกระซิบข้างหูคู่หมั้นสาวที่กำลังยืนตะลึงตาค้างด้วยความมึนงง "ไปรับตำแหน่งตัวตึงประจำค่ำคืนนี้กันเถอะครับ... ที่รัก" [คลิฟฮังกรีฮุก - จุดพลิกผันส่งท้ายตอน]: ทว่า ในวินาทีที่มินตรีกำลังจะก้าวเท้าเดินตามรวิศขึ้นเวที ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังระเบิดขึ้นอย่างหวาดหวั่น ประตูบานคู่ขนาดใหญ่ด้านหลังห้องก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ ร่างสูงโปรดของชายปริมาณในชุดสูทสีขาวสะอาดตาผู้สวมหน้ากากเงินครึ่งหน้าก้าวเข้ามา พร้อมกับเสียงตบมือช้าๆ ที่ดังแทรกความเงียบงันขึ้นว่า... "ช้าก่อน... งานเลี้ยงสนุกๆ แบบนี้ ทำไมไม่รอให้ 'เจ้าของตัวจริง' อย่างฉันมาร่วมสนุกด้วยล่ะรวิศ?" *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเสียงหัวเราะและความสะใจมาด้วยกันจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชีวิตติดลบแต่ระบบดันอยากให้เป็นตัวตึง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%